ตอนที่2
ณ บ้านเด็กกำพร้า เมืองเบท
"เอาละเด็กๆเข้านอนได้แล้วนะ..ตินจ้ะไปนอนข้างๆไคกับเจ็คนะจ้ะ"คาน่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับพาทุกคนไปยังห้องนอนที่อยู่ถัดจากห้องอาหารไปสองห้อง
"แล้วป้าคาน่าไม่ได้นอนเฝ้าหรอ"ตินน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัยและพยายามคิดแผนร้ายในการหนีออกไปสำรวจเมือง(ใจจริงคืออยากไปเที่ยว)
"น้าจะพักอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามของพวกเราจ้ะ...ฉะนั้นไม่ต้องห่วงนะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นน้าสามารถมาช่วยพวกเราได้อยู่แล้ว"คาน่าเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มพร้อมๆกับดันให้เด็กๆเดินเข้าห้องนอนของเด็กๆ
"ป้าพูดเหมือนจะมีคนบุกเข้ามาอย่างงั้นแหละ...สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีเด็กอยู่แค่9คนกับป้าแก่ๆอีกคนใครมันจะเข้ามาปล้นกัน"ตินน้อยเอ่ยต่อก่อนที่จะเดินเข้าห้องไปอย่างว่าง่าย
"ตินจ้ะ..บางทีน้าก็คิดนะว่าควรเอาเธอไปไว้ที่เดิมดีรึป่าว........เอาเถอะเข้านอนกันได้แล้วละ"คาน่าเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มของซาตานในคราบนางฟ้าก่อนที่จะหันไปบอกกับเด็กคนอื่นๆให้ไปนอน
"ผมไม่คิดเลยนะว่าป้าจะเป็นคนใจร้ายขนาดนี้เด็กตัวเล็กๆก็ยังขู่ได้ลงคอ"ตินน้อยเอ่ยตอบพร้อมกับวิ่งที่หลบที่ด้วยหลังของไคยืนอยู่ข้างๆเตียงของตน
"บางทีน้าก็อยากเป็นซาตานเหมือนกันนะจะได้มาหักคอเด็กดื้ออย่างตินยังไงละ......เอาละนอนกันได้แล้ว"คาน่าเอ่ยตอบก่อนที่จะปิดไฟและเดินออไปจากห้อง
"ไค...ป้าคาน่าน่ากลัวเนอะนายว่ามั้ย"ตินน้อยเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินไปที่เตียงข้างๆที่อยู่ถัดไปจากเตียงของไค
"น้าคาน่าจะไม่น่ากลัวเลยถ้าตินไม่ไปกวนน้าเขาก่อนนะ"ไคเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มก่อนที่จะเอนตัวลงนอนหันหลังไปอีกฝั่ง
"นี่เรากวนป้าเขาตั้งแต่ตอนไหน.."ตินเอ่ยขึ้นอย่างงงๆพร้อมกับทำท่านึกคิดถึงการกระทำตนเองก่อนที่จะค่อยๆล้มตัวลงนอน
.
กลางดึกที่ทุกคนกำลังหลับสนิท
แกร๊ก..แอนนนนนน
เสียงประตูเปิดออกอย่างช้าๆและแผ่วเบาเผยให้เห็นร่างของเด็กน้อยตัวเล็กที่มีผมสั้นปะบ่าในตาสีฟ้าใสเส้นผมสีเทาสว่างราวกับเทพตัวน้อยยาวค่ำคืน กำลังย่างเท้าออกมาจากห้องนอนอย่างๆ
เด็กน้อยคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตินน้อยจอมแสบคนเดิมที่พยายามจะหนีเที่ยวในคืนนี้
แอนนนนน..แกร๊ก
เมื่อออกมาได้แล้วเด็กน้อยก็ได้ทำการย่องออกไปอย่างช้าด้วยความเงียบจนผ่านห้องของผู้ดูแลมาได้
"เสียงการหลบหนีไว้ใจตินผู้นี้ได้เลย..หุๆ"ตินน้อยเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีภูมิใจทันทีที่ออกห่างมาจากห้องของผู้ดูแลได้
หลังจากยืนยิ้มอย่างภูมิใจได้สักระยะนึ่งตินน้อยก็ได้หันซ้ายหันขวามองสำรวจไปทั่วภายในระยะสายตาก่อนที่จะค่อยๆเดินไปเรื่อยๆ
"สองห้องนี้คือห้องอะไรกันนะ...มีห้องเยอะแต่ไม่ได้ใช้อย่างนี้ก็เสียดายแย่สิ.........ทางนี้รึป่าวนะที่ไปห้องอาหารจำได้ว่าประตูอยู่ถัดจากห้องครัวที่อยู่ถัดจากห้องอาหารอีกทีสินะ"ตินเอ่ยขึ้นภายในความเงียบพร้อมกับมองไปเรื่อยๆก่อนที่จะค่อยๆเดินเข้าไปภายในห้องอาหารช้าๆ
"นั้นไงเจอแล้ว"ตินน้อยเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจเมื่อคืนเข้ามายังห้องอาหารแล้วมองเลยไปทางห้องครัวก็เจอเข้ากับประตูทางเข้าออกของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
ร่างน้อยๆของตินน้อยรีบวิ่งมายังประตูทันทีที่เห็นด้วยความระมัดระวังก่อนที่จะจค่อยๆเปิดประตูออกเบาๆพร้อมกับแทรกตัวออกไปอย่างช้าโดยที่แง้มประตูไปเล็กน้อยเพื่อให้เวลากลับมาจะได้เข้าได้ง่ายๆ
ด้านนอกนั้นถึงจะเป็นตอนกลางคืนก็ยังมีแสงไฟเบาๆจากตามตึกซอกซอยเป็นจุดเป็นจุดไปทำไห้ดูไม่อันตรายเลยสักนิด แม้จะเป็นช่วงกลางคืนแต่ก็ยังคงมีผู้คนจำนวนนึงเดินผ่านไปมาราวกับเป็นเรื่องปกติทั่วไป
ตินน้อยค่อยๆหันมองไปยังรอบๆถึงแม้ในตอนแรกที่ถูกคาน่าพากลับมาจะผ่านมาแล้วแต่ตินตัวน้อยก็ไม่สังเกตุเลยสักนิด เจ้าตัวยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้นที่พึ่งจะได้เห็นภาพทิวทัศของเมืองก่อนที่จะหันไปเห็นแสงอันเจิ่ดจ้าสีทองสง่าที่อยู่ติดกับบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า
"นี่มันต่างกันราวกับนรกกับสวรรณเลยมั้งเนี้ย"ตินตัวน้อยเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจเพราะหากเทียบกันแล้วบ้านเด็กกำพร้าที่ตนอยู่เล็กและซอมซ่อกว่าสิ่งที่เหมือนประตูสวรรณที่ตั้งอยู่ถัดออกไปจากที่เขาอยู่
"วิหารหรอ.....โหใครช่างกล้าเอามาไว้ที่เดี๋ยวกัน...มองยังไงก็เหมือนพระราชวังที่หรูหรา...แต่พอมองกลับมาที่บ้านเด็กกำพร้าแล้วมัน....."ตินน้อยเอ่ยจบก็ทำสีหน้าเวทนาขึ้นมาทันทีพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อย
'ช่างมันเถอะ..ตอนนี้เราเข้าไปสำรวจที่นั้นก่อนก็แล้วกัน.....ดูเหมือนจะมีของมีค่าเยอะด้วยสิถ้าหยิบออกมาขายสักสองสามชิ้นคงไม่มีีใครสังเกตุหรอกมั้ง'ตินน้อยคิดก่อนที่ใบหน้าเล็กจะปรากฏให้เห็นถึงความเจ้าเล่ห์ในร่างของเด็กน้อยน่ารัก
.
แซกๆ แซก
เสียงของพุ่มไม้ดังขึ้นเป็นระยะเพราะเจ้าตินตัวน้อยที่พยามมุดพุ่มไม้เข้ามาภายในวิหารด้วยความอยากรู้อยากเห็น(ตัณหาล้วนๆ)
"เข้ามาได้แล้วสินะหุๆๆ"ตินน้อยเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าดีใจพร้อมกับลุกขึ้นยืนหลังจากที่แอบรอบเข้ามาจากทางรั่วด้านข้างที่อยู่ติดกับบ้านเด็กกำพร้าด้วยการปีนรั่วแล้วมุดพุ่มไม้เข้ามาอีกที
เคร้ง!
เสียงของแก้วแตกดังขึ้นใกล้ๆกับสวนที่ตินน้อยลักลอบเข้ามาพร้อมกับลอยเลือดและร่างของเด็กหนุ่มคนนึ่งล้มอยู่ตรงทางเดินของวิหารด้านหน้าของตินน้อย
ตินน้อยรีบก้มตัวลงแอบใต้พุ่มไม้ทันทีที่ได้ยินเสียงก่อนที่จะมองไปทางต้นเหตุของเสียงที่อยู่ระหว่างทางเดินภายในวิหารและสวนด้านข้าง เผยให้เห็นร่างของเด็กหนุ่มอายุราวๆ12-13ปีนั้งก้มหน้าอยู่กับพื้นที่หัวมีเลือดไหลลงมาข้างๆมีเศษขวดคล้ายขวดเหล้าแตกอยู่
ด้านหน้าของเด็กหนุ่มมีชายวัยกลางคนร่างท้วมแต่งกายคล้ายนักบวชยืนอยู่ด้วยสีหน้าโกรธเคืองในมือถือเศษขวดเหล้าพร้อมกับชี้มาทางเด็กหนุ่ม
"งานแค่นี้ก็ทำไม่ได้แก่นี้มันไร้ประโยชน์สิ้นดี....รู้อย่างข้าคงขายแก่ให้กับท่านขุนนางนั้นไปซะก็ดี....เห็นว่ามีอาชีพหายากก็นึกว่าจะเก่งกาจที่ไหนได้ก็แค่สุนัขกระจอกๆตัวนึ่งนี้เอง...ชิเสียอารมณ์ซะจริง"หลังจากเอ่ยจบชายวัยกลางคนผู้นั้นก็เดินจากไปทิ้งให้เด็กหนุ่มนั้งอยู่อย่างนั้น
"นี่..นี่...นายน่ะ"ตินที่เห็นว่าน่าสงสารก็รีบวิ่งเข้าไปช้าๆพร้อมกับเรียกเด็กหนุ่มเบาๆด้วยสีหน้ากังวลว่าอีกฝ่ายจะตายไปแล้วหรือป่าวเพราะเด็กหนุ่มตรงหน้าเอาแต่นั้งเงียบๆไม่ขยับเขยื่อนอะไร
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบตินน้อยจึงได้ค่อยๆไปสัมผัสที่ไหล่ของเด็กหนุ่มตรงหน้าเบาๆก่อนที่ร่างเล็กๆของตินตัวน้อยจะลอยขึ้นและลงไปนอนกองกับพื้นแบบไม่ทันได้ตั้งตัว
"มีแผนอะไรถึงได้เข้าหาผม"เด็กหนุ่มตรงหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นช้าในตาสีแดงแต่กลับว่างเปล่าราวกับปลาตาย แขนทั้งสองข้างกดร่างเล็กของตินน้อยเอาไว้อย่างแน่นจนรู้สึกเจ็บ
"แผน..แผนอะไรกันเล่าก็แค่อยากเข้ามาช่วยเพราะกลัวนายจะตายต่างหากเล่า"ตินตัวน้อยเอ่ยตอบกลับไปด้วยความตกใจ 'พึ่งจะเจอกันมาทุ้มคนที่เขาเป็นห่วงตัวเองลงบนพื้นอย่างนี้ได้ยังไงกัน'ตินน้อยคิดพรางมองไปที่เด็กหนุ่มด้วยสายตาไม่ชอบใจ
เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรกับไปแต่กับมองตินตัวน้อยเงียบๆก่อนที่จะก้มหน้าเข้าไปใกล้ๆหน้าของตินน้อย
"นี่...มันใกล้เกินไปรึเปล่า...ผมน่ะ..มีคนที่ชอบแล้วนะคงจะรับรักนายไม่ได้หรอก"ตินน้อยเอ่ยขึ้นทันทีด้วยสีหน้าที่แดงระรื่น
"แก่แดดจริง....ตัวแค่นี้ใครสอนให้พูดแบบนี้กัน."เด็กหนุ่มเอ่ยตอบก่อนที่จะลุกออกจากร่างของตินตัวน้อย
"นี่!...ดูจากสภาพแล้วพี่ก็เด็กเหมือนกันไม่ใช่รึไงอย่าใช้คำพูดแก่แดดเหมือนผู้ใหญ่นักสิ"ตินตัวน้อยเอ่ยต่อพร้อมกับพยุงตัวเองให้ยืนขึ้น
"พี่?....ใครเป็นพี่ของนายกันเจ้าเปี๊ยก"เด็กหนุ่มตรงหน้าเอ่ยตอบก่อนที่จะหันหน้าไปมองพุ่มไม้ที่มีล่องลอยของการลักลอบเข้ามา
"เอ่อ..นี่..ผมไม่ได้ทำมันพังนะผมแค่อยากเข้ามาดูอยากในเท่านั้นเลยแอบๆเข้ามาแต่ผมก็ระมัดระวังแล้วนะ.......ยังไงก็เถอะ..ผมชื่อโอวัลตินเรียกตินก็ได้นะอายุ9ขวบ..แล้วพี่ละ"ตินน้อยเอ่ยตอบพร้อมแก้ตัวก่อนที่จะเอ่ยแนะนำตนเอง
"ชั้นชื่อเรย์อายุ13ปี.....ชื่อแปลกดีนะ...เป็นคนจากที่อื่นหรอ"เรย์เอ่ยตอบพร้อมกับเดินไปนั้งพิงระเบียงจากเดินของวิหารที่มีพุ่มไม้เล็กๆอยู่
"ประมาณนั้นฮะ......ทำไมพี่ถึงมาอยู่ที่นี่หรอ.."ตินน้อยเอ่ยตอบก่อนที่จะเดินไปนั้งข้างๆเรย์
"ชั้นได้อาชีพนักปราชน่ะ...มันเป็นอาชีพหายากที่คนอื่นๆไม่รู้จักพวกเขาเลยส่งชั้นมาอยู่กับบาทหลวงเพราะคิดว่าอาชีพของผมก็คงจะเป็นบาทหลวงอะไรทำนองนั้น..."เรย์เอ่ยตอบด้วยสีหน้าเศร้า
'อาชีพนักปราชนี่มันของแรร์สุดๆไปเลยไม่ใช่รึไงกัน...ถ้าชวนมารวมปาตี้กับพวกไคได้คงเอาชีวิตรอดได้ไม่ยาก.....โชคดีชะมัดเลย...ตอนแรกก็คิดอยู่หรอกว่าถ้าพวกไคได้อาชีพไม่ดีเราจะอยู่รอดกันรึป่าว...แต่ถ้าได้เรย์ไปก็หายห่วง'ตินน้อยคิดพรางแอบยิ้มออกมาเล็กน้อย
"พี่...หนีออกไปกับพวกผมมั้ย...ผมมีความคิดจะหนีไปกับเพื่อนๆในวันพรุ่งนี้น่ะ....เพราะพรุ่งนี้เพื่อนผมคนนึงจะอายุครบ10ปีพอดีผมเลยว่าจะชวนคนอื่นๆหนีออกไปใช้ชีวิตข้างนอกน่ะ.."ตินเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับหันหน้าไปจับมือของเรย์เอาไว้
"ทำไมนายถึงจะหนีละ...อยู่ในความปกครองของผู้ใหญ่มันไม่ดีกว่าหรือไง"เรย์เอ่ยถามด้วยความสงสัยแทนที่จะตอบอีกฝ่ายไป
"พี่ไม่คิดว่ามันแปลกหรือไง...ให้เด็กที่อายุครบ10ปีมาเข้าพิธีรับอาชีพแล้วปล่อยให้ใช้ชีวิตเพียงลำพัง...ผมว่าเด็กที่พึ่งจะอายุ10ปียังไงก็ยังเด็ก....พี่เองหลังจากได้รับอาชีพก็โดนพวกผู้ใหญ่ใช้งานไม่ใช่หรือไง"ตินน้อยเอ่ยตอบ
"แล้วเรื่องอาชีพละนายยังไม่10ขวบเลยไม่ใช่หรือไงถ้าเกิดเราหนีไปแล้วถ้านายอายุครบ10ขวบขึ้นมาจะไปรับอาชีพที่ไหน"เย์เอ่ยถามขึ้นมาอีก
"เรื่องนั้นไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย..ใช่ว่าบนโลกนี้จะมีประเทศนี้แค่ประเทศเดียวซะที่ไหนละพี่"ตินน้อยเอ่ยตอบกลับไปด้วยท่าทางมั่นใจ
เรย์เงียบไปสักพักพร้อมกับคิดตามที่ตินน้อยบอกด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลแต่การที่เขาได้ใช้ชีวิตที่ถูกเหยียบย้ำแบบนี้มาตั้งแต่10ขวบมันกลับทำให้เขาคิดเห็นแบบเดียวกันกับตินน้อยว่าการใช้ชีวิตแบบนี้มันถูกแล้วหรอ
"นายนี่ไม่เหมือนเด็กอายุ9ขวบเอาซะเลยนะ.....เอางั้นก็ได้ชั้นจะลองเสี่ยงกับความหวังอันน้อยนิดนั้นก็แล้วกัน"เรย์เอ่ยตอบออกไปถึงแม้จะรู้สึกสับสนแต่กลับรู้สึกอยากจะรองเสี่ยงดูเพื่อชีวิตที่ดีกว่าตอนนี้
"แล้วพวกเพื่อนของนายมีกันกี่คนละ"เรย์เอ่ยถามออกมาอีก
"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับเพราะผมยังไม่ได้ถามพวกเขาเลยน่ะ.......พวกเขายังเด็กครับเลยกลัวการออกไปอยู่ข้างนอก...แต่ผมคิดว่าผมมีวิธีพาพวกเขาหนีอยู่ครับ"ตินน้อยเอ่ยตอบด้วยสีหน้ามั่นใจ
"แผนของนายมันจะสำเร็จจริงๆใช่มั้ยเด็กน้อย"เรย์เอ่ยถามด้วยความกังวลหนักกว่าเดิมจากคำตอบของตินน้อยเมื่อสักครู่
"เอาน่าพี่ยังไงก็สำเร็จ......วันพรุ่งนี้ตอนเย็นให้พี่ออกไปทางที่ผมเข้ามาตรงนั้นนะครับแล้วไปรอตรงตรอกเล็กๆข้างบ้านเด็กกำพร้านะครับ...แล้วพวกผมจะออกมาจากบ้านเด็กกำพร้านั้น...แล้วเราค่อยไปกัน"
"แล้วถ้าพวกเราโดนตามจับละ...."เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล
"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับเราก็แค่ทำให้เหมือนโดนลักพาตัวสิครับ.....แผนแกล้งโดนลักพาตัวจะเป็นแบบนี้นะครับ........"ตินน้อยเอ่ยขึ้นพร้อมกับเอาหน้าไปใกล้ๆเพื่อที่จะกระซิบบอกอีกฝ่าย
.
5นาทีต่อมา
.
"เอาตามนี้นะครับพี่....พรุ่งนี้ไปเจอกันที่ตรอกเล็กๆข้างบ้านเด็กกำพร้านะครับ...ถ้างั้นผมไปแหละบรั้ย"เอ่ยจบตินตัวน้อยก็รอดพุ่มไม้กลับไปทางเดิมทันทีโดยที่ไม่รอให้เด็กหนุ่มตรงหน้าได้พูดอะไร
"เป็นเด็กน้อยที่แปลกจริงๆ...แต่ก็ฉลาดมากๆแฮะ"เรย์คิดก่อนที่จะหันหน้าเดินกลับไปยังที่ของตนเองด้วยเหมือนกัน..........
.
.
