เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม

96.0K · จบแล้ว
แคลร์ออสติน
49
บท
12.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

"ท่านอ๋อง... เรามาหย่ากันเถอะ" นั่นคือประโยคแรกที่ 'เยว่ซิน' เอ่ยปากทันทีที่ฟื้นจากความตาย นางยอมถอยให้เขารับสตรีในดวงใจเข้ามา ยอมถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงม่าย ขอเพียงแค่เขาปล่อยนางไป แต่ทว่า... บุรุษผู้เย็นชาตรงหน้ากลับแค่นยิ้มร้ายกาจ "หย่างั้นรึ? ฝันไปเถอะ! ตราบใดที่ตระกูลเยว่ยังค้ำฟ้า เจ้าก็ต้องตายในฐานะพระชายาของข้า!" จากความเกลียดชัง... แปรเปลี่ยนเป็นความยึดติด เมื่อนางพยายามหนี เขาจึงใช้ "ร่างกาย" เป็นกรงขัง "เตรียมตัวไว้ให้ดีเยว่ซิน... คืนนี้ข้าจะทบต้นทบดอก จนกว่าเจ้าจะลืมวิธีเขียนใบหย่า!"

นิยายรักโรแมนติกนิยายจีนโบราณท่านอ๋องนางเอกเก่งข้ามมิติจีนโบราณพระชายาแต่งงานก่อนรักเกิดใหม่ในนิยายราชวงศ์/ชนชั้นเจ้า

ตอนที่ 1 : การฟื้นคืนชีพที่ไม่คาดฝัน

ตอนที่ 1 : การฟื้นคืนชีพที่ไม่คาดฝัน

เสียงร่ำไห้สะอื้นของเหล่าบ่าวไพร่คนสนิทดังระงมไปทั่วเรือนพัก แต่กระนั้นก็ยังไม่อาจกลบเสียงกระซิบกระซาบที่ดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ เมื่อทุกคนต่างมองไปยังร่างของ พระชายาเยว่ซิน ที่นอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง

"น่าเวทนานัก" บ่าวอาวุโสคนหนึ่งปาดน้ำตา "แม้จะเป็นถึงธิดาคนเดียวของท่านแม่ทัพผู้ค้ำจุนแผ่นดิน แต่กลับไม่เคยได้รับความรักจากท่านอ๋องจวิ้นอวี้เลยสักนิด"

"ชู่ว์! เบาหน่อย" อีกเสียงกระซิบตอบ "ก็ใครใช้ให้พระนางใช้อำนาจบิดาบีบบังคับให้ท่านอ๋องแต่งงานด้วยเล่า! ทั้งที่ใครๆ ก็รู้ว่าท่านอ๋องมี คุณหนูไป๋ลู่ สหายสมัยเด็กอยู่ในใจมาตลอด"

"เรื่องที่เกิดขึ้นริมสระนั่น ข้าได้ยินว่าพระชายาทรงโกรธเกลียดคุณหนูไป๋ลู่ จึงผลักนางตกน้ำ!"

"ใช่! แล้วพระองค์ก็แกล้งกระโดดตามลงไป หวังจะให้ท่านอ๋องเลือก แต่ผลกลับเป็นท่านอ๋องจวิ้นอวี้พุ่งไปช่วยคุณหนูไป๋ลู่ ปล่อยให้พระชายาจมน้ำจริงๆ!"

เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกัน เหล่าบ่าวไพร่ต่างมองร่างที่บัดนี้ซีดเผือดราวกับไร้วิญญาณบนเตียงด้วยแววตาซับซ้อน ทั้งสมเพชเวทนา และแอบสมน้ำหน้าอยู่ลึกๆ

"อื้อ... ใครมาร้องไห้น่ารำคาญจริงๆ คนจะนอน!"

ท่ามกลางเสียงสะอึกสะอื้นระงมที่ดังอยู่รอบตัว เยว่ซิน ก็ค่อยๆ ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ เปลือกตาหนักอึ้งพยายามปรือเปิดขึ้นทีละน้อย

(นี่ฉันนอนอยู่ที่โรงพยาบาลเหรอ? ทำไมเสียงดังอย่างกับมีงานศพ)

เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ เยว่ซิน พระชายาผู้เป็นนางร้ายในยุคจีนโบราณเสียแล้ว

"โว้ย! หนวกหู! บอกว่าคนจะนอนไงเล่า!"

ทันทีที่สติเริ่มกลับมาบ้าง หญิงสาวก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งพรวดบนเตียง พร้อมกับตวาดลั่นด้วยความหงุดหงิดตามประสาคนนอนไม่อิ่ม ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเหล่าบ่าวไพร่ที่กำลังคุกเข่าร้องไห้อยู่ข้างเตียง คือภาพของพระชายาที่เมื่อครู่ยังนอนนิ่งราวกับศพ บัดนี้กลับลุกขึ้นนั่งจ้องเขม็ง ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้าง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเปียกชื้น

"กรี๊ดดดดดดดด!"

"ผะ... ผี! พระชายาเป็นผี!"

"พระชายาฟื้นแล้ว!"

บ่าวไพร่คนหนึ่งร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนที่วงร้องไห้จะแตกฮือ เหล่าบ่าวไพร่ต่างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว พากันวิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง ชนข้าวของล้มระเนระนาด บางคนถึงกับล้มลุกคลุกคลานเพื่อหนีออกจากห้องให้เร็วที่สุด

เยว่ซินนั่งงงอยู่บนเตียง มองดูเหตุการณ์ชุลมุนตรงหน้าด้วยความมึนงง

"ผีเผออะไรของพวกแก นี่มันเล่นละครอะไรกันเนี่ย? แล้วที่นี่มันที่ไหน?!"

เธอก้มมองชุดผ้าไหมโบราณเปียกชื้นที่ตัวเองใส่อยู่ ก่อนจะต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ เพิ่งจะส่งคุณหนูไป๋ลู่กลับถึงเรือนรับรองของนาง ร่างบอบบางที่เปียกปอนและยังตัวสั่นไม่หาย ทำให้เขาต้องใช้เวลาปลอบประโลมอยู่ครู่ใหญ่ด้วยความเป็นห่วง

ทว่าทันทีที่เขาก้าวพ้นจากเรือนของสหายวัยเด็ก ความวุ่นวายและเสียงกรีดร้องโวยวายจากทิศทางเรือนพักของพระชายาก็ดังแว่วมาถึง

"เกิดเรื่องอันใดขึ้น!" เขาตวาดถามองครักษ์เงาที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"ทูลท่านอ๋อง เมื่อครู่มีบ่าวไพร่จากเรือนพระชายาวิ่งหน้าตื่นมาแจ้งว่า..." องครักษ์เงาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะรายงานตามความจริง "พวกเขาแจ้งว่าพระชายาสิ้นพระทัยแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"

จวิ้นอวี้ชะงักฝีเท้าไปชั่วขณะ หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างประหลาด... นางตายแล้ว?

"แต่ว่า..." องครักษ์รีบกล่าวต่อ เมื่อเห็นความโกลาหลระลอกใหม่ดังมา "เมื่อสักครู่ บ่าวไพร่วิ่งหนีออกมาอีกระลอก บอกว่าพระชายาฟื้นคืนชีพแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พวกเขากำลังแตกตื่น คิดว่าพระชายาเป็นผี!"

คิ้วเข้มของท่านอ๋องจวิ้นอวี้ขมวดมุ่นเข้าหากันทันที

สิ้นใจแล้ว แต่กลับฟื้นขึ้นมา?

เขาสะบัดชายแขนเสื้ออย่างแรง มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนของพระชายาทันที ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะอธิบาย เขาไม่รู้ว่าควรรู้สึกดีใจหรือเสียใจดี

ดีใจ... ที่อย่างน้อยนางยังไม่ตาย และเขาคงไม่ต้องรับมือกับโทสะของท่านแม่ทัพผู้เป็นพ่อตา

หรือเสียใจ... ที่ตัวปัญหาอย่างเยว่ซิน ผู้หญิงที่ใช้อำนาจสกุลบีบบังคับให้เขาต้องแต่งงานด้วย ยังคงไม่หายไปจากชีวิตเขาสักที

เยว่ซินพยายามยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ร่างกายที่เพิ่งผ่านการจมน้ำมาหมาดๆ ทั้งหนักอึ้งและหนาวสั่นไปถึงกระดูก

"พระชายา! ทรงฟื้นแล้ว! บ่าวอยู่นี่เพคะ!"

เสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างของบ่าวรับใช้หญิงที่ยังอยู่ในวัยสาว กิริยาท่าทางดูภักดี นางคือ ชิงเหอ บ่าวคนสนิทที่แม้จะตกใจวิ่งหนีไปในตอนแรก แต่ก็รีบตั้งสติวิ่งกลับเข้ามาดูนายของตนทันที นางโผเข้ามาเพื่อจะประคอง

"อย่ามาแตะต้องฉัน!"

เยว่ซินสะบัดแขนผลักบ่าวคนสนิทออกไปอย่างแรงด้วยความตกใจและระแวง เธอไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้! ชิงเหอล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความงุนงง "พระชายา..."

เยว่ซินไม่สนใจเสียงเรียกนั้น เธอก้าวถอยหลังอย่างไม่มั่นคง สายตากวาดมองไปรอบๆ ห้องด้วยความสับสน นี่มันไม่ใช่ห้องนอนของเธอ!

ห้องนี้กว้างขวางโอ่โถง แต่กลับเต็มไปด้วยของประหลาด เตียงไม้สลักลายวิจิตรที่เธอนั่งอยู่ ม่านปักลายหงส์สีแดงสด โต๊ะเครื่องแป้งไม้ขัดมันวาวที่มีกระจกทองเหลืองโบราณตั้งอยู่ แม้แต่กระถางกำยานที่ยังลอยควันจางๆ ทุกอย่างดูเหมือนฉากในละครจีนโบราณไม่มีผิด!

(นี่มันเรื่องบ้าอะไร)

เพียะ!

เยว่ซินยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองอย่างแรง!

"โอ๊ย! เจ็บ..."

ความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาบนแก้มนั้นชัดเจนและสมจริงเกินไป นี่ไม่ใช่ความฝัน!

(อย่าบอกนะว่าฉันทะลุมิติมา?! มันจะเกิดขึ้นได้ยังไง! ฉันก็แค่... ฉันก็แค่นอนหลับอยู่ในห้องนอนของตัวเองเฉยๆ!)

ทันใดนั้นเอง...

"อ๊า!"

เยว่ซินร้องออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บปวดระลอกใหม่จู่โจมเข้าที่ศีรษะ ภาพและเรื่องราวที่ไม่ใช่ของเธอจู่ๆ ก็ฉายซ้ำเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว ภาพการแต่งงานที่ไร้รอยยิ้ม สายตาเย็นชาของท่านอ๋องจวิ้นอวี้ รอยยิ้มเย้ยหยันของไป๋ลู่ ความอัปยศอดสูจากการถูกบังคับ และความรักที่คลั่งไคล้ ความเจ็บปวดที่เฝ้ารอ...

ความรู้สึกที่ "เจ็บช้ำ" อย่างแสนสาหัสของเจ้าของร่างเดิมถาโถมเข้าใส่จิตใจของเธออย่างจัง!

"อึ่ก..."

เยว่ซินรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจอย่างรุนแรง มันเป็นความเจ็บที่บีบคั้นจนหายใจไม่ออก และไม่ทันที่เธอจะได้ประมวลผลอะไรต่อ น้ำตาสองสายก็ไหลทะลักออกมาจากดวงตาของเธออย่างห้ามไม่ได้ มันไหลออกมา... ราวกับว่าตัวเธอเองคือคนที่รักสามีเลวผู้เย็นชาคนนั้นจนแทบขาดใจเสียเอง

ยังไม่ทันที่เยว่ซินจะได้ยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกจนสุดบาน ตามมาด้วยการปรากฏตัวของบุรุษผู้หนึ่ง

เยว่ซินหันไปมองตามสัญชาตญาณ

ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองลายมังกรซ่อนเมฆก้าวเข้ามา บ่งบอกถึงสถานะสูงศักดิ์ของผู้สวมใส่ แม้ใบหน้าของเขาจะหล่อเหลาราวกับเทพเซียนสลักเสลา คิ้วกระบี่เข้มพาดเฉียง สันจมูกโด่งคม ริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มแน่นเป็นนิจ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับดำมืดและเย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปี

เขาคือ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ สามีของเจ้าของร่างนี้

ทว่าเยว่ซินในตอนนี้กลับไม่ได้รู้สึกตกตะลึงในความหล่อเหลาอันสมบูรณ์แบบนั้นเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่สบตากับเขา ความรู้สึก "ผิดหวัง" อย่างรุนแรงจนแทบแหลกสลาย ซึ่งเป็นของเจ้าของร่างเดิมที่หลงเหลือเอาไว้ก่อนจากไป ก็ปะทุขึ้นมาในอกอย่างบ้าคลั่ง

มันคือความผิดหวัง... ที่เขามองข้ามนาง

มันคือความเจ็บปวด... ที่เขาเลือกช่วยหญิงอื่น

มันคือความสิ้นหวัง... ที่รู้ว่าทั้งชีวิตนี้ก็ไม่มีวันได้หัวใจของเขามา

ความรู้สึกเหล่านั้นหนักหน่วงเสียจนเยว่ซินแทบยืนไม่อยู่ เธอจ้องมองใบหน้าเย็นชาของเขาผ่านม่านน้ำตา ไม่ใช่ด้วยความรัก แต่ด้วยความปวดร้าวที่ฝังลึกจนสุดจะทานทน