ตอนที่ 8 : ค่ำคืนแห่งพันธนาการ
ตอนที่ 8 : ค่ำคืนแห่งพันธนาการ
ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชา บัดนี้แดงก่ำและฉ่ำเยิ้มไปด้วยไฟราคะที่กำลังลุกโชน สติสัมปชัญญะของเขาดูเลือนลางเต็มที
(ชิบหายแล้ว... อาการแบบนี้มันไม่ใช่พิษธรรมดา... นี่มัน ยาปลุกกำหนัด!)
เยว่ซินเบิกตากว้างด้วยความตระหนก
"เยว่... ซิน..." เขาครางเรียกชื่อเธอเสียงแหบพร่า ก่อนจะก้มหน้าลงมาหมายจะบดขยี้ริมฝีปาก
"อย่านะ!"
เยว่ซินเบี่ยงหน้าหลบได้ทันท่วงที ทำให้ริมฝีปากร้อนผ่าของเขาเฉียดแก้มเธอไปประทับลงที่ซอกคอแทน เธอพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต ทั้งทุบทั้งผลัก
"ตั้งสติหน่อยสิเว้ย! ข้าเอง! เยว่ซิน! คนที่ท่านเกลียดไง!"
แต่อีกฝ่ายแรงเยอะมหาศาลราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บ ยิ่งเธอดิ้น เขาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น มือร้อนจัดเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดกิ่วผ่านเนื้อผ้าบางเบา
"ท่านพี่จวิ้นอวี้! เปิดประตูให้ข้านะ! ข้ามาช่วยท่านแล้ว!"
เสียงตะโกนแหลมสูงดังมาจากหน้าประตู... เสียงของ ไป๋ลู่ นางในดวงใจของเขา!
"องครักษ์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ท่านพี่กำลังทรมาน ข้าต้องเข้าไปดูแลเขา!" เสียงของไป๋ลู่ร้องโวยวายแข่งกับเสียงทุบประตู
เยว่ซินเหมือนเห็นทางรอด "ได้ยินไหม! สุดที่รักของท่านมาแล้ว! ปล่อยข้าสิ! ไปหา..."
คำพูดของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจวิ้นอวี้ไม่สนใจเสียงเรียกหาของหญิงคนรักที่หน้าประตูเลยแม้แต่น้อย เขามือข้างหนึ่งล็อกคางของเยว่ซินให้หันกลับมา แล้วประทับจูบลงไปอย่างดุดันและหิวกระหาย!
"อื้อ!!!"
ริมฝีปากของเขาบดขยี้ลงมาอย่างป่าเถื่อน รุกราน และเรียกร้อง จนเยว่ซินได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ในปาก สมองของเธอขาวโพลน
(ไอ้อ๋องบ้านี่! เกลียดฉันไม่ใช่หรือไง! แล้วฉันก็เกลียดนาย!)
ความคับแค้นใจตีตื้นขึ้นมาในอก การที่เขาโดนยาแล้วมีความใคร่ มันเป็นเรื่องเข้าใจได้ที่จะเรียกหาภรรยามาปลดปล่อย แต่มันผิดตรงที่คนทั้งจวนก็รู้ว่าเขารังเกียจเธอแค่ไหน!
เขาทำแบบนี้... มันเหมือนกำลังดูถูกเธอว่าเป็นแค่ ที่ระบาย ในยามที่เขาไร้สติงั้นหรือ?
เยว่ซินรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ผลักอกเขาออกห่างได้เล็กน้อย หอบหายใจแฮ่ก จ้องมองเข้าไปในดวงตาแดงก่ำคู่นั้น
"ตั้งสติเดี๋ยวนี้นะ จวิ้นอวี้!" เธอตะคอกใส่หน้าเขา น้ำตาแห่งความเจ็บใจรื้นขึ้นมา
"ดูให้ดีว่าข้าเป็นใคร! ข้าคือเยว่ซิน! ผู้หญิงร้ายกาจที่ท่านเกลียดเข้าไส้ไง! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ แล้วไปหาแม่ดอกบัวขาวของท่านหน้าห้องนู่น!"
จวิ้นอวี้ชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจหอบกระเส่า สายตาของเขาโฟกัสมาที่ใบหน้าของเธอ... เขามองเห็นดวงตาดื้อรั้นคู่นั้น ดวงตาที่ไม่ยอมจำนน
ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจและเปี่ยมไปด้วยความต้องการที่ปิดไม่มิด
"ข้ารู้..."
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากเธอ
"ข้ารู้ว่าเจ้าคือเยว่ซิน..."
ดวงตาของเยว่ซินเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
"และข้า..." เขากดจูบลงมาที่ซอกคอขาวเนียนอย่างแรงจนเกิดรอยแดง "ก็ไม่คิดจะปล่อยเจ้าหลุดไปไหนทั้งนั้น!"
สิ้นคำประกาศิต เขาก็จัดการรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัว ตัดหนทางหนีรอดทุกทิศทาง ทิ้งให้เสียงกรีดร้องเรียกหาของไป๋ลู่ที่หน้าประตู กลายเป็นเพียงเสียงนกเสียงกาที่ไร้ความหมายสำหรับเขาในค่ำคืนนี้!
ริมฝีปากหยักลึกที่เคยพ่นแต่คำวาจาร้ายกาจและเย็นชา บัดนี้กลับร้อนระอุราวกับถ่านไฟแดงฉานที่นาบลงมาบนผิวเนื้อ จวิ้นอวี้ไม่เปิดโอกาสให้เยว่ซินได้ประท้วงอีกต่อไป เขาบดเบียดจูบลงมาอย่างหนักหน่วง เรียกร้อง และเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนชื้นรุกล้ำเข้ามาควานหาความหวานในโพรงปาก ตักตวงความหอมหวานราวกับคนอดอยากปากแห้งมานานนับปี
"อื้อ... อือ..."
เสียงประท้วงของเยว่ซินถูกกลืนหายไปในลำคอ มือเล็กที่พยายามทุบตีแผงอกแกร่งเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นภายใต้ฝ่ามือ และจังหวะหัวใจของเขาที่เต้นรัวแรงแข่งกับเธอ
(บ้าที่สุด! ร่างกายทรยศ!)
สมองของเธอกรีดร้องสั่งให้ผลักไส แต่ร่างกายของเจ้าของเดิมกลับตอบสนองสัมผัสของสามีอย่างโหยหา ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับกระแสไฟ ทุกจุดที่มือร้อนของเขาลากผ่าน ทิ้งไว้เพียงรอยไหม้แห่งความปรารถนา
"ยะ... อย่า... จวิ้นอวี้..."
เยว่ซินพยายามเบี่ยงหน้าหนีเพื่อกอบโกยอากาศหายใจ แต่เขากลับฉวยโอกาสนั้นซุกไซ้ใบหน้าคมคายลงมาที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยความเป็นเจ้าของ ก่อนจะลากไล้ต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงภายใต้ชุดนอนผ้าแพรบางเบา
แคว่ก!
เสียงฉีกขาดของผ้าไหมราคาแพงดังบาดหู ชุดนอนตัวบางที่เคยห่อหุ้มร่างกายของเธอถูกมือหนากระชากออกอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นผิวพรรณขาวเนียนอมชมพูและยอดอกชูชันที่ท้าทายสายตา
จวิ้นอวี้คำรามในลำคออย่างพึงพอใจ แววตาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยฤทธิ์ยาและราคะกวาดมองร่างเปลือยเปล่าตรงหน้าด้วยความหลงใหล เขาไม่รอช้า ก้มลงครอบครองยอดถันสีหวานทันที ปลายลิ้นสากระคายตวัดหยอกล้อสลับกับดูดดึงอย่างหิวกระหาย
"อา... ไม่..."
เยว่ซินเชิดหน้าขึ้นด้วยความเสียวซ่าน ขาเรียวทั้งสองข้างจิกเกร็งไปกับที่นอน ความคิดต่อต้านในหัวเริ่มแตกกระเจิง กลายเป็นความขาวโพลน มีเพียงความรู้สึกร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นตรงท้องน้อย
เขาไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น มือหนาเลื่อนต่ำลงไปลูบไล้สะโพกมนกลึง บีบเคล้นอย่างมันมือ ก่อนจะสอดแทรกปลายนิ้วเข้าไปสำรวจความชุ่มชื้นใจกลางความเป็นสาวที่ตอบสนองเขาอย่างน่าอาย
"เจ้ารู้สึก..." จวิ้นอวี้เงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาของเขาแม้จะพร่ามัวแต่กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
"ร่างกายของเจ้า... ไม่เคยโกหก..."
"หุบปาก..." เยว่ซินกัดริมฝีปากจนห่อเลือด น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอับอาย "ทำ... ให้มันจบๆ ไปซะ..."
เธอรู้ว่าไม่อาจหนีพ้นค่ำคืนนี้ไปได้
จวิ้นอวี้เหยียดยิ้มมุมปาก ก่อนจะแทรกกายแกร่งเข้ามาแนบชิด ขาแกร่งแยกเรียวขาของเธอออกกว้าง เขาจับจ้องใบหน้าแดงก่ำของนางอย่างไม่วางตา ก่อนจะดันกายบุกรุกเข้าไปในความคับแน่นอย่างรวดเร็วและรุนแรง
"อึก!"
เยว่ซินนิ่วหน้าด้วยความเจ็บจุกที่ปนเปมากับความเสียวซ่าน เล็บจิกแน่นลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายอารมณ์
จวิ้นอวี้เองก็คำรามต่ำ เขากัดฟันแน่นเพื่อข่มกลั้นความสุขสมที่ถาโถมเข้ามา ความคับแค้นใจ ความโกรธ และความปรารถนาที่เก็บกดมานานระเบิดออกมาในจังหวะรักที่ดุดัน เขาโหมกายเข้าหาเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับพายุคลั่งที่ต้องการทำลายล้างและครอบครองทุกตารางนิ้ว
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังผสานไปกับเสียงครางกระเส่าที่กลั้นไม่อยู่ เสียงกรีดร้องของไป๋ลู่หน้าห้องเงียบหายไปนานแล้ว หรือบางที... อาจจะเป็นเพราะในหูของเยว่ซินตอนนี้ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นประสานเป็นจังหวะเดียวกัน
บทรักดำเนินไปอย่างยาวนานและเร่าร้อน จวิ้นอวี้ไม่ยอมให้เธอได้พัก เขาจับเธอพลิกคว่ำพลิกหงาย เปลี่ยนท่วงท่าตามอำเภอใจ ราวกับต้องการตอกย้ำให้เธอจำสัมผัสของเขาให้ขึ้นใจ ว่านางเป็นของเขา... ของเขาเพียงคนเดียว
จนกระทั่งจุดสูงสุดของอารมณ์มาถึง เยว่ซินกรีดร้องออกมาเสียงหลง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ขณะที่จวิ้นอวี้ปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนเข้ามาในกายเธอทุกหยาดหยด ก่อนจะทิ้งตัวลงทับร่างบางอย่างหมดแรง
เขากอดรัดเธอไว้แน่น... แน่นจนแทบหายใจไม่ออก ซุกใบหน้าลงกับซอกคอชื้นเหงื่อของเธอ
"เยว่ซิน..."
เขาพึมพำเสียงแผ่วเบาข้างหู ก่อนสติจะดับวูบไปเพราะความอ่อนเพลียและฤทธิ์ยาที่เจือจางลง
ทิ้งให้เยว่ซินนอนเบิกตากว้างมองเพดานมุ้ง ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน น้ำตาหยดหนึ่งไหลกลิ้งลงมาจากหางตา...
ไม่ใช่เพราะความเสียใจที่เสียตัว... แต่ทำไม... หัวใจบ้านี่ถึงต้องเต้นแรงขนาดนี้ด้วย!
