ตอนที่3
เช้าวันใหม่
"ติน....เราว่าไปปรึกษาเชอร์รี่กับเครียร่าก่อนดีกว่ามั้ย"ไคที่ตื่นเช้ามาพร้อมกับตินน้อยเอ่ยขึ้นพร้อมกับนั้งจ้องมองมาที่ตินน้อยที่กำลังนั้งจัดที่นอนของตนอยู่
หลังจากที่กลับมาจากวิหารตินน้อยก็รีบเข้านอนทันทีแต่ดันโดนไคที่ตื่นมาพอดีจับได้ซะก่อนตินน้อยจึงได้ตัดสินใจสารภาพบอกกับไคไปตรงๆว่าตนเองคิดจะหนีไปพร้อมกับเรย์เด็กที่พึ่งเจอกันในวิหารโดยจะพาเชอร์รี่กับไคและเครียร่าไปด้วย
ตอนแรกไคไม่ยอมตกลงเพราะกลัวว่ามันจะอันตรายจนเกินไปแต่ตินน้อยก็ได้บอกถึงสิ่งที่บอกกับเรย์ไปตอนแรกจึงทำไห้ไคยอมตกลงแต่ก็ยังคงกังวล
ตินน้อยที่เห็นไคลังเลใจจึงได้บอกให้ผ่านพิธีรับอาชีพของเครียร่าไปก่อนแล้วค่อยไปปรึกษากัน
"ปรึกษาอะไรกันหรอ"เชอร์รี่ที่กำลังเดินมาเผลอได้ยินคำพูดของไคพอดีจึงได้ถามออกมาด้วยความสงสัย
"เอ่อ...คือไม่มีอะไรหรอกเชอร์รี่เราแค่คุยกับตินเรื่องพิธีรับอาชีพเท่านั้นเอง"ไคเอ่ยตอบด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนพร้อมกับหันไปมองตินทีมองเชอร์รี่ที
"เชอร์รี่...เครียร่ากำลังถูกพวกผู้ใหญ่ใช้เป็นเครื่องมือ....พวกเราเองทุกคนก็เหมือนกัน....ผมเลยอยากจะช่วยเครียร่าหนีแต่ถ้าทำอย่างนั้นผมเองก็ต้องไปด้วย..ไคเขาเลยขอไปด้วยเหมือนกัน...แล้วเชอร์รี่ละไปด้วยกันมั้ย"ตินน้อยเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมกับทำหน้าเศร้าเสียใจ(ตินน้อยการละคร)
"เอ๊ะ..."ไคที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับไปไม่ถูกเมื่อเห็นเพื่อนตัวน้อยของตนเองโกหกหน้าตาย 'มันไม่เหมือนที่คุยกับเรานี่ติน..แบบนี้มันเป็นใส่ร้ายผู้ใหญ่นะ'ไคตัวน้อยคิด
"อะไรกัน....ทำไมเราไม่รู้ว่าก่อนเลยว่าพวกผู้ใหญ่หรอกใช้เรา...งั้นที่จะไล่เราออกไปตอนได้รับอาชีพก็เพราะแบบนี้สินะ"เชอร์รี่เอ่ยตอบด้วยสีหน้าตกใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน
'ขอโทษนะทั้งสองคน...จริงๆมันก็แค่การสันนิธานของผมแค่คนเดียวไม่รู้ว่าใช่เรื่องจริงมั้ย...แต่ผมไม่อยากอยู่นิ่งๆแบบนี้จริงๆแล้วก็อยากจะช่วยเรย์ด้วยเลยตัดสินใจไปแบบนั้น..ถ้าเครียร่าโดนเหมือนที่เรย์โดนทั้งสองคนก็คงอยากจะช่วยเหมือนกันใช่มั้ย...เพราะฉะนั้นอย่าโกรธกันเลยนะ'ตินน้อยคิด (ใจจริงคืออยากช่วยผู้ชายและอยากเที่ยวเท่านั้นเอง)
"ถ้าอยากนั้นเรามาช่วยเครียร่ากันเถอะ...เครียร่า!"เชอร์รี่เอ่ยตอบก่อนที่จะหันไปตะโกนเรียกเครียร่าที่นั้งอยู่บนเตียงข้างประตูห้อง
"มีอะไรหรอ.."เครียร่าที่ได้ยินเสียงเรียกของเชอร์รี่ก็รีบวิ่งมาหาทันทีก่อนที่จธรรมชาตินิยม
"เรามาหนีออกจากเมืองนี้กันเถอะ"เชอร์รี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเบาพรางทำท่าทางเด็ดเดียวด้วยสีหน้าเป็เป็นห่วงเพื่อนสาว
"เอ๊ะ..ทำไมละ"เครียร่าเอ่ยถามขึ้นมาอีกด้วยความสงสัยก่อนที่ตินน้อยจะค่อยๆเล่าทุุกอย่างที่เคยเล่าให้ไคฟังแต่เพิ่มเติมเนื้อหาให้ดูโหดร้ายขึ้นมาจนเชอร์รี่และเครียร่าเชื่อซะสนิทใจ (ตินน้อยนักแต่งเรื่อง) [ไคที่ได้ฟังการแต่งเติมของตินน้อยเข้าไปกลับเชื่อไปด้วยอย่างง่ายดายโดยไม่คิดสงสัยเพื่อนของตนเลยสักนิด]
"เด็กๆออกมากันได้แล้วจ้ะ...เครียร่าเองก็ด้วยนะจ้ะ"เสียงของคาน่าผู้ดูแลบ้านเด็กกำพร้าตะโกนมาจากห้องอาหารก่อนที่เด็กๆคนอื่นๆจะพากันเดินออกไปตามเสียงเรียก
"คุณน้าคาน่าถึงจะทำท่าทางเหมือนคนดีแต่จริงๆก็ร้ายสินะ.."เชอร์รี่เอ่ยขึ้นเบาๆด้วยสีหน้าดุๆของเด็กน้อยวัย9ขวบ
"พวกผู้ใหญ่นิสัยไม่ดี......เราควรพาเด็กๆคนอื่นๆออกไปด้วยดีมั้ย"เครียร่าเอ่ยขึ้นเสริมก่อนที่จะหันมาถามตินน้อยที่อยู่ข้างๆ
"เด็กคนอื่นๆยังเด็กเกินไป.....ถ้าให้ผมลองทายก็คงจะไม่เกิน6ขวบกันเลยใช่มั้ยละ.....ผมว่าพวกเราควรออกไปกันก่อนถ้าเราพร้อมค่อยมารับพวกเขากัน"ตินน้อยเอ่ยตอบก่อนที่จะเดินตามเด็กคนอื่นๆออกไป
"ก็จริงอย่างที่ตินบอกนะเครียร่าตอนนี้เราควรหนีกันให้ได้ก่อน"ไคเอ่ยต่อพร้อมกับตบที่ไหล่เครียร่าเบาๆก่อนที่จะเดินตามตินน้อยออกไป
"เครียร่าทำตามที่ตินบอกเถอะ...เด็กๆคนอื่นๆยังเด็กอยู่พวกผู้ใหญ่ไม่กล้าทำอะไรหรอก"เชอร์รี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยต่อพร้อมกับจับมือของเครียร่าไว้
เครียร่าที่ตัดสินใจได้จึงได้พยักหน้าตอบเชอร์รี่ไปพร้อมกับเดินจับมือกันตามไคกับตินน้อยออกไป
.
"เอาละเด็กๆวันนี้ต้องห้ามซนกันนะจ้ะ....วันนี้เราจะไปส่งพี่เครียร่ากันนะจ้ะ...เพราะฉะนั้นอย่าดื้ออย่าซนกันนะ....ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเถอะทุกคน"คาน่าเอ่ยจบก็พาเด็กเดินไปยังวิหารที่อยู่ข้างๆกับบ้านเด็กกำพร้า
เครียร่าเชอร์รี่และไคที่ได้ฟังเรื่องแต่งของตินน้อยมานั้นกำลังเดินตามคาน่ามาอย่างระมัดระวังด้วยสีหน้าที่หวาดระแวง
.
ณ วิหารศักดิ์สิทธ์
ภายในวิหารมีผู้คนมากมายมารวมตัวกันเนื่องจากมีเด็กที่อายุครบ10ปีในปีนี้เยอะมากทางวิหารจึงได้จัดให้ทุกคนมาพร้อมกันในวันนี้ ในบรรดาผู้คนจำนวนมากที่พาลูกหลานของตนมาเข้าพิธีรับอาชีพนั้นต่างก็เป็นครอบครัวทั่วไปซะส่วนใหญ่ส่วนชนชั้นสูงมาเพียงตระกูลเดียว
"เด็กๆจ้ะเดี๋ยวน้าจะพาเครียร่าไปเตรียมตัว...ทุกคนนั้งอยู่ตรงนี้เงียบๆอย่าไปไหนนะจ้ะ...เดี๋ยวน้าจะกลับมาพร้อมเครียร่าแน่นอน"คาน่าที่พาเด็กๆเดินเข้ามาภายในวิหารแล้วก็ได้สั่งให้ทุกคนนั้งอยู่ที่เก้าอี้ด้านหน้าเป็นพื้นที่ที่ไว้ให้บาทหลวงยืนตรงกลางมีแท่นวางลูกแก้วใส่ๆไว้อยู่
หลังจากที่คาน่าพาเครียร่าไปตินน้อยก็เริ่มกวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อหาเรย์เด็กหนุ่มที่เจอเมื่อคืนเพื่อทำตามแผนที่วางไว้ คือหลังจากที่เครียร่าได้รับอาชีพแล้วจะต้องตรงไปอยู่กับพวกบาทหลวงเพื่อชำระจิตใจก่อนออกไปใช้ชีวิตภายนอกนั้นให้เรย์ไปพาตัวเครียร่าออกมาโดยทำให้เหมือนการลักพาตัวทุกอย่างก็จะสำเร็จ
ตินน้อยที่มองซ้ายทีขวาทีก็ต้องหยุดยิ้มขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเรย์ยืนอยู่หลังเสาด้านข้างก่อนที่ทั้งคู่จะสบตากันตินน้อยที่เห็นอีกฝ่ายมองมาก็พยักหน้าส่งไปให้เรย์เป็นในๆว่าให้เริ่มแผนได้เลย
เรย์ที่ได้รับสัญญาณแล้วก็เริ่มตรงไปยังพื้นที่เตรียมตัวสำหรับผู้รัับอาชีพเพื่อมองหาว่าคนไหนคือเครียร่าเด็กสาวที่ตินน้อยเคยเล่าให้ฟังในแผนของมื่อคืนนี้ เพื่อจะได้เตรียมตัวพาออกไปได้ถูกคน
"เครียร่าจ้ะ...ไม่ต้องตื่นเต้นไปนะ...ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี"คาน่าเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับก้มลงไปลูบหัวของเครียร่าเบาๆด้วยรอยยิ้ม เครียร่าที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งประหม่าเพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นมา
"ค่ะคุณน้า.."เครียร่าเอ่ยตอบกับไปเบาๆด้วยสีหน้าที่กะวลกะวายแต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อหันไปเห็นเรย์ที่ยืนมองมาพร้อมกับทำท่าเอามือลูบอกก่อนที่จะพยักหน้าให้เครียร่าตัวน้อยดู
เครียร่าที่ได้ฟังแผนการของตินน้อยก่อนหน้านี้ก็เข้าใจสัญลักษณ์ที่เรย์ส่งมาทันทีถึงจะไม่รู้จักแต่สัญลักษณ์นั้นตินน้อยเป็นผู้บอกเขาเองต่อหน้าเครียร่าจึงได้ผ่อนครายลงเมื่อรู้ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่ตินน้อยว่างไว้แน่ๆ
ทางเรย์ที่ได้ยินหญิงสาวเอ่ยเรียกเครียร่าจึงได้มั่นใจว่าเด็กที่หญิงสาวผู้นั้นคุยด้วยคือเครียร่าเด็กสาวที่เขาต้องพาออกไปด้วย และเมื่อสายตาของเด็กสาวมองมาที่เขาเรย์จึงได้ทำสัญลักษณ์ที่ตินน้อยสอนไว้เมื่อคืนเพื่อเป็นในๆว่าเป็นพวกเดียวกัน
ไม่นานบาทหลวงก็ได้เดินเข้ามาภายในโถงพิธีพร้อมกับบรรดาชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็นต่างพากันมายืนมองรอบๆโถงพิธีก่อนที่ทุกอย่างจะเข้าสู้พิธีการรับอาชีพของพระเทพนี้
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบง่ายมีผู้คนที่มาดูต่างพากันโฮ่ร้องบ้างยินดีบ้างตามอาชีพที่เหล่าเด็กๆได้มามีทั้งดีและไม่ดี เชอร์รี่และไคที่ได้ฟังตินน้อยเล่าเรื่องมาก่อนหน้านี้กลับกลัวการกระทำของพวกผู้ใหญ่ตอนนี้เพิ่มขึ้นไปอีก
"พวกผู้ใหญ่นี่น่ากลัวชะมัดเลยไค...เครียร่าจะเป็นอะไรรึป่าวนะ"เชอร์รี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั้นเครือพร้อมจับแขนเสียของที่น้อยที่นั้งอยู่ด้านซ้ายของตน
"ถ้าได้อาชิพที่ไม่เด่นมากนักแผนที่พวกเราว่างไว้ก็คงสำเร็จได้ง่ายๆอย่าห่วงไปเลยเชอร์รี่"ตินน้อยเอ่ยตอบพร้อมกับลูบหัวเชอร์รี่เบาๆก่อนที่จะนึกขึ้นมาได้มาเชอร์รี่เป็นผู้หญิงจึงได้ชักมือกลับทันที
"ต่อไปเครียร่าจากบ้านเด็กกำพร้าก้าวออกมาข้างหน้า"สิ้นเสียงของบาทหลวงเครียร่าก็เดินออกมาจากด้านหลังเหมือนที่เด็กคนอื่นๆทำพร้อมกับเดินไปที่ด้านหน้าที่มีลูกแก้วสีใสตั้งอยู่
"เอามือวางไว้ที่ลูกแก้วเบาๆแล้วอธิษฐานแก่พระผู้เป็นเจ้าได้เลย"บาทหลวงเอ่ยต่อทันทีที่เห็นเด็กสาวเดินมายืนอยู่ด้านหน้าแล้ว
ตินน้อยที่ได้ยินคำว่าพระเจ้าขึ้นมาก็หงุดทันทีพรางคิดในใจว่าอย่าให้ได้เจอกันนะพ่อจะตีให้เฮี้ยนเลยสิ้นความคิดของตินน้อยก็เกิดแสงประหลาดสว่างขึ้นมารอบๆตัวของเครียร่า
"ฮะ..ฮิลเลอร์...อาชีพที่หายาก...พวกเราได้อาชีพหายากเพิ่มมาอีกคนแล้ว"บาทหลวงเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจก่อนที่ทุกๆสายตาจะจับจ้องไปที่เครียร่าสาวน้อยวัย10ปี
เครียร่าที่เห็นสายตาของผู้คนจำนวนมาก็เริ่มเกิดอาการกลัวจนทำอะไรไม่ถูกขึ้นมา ดวงตาเล็กกวาดสายตามองหาตินไคและเชอร์รี่ทันที่ด้วยความกลัว
ตินน้อยที่เห็นว่าเครียร่ากำลังกลัวจึงได้ลุกขึ้นพร้อมกับลูกอกของตนก่อนที่จะพยักหน้าให้เครียร่าเห็นเพื่อเป็นการปลอบใจว่าพวกเราจะคอยช่วยเองไม่ต้องห่วง เชอร์รี่และไคที่เห็นตินน้อยทำสัญลักษณ์ขึ้นมาจึงทำตามเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเครียร่า
เด็กสาวตัวน้อยที่ได้กำลังใจจากเพื่อนๆก็มีแรงใจฮึดสู้ขึ้นมาอีดครั้งก่อนที่จะค่อยๆเดินกลับไปด้านหลังพิธีเงียบๆ ถึงแม้จะกลัวแต่ก็เชื่อใจเพื่อนๆของตนจึงได้ใจดีสู้เสือพยายามเก็บความกลัวเอาไว้ภายในใจ
"ไปกันเถอะ...เราต้องลืมกลับไปที่บ้านเด็กกำพร้าเพื่อทำตามแผนกันได้แล้วนะ"ตินน้อยเอ่ยขึ้นก่อนที่จะเดินนำทั้งสองคนฝ่าวงรอบของพวกผู้ใหญ่ออกมา ทั้งสองคนที่เห็นแบบนั้นก็ตามมาอย่างว่าง่ายก่อนที่ตินน้อยจะพาทั้งสองเดินตรงไปยังด้านหลังพิธีเพื่อตามหาคาน่า
ทั้งสามคนมองหาคาน่าอยู่สักพักก่อนที่จะหันไปเห็นคาน่าที่กำลังยืนอยู่กับเครียร่าไม่ไกลจากพวกตนมากนัก ทั้งสามคนไม่รีรอรีบวิ่งเข้าไปหาทันที
"ป้า..พวกผมว่าจะกลับไปที่บ้านเด็กกำพร้ากันแล้วละ...พวกผมรู้สึกเบื่อขึ้นมานิดหน่อยน่ะครับ"ตินน้อยเอ่ยขึ้นก่อนที่จะแสดงสีหน้าเบื่อหนายพร้อมออดอ้อนเหมือนท่าทีของเด็กทั่วไปที่กำลังงอแง
"ใช่แล้วละครับคุณน้า...พวกผมน่ะอยากกับไปเล่นที่บ้านเด็กกำพร้ากันมากกว่าแต่พวกเด็กๆคนอื่นเขายังอยากอยู่ต่อกันคุณน้าช่วยไปดูแลหน่อยนะครับผมเป็นห่วงพวกน้องๆ"ไคที่วิ่งตามมาเอ่ยต่อตามที่วางแผนเอาไว้เพื่อให้ไม่มีคนดูแลเครียร่า
"หนูก็เป็นห่วงพวกน้องๆนะคะ...แต่หนูรู้สึกมีไข้นิดหน่อยค่ะคุณน้า...คุณน้าช่วยไปดูแทนพวกเราหน่อยจะได้มั้ยคะ"เชอร์รี่ที่ยืนอยู่ข้างๆไคเอ่ยขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่ดูกังวล
"ถ้าอย่างนั้นใครจะคอยดูแลเครียร่าละจ้ะ....ช่วยอยู่ดูแลพวกน้องๆแทนน้าอีกสักพักนึงได้มั้ยจ้ะ"คาน่าตอบกลับด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อยก่อนที่เครียร่าจะจับมือคาน่าเอาไว้
"คุณน้าไปดูน้องๆเถอะค่ะถ้าเสร็จพิธิชำระล้างแล้วหนูจะเดินไปหาเองก็ได้ค่ะ....ดูเหมือนเชอร์รี่จะไม่สบายหนักด้วยปล่อยน้องๆกับไปเถอะค่ะ"เครียร่าเอ่ยเสริมขึ้นมาพร้อมกับกำมือของคาน่าเอาไว้แน่นๆ
"เอาอย่างนั้นหรอจ้ะ...เฮ้อ..เอางั้นก็ได้จ้ะถ้างั้นเครียร่าต้องรีบไปหาน้าทันทีเลยนะจ้ะเข้าใจมั้ย"คาน่าเอ่ยตอบพร้อมกับถอนหายใจออกมา
"ค่ะคุณน้า..หนูจะรีบตามไปอย่างแน่นอนค่ะ"เครียร่าเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มพรางพยักหน้าเบาๆ
เชอร์รี่ไคและตินน้อยที่เห็นแบบนั้นก็รีบพยักหน้าตามทันทีทำให้คาน่าวางใจและเดินถอนหายใจออกไปดูแลเด็กคนอื่นๆ ตินไคเชอร์รี่และเครียร่าที่เห็นว่าคาน่าเดินจากไปแล้วก็พยักหน้าแยกย้ายกันไปทำตามแผน
.
ณ บ้านเด็กกำพร้าที่ตินน้อยพึ่งมาอยู่
"เอาละทั้งสองคน....เรามาทำลายข้าวของและเอาของมีค่าไปกันเถอะ"ตินเอ่ยขึ้นทันทีที่เข้ามาภายในบ้านเด็กกำพร้าแล้ว
"ทำลายกัน/ทำลายกัน"ไคและเชอร์เอ่ยขึ้นพร้อมกันก่อนที่จะวิ่งไปทำลายข้าวของตามคำสั่งของตินตัวน้อย
"ตินผมเจอเงินอยู่ในห้องคุณน้าเต็มเลย"ไคเอ่ยขึ้นพร้อมกับหอบเงินเดินมาให้ตินดู "ถ้าเราเอาไปทั้งหมดแล้วน้องๆจะมีกินมั้ย"ไคเอ่ยขึ้นมาอีกหลังจากคิดได้ว่าถ้าหากไม่มีเงินก็อาจจะไม่มีกิน
"ถ้าจะทำให้เหมือนการปล้นก็ต้องทำให้เหมือนจริงสิ...เอาไปทั้งหมดนี่แหละ..เดี๋ยวทางวิหารก็คงจะช่วยเรื่องอาหารให้พวกคุณน้ากับเด็กๆเองแหละ"ตินเอ่ยตอบก่อนที่จะหาผ้าผืนเล็กๆมาใส่เงินแล้วมัดติดไว้ที่ที่อกตนเองใต้เสื้อผ้า
"อะ..อื้ม.."ไคเอ่ยพร้อมกับพยักหน้าก่อนที่จะวิ่งกลับไปทำลายข้าวของภายในห้องคาน่าเพื่อให้สมจริง
.
5นาทีต่อมา
"เรียบร้อยแล้วละตินในนี้มีของกินกับเสื้อผ้าที่พอใช้ได้สำหรับพวกเรา5คนละ"เชอร์รี่เอ่ยขึ้นหลังจากลากกระเป๋าออกมาสามใบ
"อื้ม...ถ้างั้นเราถือกันคนละใบนะ..จากนั้นตามผมมาด้วยความเงียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้นะ...จะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเรากำลังหนีเข้าใจมั้ย"ตินน้อยเอ่ยต่อพร้อมกับถือกระเป๋าขึ้นมาสะพาย
"อื้ม!/อุ้ม!"ทั้งสองคนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นก่อนที่ตินน้อยจะพาทั้งสองคนเดินออกมาจากทางประตู
เป็นเพราะวันนี้มีพิธีรับอาชีพจึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ไปอยู่ที่วิหารกันจำนวนมากจึงไม่มีคนเดินผ่านตามตรอกซอยมากนักทำให้ทำสามคนออกมาได้โดยที่ไม่มีใครสังเกตุเห็นเลยแม้แต่คนเดียว
ทั้งสามคนพากันเดินตามกันไปยังตรอกด้านข้างตามที่นัดกันไว้ก่อนที่จะเจอเข้ากับเรย์และเครียน่าที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
"ทุกคน.."เครียน่าเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าดีใจดวงตาเล็กเริ่มมีน้ำใส่ๆเอ่อล้นออกมาด้วยความดีใจที่แผนสำเร็จ
"อย่าพึ่งดีใจเลยเราไปกันเถอะ....เราจะต้องออกจากที่นี่ให้ทันก่อนพวกผู้ใหญ่จะกลับมากันนะ"ตินน้อยเอ่ยขึ้นเพื่อเตือนสติทุกคนก่อนที่จะเดินนำไปภายในตรอกเล็กนั้น
'ซวยละสิดันลืมไปเลยว่าไม่ได้มาเดินสำรวจที่นี่มาก่อน....หวังว่าพวกเราคงไม่หลงหรอกนะ..อุส่าหนีออกมาได้แล้วแท้ๆ'ตินน้อยคิดพรางเหงื่อตกขึ้นมาทันทีเมื่อคิดได้ว่าตนเองไม่ได้รู้จักเมืองนี้เลยสักนิด
"นี่พวกเราจะไปทางไหนกันต่อหรอ"ไคเอ่ยขึ้นหลังจากที่พวกเขาเดินมาสักพักตินน้อยสะดุ้งขึ้นมาทันทีเพราะตนก็ไม่รู้ว่าต้องเดินไปที่ไหนต่อ
"พวกนายไม่เคยมาที่นี่กันหรอ...ข้างหน้านี้แหละ...เดินไปอีกนิดจะเจอทางออก"ตินน้อยเอ่ยตอบออกไปด้วยความมั่นใจถึงแม้จะไม่รู้เลยสักนิดว่าตนและเด็กๆกำลังจะเดินไปที่ไหน
"พูดอะไรน่ะติน..มันก็แน่นอนอยู่แล้วสิ....พวกเราไม่เคยออกมาหรอกพวกเราอยู่แต่ในบ้านเด็กกำพร้ามาตลอดไม่เคยกล้้าออกมาเดินข้างนอกเลยสักนิดละ"เชอร์รี่เอ่ยตอบตินน้อยด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่ามันคือเรื่องปกติ
"แต่ตินมาจากข้างนอกน่าจะรู้สึกโลกภายนอกดีสินะ....แค่นี้พวกเราก็วางใจแล้วละ"ไคเอ่ยเสริมขึ้นมาอีกด้วยใบหน้ายิ้มๆ
'อย่ามาวางใจง่ายๆสิเฟ้ย....เอาตามตรงผมมาจากโลกอื่นต่างหากไม่ได้เคยอยู่ที่นี่แค่ถูกจับพัดจับพูมาอยู่ในบ้านเด็กกำพร้ากับพวกนายก็เท่านั้นเอง.....แค่คุยกันรู้เรื่องฉันก็วางใจจนลืมวางแผนอะไรหลายๆอย่างไปนี่ไงเล่า'ตินน้อยคิด (ที่จริงเอาแต่อยากช่วยเรย์จนลืมเรื่องอื่น)
พลัก!
ตุบ!
"โอ้ยยย.....ใครว่ะเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ"ตินเอ่ยสะทกออกมาทันทีโดยไม่ทันตั้งตัวเมื่ออยู่ๆตนเองก็เดินไปชนกับใครเข้าในระหว่างที่กำลังคิดเรื่องไร้สาระ
"เฮ้ยดูนี่สิ....นี่มันเด็กๆนี่หว่า...แอบหนีออกมากันเองหรอเนี้ยอายุเท่าไหร่กันละจ้ะเด็กๆ"ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงเอ่ยขึ้นหลังจากที่มีเด็กที่ไหนไม่รํมาเดินชน
"นั้นสิ....อายุเท่าไหร่กัน..ถ้าใช้งานได้คงจะดี...ถ้าเอาไปฝึกหน่อยน่าจะเลี้ยงเป็นสุนัทของแก็งได้อยู่นะ"ชายร่างท้วมอีกคนเอ่ยต่อพ่อมกับเดินมาดูใกล้ๆ
"อายุเท่าไหร่ละ.."เสียงทุ้มดูน่ากลัวเอ่ยขึ้นพร้อมกับชายร่างใหญ่ที่เดินลงมาจากรถม้า
"พวกผม..อายุ8ขวบครับ...ส่วนคนโตสองคนนี้อายุ9ขวบครับ"ตินน้อยเอ่ยตอบทันทีด้วยความสุภาพพรางบอกอายุปลอมแก่พวกนั้นไป
"อื้มใกล้จะได้อาชีพสินะ...เอามันกลับไปด้วยหมดนั้นแหละ..รอมันครบ10ขวบถ้าได้อาชีพไร้ประโยชณ์ค่อยฆ่าทิ้ง"ชายร่างใหญ่เอ่ยขึ้นก่อนที่จะเดินขึ้นรถม้าไป
ทั้งสี่คนหันมามองหน้ากันก่อนที่จะหันไปมองตินน้อยเป็นเชิงถามว่านี่ก็อยู่ในแผนด้วยใช่หรือป่าว ตินน้อยที่ไม่รู้จะทำยังไงจึงได้แต่พยักหน้าไป
ทั้งสี่คนที่ได้รับคำตอบต่างก็พากันเข้าใจไปว่าตินพาพวกเขามาเพื่อให้โดนจับก็เพื่อให้การลักพาตัวสมจริงก็เท่านั้นเอง.........
.
.
