ตอนที่ 9 : รอยร้าวในหัวใจและยาถ้วยขม
ตอนที่ 9 : รอยร้าวในหัวใจและยาถ้วยขม
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาภายในห้องบรรทมกว้าง
จวิ้นอวี้ ค่อยๆ ปรือตาตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะเล็กน้อยจากฤทธิ์ยาที่หลงเหลือ แต่สิ่งที่เด่นชัดกว่าคือความรู้สึกเบาสบายตัวอย่างน่าประหลาด เขาพลิกตัวไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ มือหนาควานหาคนข้างกายที่เขากอดรัดฟัดเหวี่ยงมาทั้งคืน
ทว่าสิ่งที่สัมผัสได้มีเพียงความว่างเปล่าและผ้าปูที่นอนที่เย็นชืด
"หนีไปแล้วงั้นรึ..."
เขาพึมพำมุมปากยกยิ้มขึ้นจางๆ เมื่อภาพความทรงจำอันเร่าร้อนของเมื่อคืนฉายชัดเข้ามาในหัวทุกฉากทุกตอน เสียงครางหวานหู ผิวเนียนนุ่มที่แดงก่ำเพราะฝีมือเขา และจังหวะรักที่สอดประสานกันอย่างลงตัว
ใครจะไปคิดว่าภรรยาที่เขาไม่เคยคิดจะแตะต้อง และรังเกียจมาตลอด จะมีรสชาติที่ "หอมหวาน" และ "น่าหลงใหล" ได้ถึงเพียงนี้ มันเป็นความรู้สึกอิ่มเอมที่เขาไม่เคยพานพบมาก่อน ราวกับว่าร่างกายของนางถูกสร้างมาเพื่อเขา
"ขออนุญาตพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง"
เสียงเรียกจากหน้าประตูขัดจังหวะภวังค์ความคิด จวิ้นอวี้ปรับสีหน้ากลับมาเคร่งขรึมเย็นชาตามเดิม ก่อนจะลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง
"เข้ามา"
หัวหน้าองครักษ์เงา เดินเข้ามาคุกเข่าลง สีหน้าดูลำบากใจเล็กน้อยที่จะรายงานสิ่งที่ค้นพบ
"ทูลท่านอ๋อง เรื่องต้นตอของยาปลุกกำหนัดที่ท่านได้รับเมื่อคืน จากการตรวจสอบถ้วยชาและเส้นทางของสาวใช้ที่นำมาถวาย..." องครักษ์กลืนน้ำลาย
"มีความเป็นไปได้สูงว่า... จะมาจากทางเรือนของ คุณหนูไป๋ลู่ พ่ะย่ะค่ะ"
จวิ้นอวี้ไม่ได้แสดงท่าทีตกใจ เขาเพียงแค่หลุบตาลงต่ำ นัยน์ตาสีดำมืดลึกล้ำจนยากจะคาดเดา
"ข้าพอจะเดาได้" เขาตอบเสียงเรียบ
สมองอันชาญฉลาดของแม่ทัพหนุ่มประมวลผลแผนการทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว ไป๋ลู่คงวางแผนวางยาเขา และกะจะเข้ามาปรนนิบัติเขาในยามที่เขาขาดสติ
หากเมื่อคืนคนที่อยู่ในห้องนี้ไม่ใช่เยว่ซิน แต่เป็นไป๋ลู่ และหากเขาร่วมหลับนอนกับนางไปแล้ว ด้วยกฎมณเฑียรบาลและเกียรติยศ เขาจะต้องรับผิดชอบนาง
นั่นจะเป็น "ข้ออ้าง" ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการรับไป๋ลู่เข้ามาเป็น "ชายารอง" หรือแม้กระทั่งยกย่องนางขึ้นมาแทนที่เยว่ซินได้อย่างชอบธรรม โดยที่ตระกูลเยว่ไม่อาจคัดค้านได้เต็มปาก
มันเป็นแผนที่แยบยล และเขาควรจะดีใจมิใช่หรือ? ที่จะได้ครองคู่กับหญิงคนรักในวัยเด็กตามที่เคยปรารถนา
แต่ทว่า...
"ท่านอ๋อง... จะให้จัดการอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ?"
"ปิดเรื่องนี้ไว้ก่อน อย่าเพิ่งให้ใครรู้" จวิ้นอวี้สั่งเสียงเข้ม "ข้าจะจัดการเอง"
เมื่อองครักษ์ออกไปแล้ว จวิ้นอวี้ก็เอนศีรษะพิงพนักเตียงอีกครั้ง คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสับสน
ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกเสียดายเลยสักนิดที่แผนของไป๋ลู่ล้มเหลว?
ทำไมเขาถึงรู้สึกโล่งใจที่เป็นเยว่ซิน?
และที่น่าแปลกใจที่สุดคือ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตั้งแต่เยว่ซินฟื้นขึ้นมาจากน้ำ ใบหน้าของไป๋ลู่ที่เขาเคยเฝ้าคะนึงหา กลับเลือนรางลงไปทุกที
ในหัวของเขากลับมีแต่ภาพของสตรีอีกคน สตรีที่มีแววตาเย็นชา สตรีที่กล้าขอหย่ากับเขา สตรีที่นั่งทำแผลให้คนสวน และสตรีที่นอนร้องไคร่ครวญอยู่ใต้ร่างเขาเมื่อคืน
"เยว่ซิน... เจ้าทำอะไรกับข้ากันแน่"
เคร้ง!
ถ้วยชาลายครามถูกกระแทกลงกับจานรองอย่างแรงจนเกิดเสียงดังลั่น ทำเอาสาวใช้ที่ยืนพัดวีให้อยู่สะดุ้งโหยง
เยว่ซิน นั่งหน้ามุ่ยอยู่ภายในศาลารับลม นางยกมือขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ อารมณ์ขุ่นมัวจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้
(ไอ้บ้าจวิ้นอวี้! ไอ้ผู้ชายเฮงซวย! ไอ้คนกลืนน้ำลายตัวเอง!)
นางก่นด่าสามีในใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมในคืนวันเข้าหอแล่นย้อนกลับมาตอกย้ำความย้อนแย้งนี้อย่างชัดเจน ภาพของท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ที่ยืนหันหลังให้นางในคืนแต่งงาน พร้อมกับประกาศด้วยน้ำเสียงรังเกียจเดียดฉันท์ว่า...
'ต่อให้ข้าต้องตาย... ข้าก็ไม่มีวันแตะต้องสตรีจอมมารยาและสกปรกอย่างเจ้า! จำใส่หัวเอาไว้!'
"เหอะ! แล้วเมื่อคืนมันคืออะไรมิทราบ!" เยว่ซินเผลอสบถออกมาเสียงลอดไรฟัน
ไอ้ที่บอกว่าจะไม่แตะต้อง แต่เมื่อคืนเล่นเอาซะนางแทบจะคลาน ลงจากเตียง! ความเจ็บระบมไปทั่วกาย โดยเฉพาะช่วงเอวและช่วงล่าง ย้ำเตือนถึงบทรักอันป่าเถื่อนและยาวนานนับหลายชั่วโมง
นางมาจากยุค 2025 ที่อุตส่าห์รักษาพรหมจรรย์มาตั้งนาน กะว่าจะเก็บไว้ให้คนที่รักจริงๆ ดันมาเสียซิงให้กับผู้ชายที่เกลียดขี้หน้านางเนี่ยนะ!
"โอ๊ย! อยากจะกรี๊ดให้ลั่นจวน!"
นางทุบโต๊ะระบายอารมณ์ ใบหน้าสวยหวานบัดนี้บูดบึ้งและแดงระเรื่อ (ด้วยความโกรธและความอาย)
ท่ามกลางอารมณ์เกรี้ยวกราดของนายหญิง หยางเฟย ยืนสงบนิ่งทำหน้าที่องครักษ์อยู่ไม่ไกล ทว่าภายใต้ท่าทีที่ดูเหมือนรูปปั้นหินนั้น ภายในใจของเขากลับร้อนรุ่มดั่งไฟเผา
สายตาคมกริบของเขา ไม่อาจละไปจาก รอยจ้ำสีแดงกุหลาบ หลายรอยที่เด่นชัดอยู่บนลำคอขาวผ่องระหงของนางได้ แม้เยว่ซินจะพยายามดึงปกเสื้อขึ้นปิดแล้ว แต่มันก็ยังโผล่ออกมาให้เห็นวูบวาบยามที่นางขยับตัว รอยเหล่านั้นคือหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกว่าเมื่อคืนนางผ่านศึกหนักมาเพียงใด และใครเป็นคนตีตราจองนาง
มือหนาที่จับด้ามดาบกำแน่นจนเส้นเลือดปูนโปน ข้อนิ้วซีดขาว
เขาเจ็บใจ... เจ็บใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
เขาเป็นเพียงองครักษ์ เป็นเพียงข้ารับใช้ ส่วนคนผู้นั้นคือ สามี ที่ถูกต้องตามกฎหมายและประเพณี ต่อให้เขาเก่งกาจมาจากไหน เขาก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปขัดขวาง หรือลากตัวคนผู้นั้นมาลงโทษที่ทำให้นางต้องเจ็บช้ำ
ความรู้สึกไร้ค่าแล่นพล่านในอก หยางเฟยได้แต่กัดฟันแน่น ข่มความโกรธเกรี้ยวและความหวงแหนที่เอ่อล้นเอาไว้ในใจ
ทำได้เพียงยืนมองร่องรอยแห่งความเป็นเจ้าของที่ชายอื่นฝากไว้บนตัวผู้หญิงที่เขา... เทิดทูนบูชา
หลังจากนั่งหน้าบึ้งระบายอารมณ์จนพอใจแล้ว สมองส่วนเหตุผลของเยว่ซินก็เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง และความคิดหนึ่งที่แวบเข้ามาในหัว ก็ทำให้เธอหน้าถอดสี
(เดี๋ยวนะ... เมื่อคืน... ไม่ได้ป้องกัน!)
ความจริงข้อนี้กระแทกใจอย่างจัง ในยุคโบราณที่ไม่มีถุงยางอนามัย และเมื่อคืนจวิ้นอวี้ก็ปล่อยใส่เธอไปตั้งกี่รอบก็ไม่รู้! โอกาสพลาดท้องมีสูงลิบลิ่ว!
"ไม่ได้การล่ะ..."
เยว่ซินพึมพำเสียงเครียด เธอกวักมือเรียกสาวใช้คนสนิททันที
"ชิงเหอ... ขยับเข้ามาใกล้ๆ หน่อย"
นางหยิบกระดาษและพู่กันที่วางอยู่บนโต๊ะหินอ่อนขึ้นมา จรดปลายพู่กันเขียนรายชื่อสมุนไพรจีน 4-5 ชนิดลงไปอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว ด้วยความรู้ระดับปริญญาโทด้านสมุนไพร การจัดเทียบยาแค่นี้ถือเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเธอ
"เอานี่ไป..." เธอยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้ชิงเหอ พร้อมกระซิบเสียงเบาที่สุด
"ออกไปที่ร้านยาข้างนอก... ห้ามใช้คนของในจวนเด็ดขาด ไปซื้อสมุนไพรตามเทียบยานี้มาให้ข้า แล้วเอามาต้มให้ข้ากินเงียบๆ ห้ามให้ใครรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด โดยเฉพาะท่านอ๋อง!"
ชิงเหอรับกระดาษมาอ่านดูด้วยความงุนงง แม้นางจะไม่รู้เรื่องยามากนัก แต่ชื่อสมุนไพรบางตัวก็พอมารู้มาบ้าง
"นี่มัน... สมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นจัด... พระชายาป่วยหรือเพคะ?"
"ไม่ใช่ยารักษาโรค..." เยว่ซินจ้องตาบ่าวคนสนิท นัยน์ตาฉายแววเด็ดเดี่ยว "แต่มันคือ ยาห้ามครรภ์"
"พะ... พระชายา!" ชิงเหอแทบจะทำกระดาษหลุดมือ นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"ตะ... แต่ว่า... การตั้งครรภ์มังกรน้อย คือสิ่งที่หญิงทั่วหล้าปรารถนานะเพคะ! หากท่านอ๋องรู้เข้า..."
"ก็อย่าให้รู้สิ!" เยว่ซินสวนกลับเสียงเข้ม มือเรียวที่วางอยู่บนตักกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
เธอยอมแลกทุกอย่างเพื่อกลับบ้าน แต่เธอจะไม่ยอมให้เด็กคนหนึ่งต้องเกิดมาเพื่อเป็นโซ่ตรวนขังเธอไว้ หรือต้องเกิดมาท่ามกลางพ่อแม่ที่ไม่ได้รักกัน
"เข้าใจแล้วใช่ไหม?"
"เพคะ... บ่าวเข้าใจแล้ว" ชิงเหอเก็บกระดาษเข้าในอกเสื้อ "บ่าวจะรีบไปจัดการให้เงียบที่สุดเพคะ"
เยว่ซินมองตามหลังสาวใช้ไป พลางถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
