บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 : ทวงคืนความภักดี

ตอนที่ 4 : ทวงคืนความภักดี

หลังจากเดินหนีออกมาจากท่านอ๋องจอมเก๊กได้สักพัก ความหงุดหงิดก็เริ่มคลายลง เยว่ซินสูดหายใจลึกๆ พยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ เมื่อความเจ็บปวดที่หัวใจสงบลง สมองอันชาญฉลาดแบบนักธุรกิจสาวก็เริ่มทำงานทันที

"ชิงเหอ" เยว่ซินหันไปกระซิบถามบ่าวคนสนิทที่เดินตามต้อยๆ "ข้าถามอะไรหน่อยสิ"

"เพคะพระชายา?"

"ข้า... เอ้ย 'เรา' น่ะ มีเงินไหม? มีเยอะเท่าไหร่? แล้วสินเดิมที่ข้าแต่งเข้ามาล่ะ อยู่ที่ไหน?"

ดวงตาของชิงเหอเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

"โธ่ พระชายา ท่านลืมไปแล้วหรือเพคะ? ท่านเป็นถึงบุตรสาวคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่ สินเดิมที่ท่านขนมาตอนแต่งงานน่ะ ยาวเหยียดเป็นสิบๆ ลี้! หีบทองคำ หีบผ้าไหม หีบเครื่องประดับ มีเต็มห้องคลังจนแทบจะล้นออกมา ท่านรวยยิ่งกว่าคลังหลวงบางเมืองเสียอีกนะเพคะ!"

"จริงดิ!"

เยว่ซินเผลออุทานออกมาด้วยความดีใจ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้า

(เยี่ยม! รวย! สวย! แล้วจะไปง้อผู้ชายพรรค์นั้นทำไม! ในเมื่อมีทุนรอนขนาดนี้ ฉันก็สามารถใช้ชีวิตเสวยสุขได้สบายๆ หรือจะเอาไปลงทุนทำธุรกิจต่อยอดก็ยังได้!)

"งั้นวันนี้อากาศดี" เยว่ซินกระตือรือร้นขึ้นมาทันที "ข้าอยากออกไปเดินเล่นข้างนอก ไปตลาด ไปดูบ้านเมือง ไปหาอะไรอร่อยๆ กิน ได้ใช่ไหม?"

ชิงเหอทำหน้าลำบากใจทันที "เอ่อ... ไปน่ะไปได้เพคะ แต่ตามกฎของวังอ๋อง พระชายาจะออกไปนอกจวนตามลำพังไม่ได้ ต้องมี 'องครักษ์ประจำตัว' ติดตามไปอารักขาด้วยทุกครั้งเพคะ"

"องครักษ์?" เยว่ซินเลิกคิ้ว "ก็เรียกมาสิ องครักษ์ของข้าอยู่ไหนล่ะ?"

คราวนี้ชิงเหอก้มหน้าลงต่ำ หลบสายตาเจ้านาย ใบหน้าของนางฉายแววสลดวูบหนึ่ง

"พระชายา... ท่าน... ไม่มีองครักษ์ติดตามตัวแล้วเพคะ"

"อ้าว? ทำไมล่ะ? พ่อข้าเป็นถึงแม่ทัพ ไม่ส่งใครมาดูแลข้าเลยเหรอ?"

"มีเพคะ เคยมี..." ชิงเหอตอบเสียงเบาหวิว "คนผู้นั้นคือ 'หยางเฟย'... เขาเป็นยอดฝีมือ เป็นทหารกล้าที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านแม่ทัพพ่อของท่านมาหลายสมรภูมิ"

"แล้วเขาไปไหน?"

ชิงเหอสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าก่อนจะตอบความจริง "เป็นพระชายาเองที่สั่งลงโทษเขาเพคะ"

"ห๊ะ? ข้าทำอะไร?"

"เมื่อหลายเดือนก่อน องครักษ์หยางเฟยพยายามทัดทานพระชายาเรื่องที่ท่านจะไปอาละวาดที่เรือนคุณหนูไป๋ลู่ ท่านโกรธมากที่เขาขัดใจ จึงสั่งปลดเขาจากการเป็นองครักษ์ แล้วส่งไป... ล้างคอกม้า เพคะ"

"อะไรนะ!" เยว่ซินอุทานเสียงหลง "ให้ทหารผ่านศึกไปล้างคอกม้าเนี่ยนะ!"

"เพคะ..." น้ำเสียงของชิงเหอสั่นเครือ เต็มไปด้วยความสงสารและรู้สึกผิดแทน "ถือเป็นการหยามเกียรติทหารกล้าอย่างรุนแรงที่สุด คนในจวนต่างพากันดูแคลนเขา แต่เขาก็ยอมก้มหน้ารับชะตากรรม ไม่หนีไปไหน"

"ทำไมเขาไม่ลาออก หรือหนีไปซะล่ะ? โดนขนาดนั้น"

"เพราะ 'บุญคุณ' และ 'คำสัญญา' เพคะ..." ชิงเหอเล่าต่อ

"ท่านแม่ทัพเยว่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ และก่อนที่ท่านจะแต่งงาน ท่านแม่ทัพได้ขอร้องให้เขาช่วยดูแลและปกป้องท่าน เขาจึงยอมทิ้งศักดิ์ศรี ยอมถูกเหยียบย่ำ ยอมตักมูลม้าและนอนในคอกสัตว์ เพียงเพื่อรักษาสัจจะที่ให้ไว้กับบิดาของท่านเพคะ"

เยว่ซินยืนนิ่งงันไป ความรู้สึกจุกแน่นแล่นขึ้นมาที่อก ไม่ใช่ความเจ็บปวดของร่างเดิม แต่เป็นความรู้สึก "ละอายใจ" อย่างที่สุด

ยัยเจ้าของร่างเดิมนี่มันเกินเยียวยาจริงๆ!

ทำร้ายหัวใจตัวเองไม่พอ ยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนภักดีได้ลงคอ ผู้ชายที่ยอมทิ้งเกียรติเพื่อรักษาสัญญาแบบนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะ!

"พาข้าไป..." เยว่ซินพูดเสียงเข้ม

"คะ? ไปไหนเพคะ?"

"ไปคอกม้า!" เยว่ซินประกาศก้อง แววตามุ่งมั่น "ข้าจะไปเอาคนของข้าคืน!"

เยว่ซินเร่งฝีเท้ามาจนถึงคอกม้าท้ายจวน กลิ่นฟางและกลิ่นสาบสัตว์ลอยคละคลุ้ง แต่เธอกลับไม่นึกรังเกียจ สายตากวาดมองหาเป้าหมายทันที

แล้วเธอก็เจอ...

ภาพเบื้องหน้าทำเอาฝีเท้าของเธอชะงักกึก หยางเฟย กำลังยืนหันหลังแปรงขนให้กับม้าศึกตัวใหญ่สีดำทมึน ร่างกายท่อนบนของเขาสวมเพียงเสื้อผ้าป่านสีตุ่นๆ ที่พับแขนขึ้นเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแขนที่แข็งแกร่งตึงแน่นทุกจังหวะการขยับตัว ผิวพรรณของเขาเป็นสีแทนระเรื่อจากการกรำแดดกรำฝน ตัดกับเหงื่อเม็ดเล็กที่เกาะพราวตามไรผมและลำคอแกร่ง

เมื่อเขาหันหน้ากลับมาเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนด้านแปรงขน เยว่ซินก็ต้องกลั้นหายใจ

ใบหน้าของเขาคมคายราวกับรูปสลักหินผา คิ้วเข้มหนาพาดเฉียงรับกับดวงตาเรียวรีทรงเสน่ห์แบบนักรบ จมูกโด่งเป็นสันตรง และริมฝีปากหยักลึกได้รูป แม้จะมีรอยเปื้อนฝุ่นจางๆ บนแก้ม แต่กลับไม่อาจบดบังรัศมีบุรุษเพศอันรุนแรงนั้นได้เลย

(แม่เจ้าโว้ย... นี่คนเลี้ยงม้าเหรอเนี่ย! หล่อวัวตายควายล้ม! หล่อแบบดิบเถื่อน เร้าใจ ต่างจากอีตาอ๋องหน้าตายที่เป็นน้ำแข็งขั้วโลกคนละขั้วเลย!)

ดูเหมือนสัญชาตญาณนักรบจะไวเป็นเลิศ หยางเฟยรับรู้ถึงการมาเยือน เขาหันขวับมามองทันที

เมื่อเห็นว่าเป็น "พระชายา" แววตาที่เคยสงบนิ่งพลันวูบไหว เขาไม่ได้แสดงความเคารพในทันที แต่กลับรีบเบือนหน้าหนี หลบสายตาลงต่ำ แสร้งทำเป็นสนใจแปรงขนม้าในมือต่อ

เขาไม่อยากให้นางเห็น... ว่าในแววตาของเขานั้น มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความน้อยเนื้อต่ำใจ และความ "โกรธเกลียด" ที่ไม่อาจปิดบัง

เยว่ซินสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าแล้วเดินตรงเข้าไปหา ย่ำลงบนพื้นดินที่ปนเปื้อนมูลม้าอย่างไม่ถือตัว

"หยางเฟย..." เธอเรียกชื่อเขาเสียงอ่อน

ชายหนุ่มชะงักมือ ร่างกายเกร็งเขม็ง แต่ไม่ยอมเงยหน้า

"พระชายา... ที่นี่สกปรก มิใช่ที่ที่พระองค์ควรเสด็จมา" น้ำเสียงของเขาเย็นชาและห่างเหิน

"ข้ามาหาเจ้า" เยว่ซินเดินเข้าไปใกล้อีกนิด จนยืนอยู่ข้างๆ ไหล่กว้างนั้น "ข้า... ขอโทษ"

คำว่า 'ขอโทษ' ที่หลุดออกมาจากปากสตรีผู้ถือดีที่สุดในแผ่นดิน ทำให้หยางเฟยถึงกับทำแปรงหลุดมือ

ตุ้บ!

เขาเงยหน้าขึ้นมองนางอย่างลืมตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน ข่าวลือที่ว่านางเปลี่ยนไปหลังจมนํ้าเขาได้ยินมาบ้าง แต่ไม่เคยเชื่อ จนกระทั่งวินาทีนี้

แววตาของนางใสกระจ่าง ไร้ซึ่งจริตมารยา และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจากใจจริง

"ข้ารู้ว่าที่ผ่านมาข้าทำผิดต่อเจ้ามามาก แต่ข้าอยากขอให้เจ้าอภัยให้ข้า" เยว่ซินจ้องตาเขา "กลับไปเป็นองครักษ์ของข้าเถอะนะ... กลับไปเป็นหยางเฟยคนเดิม"

หยางเฟยเม้มปากแน่น ความสับสนตีตื้นขึ้นมาในอก

"พระชายา... ให้ข้าอยู่ที่นี่เถิด"

"ทำไมล่ะ?"

"อยู่ที่นี่... ล้างคอกม้า ตักมูลสัตว์ แม้จะต่ำต้อยและเหนื่อยยาก..." เขาตอบเสียงขมขื่น สายตามองตรงไปยังนางอย่างมีความหมายนัย

"...แต่มันก็ยังดีกว่าการต้องเป็นเครื่องมือทำร้ายผู้บริสุทธิ์ หรือทำเรื่องชั่วช้าตามอำเภอใจของพระองค์"

เยว่ซินสะอึก... คำพูดนั้นเจ็บแสบ แต่จริงทุกคำ

แทนที่จะโกรธ เธอกลับรู้สึก "ปลื้มปริ่ม" หัวใจพองโตขึ้นมาทันที

(โอ๊ย! พ่อคุณ! แสนดีอะไรเบอร์นี้! หล่อแล้วยังมีคุณธรรมอีก!)

"ได้!"

เยว่ซินยิ้มกว้างออกมา จนใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางดูสว่างไสวราวกับดวงตะวัน

"ถ้าเจ้ากลัวเรื่องนั้น งั้นเรามาสัญญากัน!"

เธอยื่นมือเล็กๆ ขาวผ่องของตัวเองออกไปตรงหน้าเขา แล้วชู "นิ้วก้อย" ขึ้นมา

หยางเฟยมองนิ้วก้อยของนาง แล้วมองหน้านางด้วยความงุนงง "นี่คือ...?"

"นี่เรียกว่า 'เกี่ยวก้อยสัญญา'" เยว่ซินอธิบายเสียงใส "... เอ่อ... ถ้าเราเกี่ยวก้อยกันแล้ว หมายความว่าคำสัญญานั้นศักดิ์สิทธิ์ ห้ามคืนคำ!"

เธอยื่นนิ้วก้อยเข้าไปใกล้หน้าเขาอีกนิด

"ข้าสัญญา... ว่าข้าจะไม่สั่งให้เจ้าไปทำเรื่องเลวร้าย ไม่ให้เจ้าไปรังแกใคร และจะไม่ให้เจ้าทำอะไรที่ฝืนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเจ้าอีก... ถ้าข้าผิดสัญญา ให้ข้าเป็นลูกหมาเลยเอ้า!"

หยางเฟยมองสตรีตรงหน้า นางดูแปลกประหลาด พูดจาพิกล ท่าทางก็ดูเหมือนเด็กซุกซนมากกว่าพระชายาผู้สูงศักดิ์

แต่ทว่า... รอยยิ้มและความจริงใจนั้น กลับทำลายกำแพงน้ำแข็งในหัวใจของเขาจนพังทลายลงอย่างง่ายดาย

มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบและทำงานหนัก ค่อยๆ ยื่นออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ นิ้วก้อยที่ใหญ่กว่าของนางเกือบสองเท่าเกี่ยวรัดเข้ากับนิ้วก้อยเล็กๆ นั้นเบาๆ

สัมผัสอุ่นวาบแล่นพล่านไปทั่วร่างของคนทั้งคู่

"สัญญาแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ..."

หยางเฟยพึมพำ มุมปากที่เคยบึ้งตึงค่อยๆ คลายออก ก่อนจะปรากฏ "รอยยิ้ม" จางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายเดือนที่ออกมาจากหัวใจ

ความโกรธเกลียดหายวับไปราวกับหมอกควัน เหลือเพียงความภักดี... และความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในหัวใจขององครักษ์หนุ่ม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel