บท
ตั้งค่า

ดอกบัวขาวหรือชาเขียวกันแน่

ต้วนซินเว่ยรู้สึกขนกายลุกชัน เมื่อถูกกระซิบเสียงแหบพร่าอยู่ข้างหู ใบหน้าแดงระเรื่ออย่างเก้อเขิน แม้จะเป็นนักแสดงที่สัมผัสกับพระเอกมาบ้างแต่ความรู้สึกกลับต่างกันอย่างมาก เธอผละตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งอย่างคล่องแคล่วพร้อมเอ่ยราวกับเป็นผู้หญิงกร้านโลก

“พ่อคนเก่งวันนี้ฉันมีธุระ ไว้ค่อยมาจัดการคุณทีหลัง”

“ผมจะรอครับ”

กู้เฟิงหมิงตอบรับพร้อมหัวเราะขบขำเบา ๆ มองหญิงสาวคว้าเสื้อแขนยาวของเขามาสวมทับชุดที่ถูกฉีกขาดก่อนจะเปิดประตูออกไปอย่างสง่าผ่าเผย ทว่าเพียงพริบตาเธอก็หายไปจากสายตาเขาแล้ว ความสามารถของเธอทำให้รู้สึกทึ่งจริง ๆ ต่อไปนี้ชีวิตของเขาจะต้องมีสีสันอย่างแน่นอนดวงตาที่เคยเย็นชาเจือความอบอุ่นอย่างไม่รู้ตัว

ต้วนซินเว่ยกลับบ้านตามความทรงจำของร่างเดิม ซึ่งเป็นเพียงห้องเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านหลังของบ้านหลังใหญ่ซึ่งเมื่อก่อนเป็นเพียงห้องเก็บของเท่านั้น เธอไม่มีสิทธิ์เข้าไปอยู่ในบ้านด้วยซ้ำ บ้านหลังนี้เป็นของหลี่ฟางหยวนมารดาของร่างนี้ซึ่งหล่อนมีฐานะที่ร่ำรวย เพราะเป็นถึงบุตรสาวของนายพลหลี่

ทำให้ต้วนซวี่เฉิงไม่ยอมหย่ากับหล่อนและปิดบังความลับมาตลอดสิบกว่าปี อีกทั้งแม่ของต้วนชิงหลิงนิสัยดอกบัวขาวเหมือนลูกสาว อยู่อย่างเจียมตัวเพราะมีเงินมีทองให้ใช้ไม่ขาดมือ เพราะหล่อนรู้ว่าหากไปโวยวายต้วนซวี่เฉิงจะต้องถูกไล่ออกจากบ้านไม่มีเงินติดตัวมาแน่ ๆ เพราะทุกวันนี้ได้ดีเพราะพ่อตา

หลังจากมาถึงเธอก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ทันที พร้อมนำเสื้อของกู้เฟิงหมิงไปซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด หลังจากนั้นจึงตั้งใจออกไปหาอะไรทานเพราะตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย เธอมองดูเงินของร่างเดิมที่มีเพียงสิบกว่าหยวนแล้วได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก ตอนนี้เธอเป็นคนจนไปแล้ว

ปัง ๆ ๆ!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่หน้าห้อง หากออกแรงมากกว่านี้ประตูซอมซ่อนี่คงพังลง ต้วนซินเว่ยจึงรีบเปิดประตูออกไปอย่างหงุดหงิด เป็นลูกเหมือนกันแต่กลับแสดงความรักต่างกันซะเหลือเกิน

“หล่อนไปไหนมาทั้งคืน! รู้ไหมว่าพี่สาวแกเป็นห่วงมากแค่ไหน” ต้วนซินเว่ยเงยหน้ามองชายวัยกลางคนที่ตอนนี้หน้าตาบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์ เสียงที่เอ่ยถามก็ตะคอกเสียจนเธอต้องเอานิ้วนวดหูเบา ๆ

“คุณพูดถึงเรื่องอะไร เมื่อคืนฉันก็นอนอยู่ที่นี่ทั้งคืน”

“แต่พี่สาวบอกว่าแกไม่อยู่ที่ห้อง!” ต้วนซินเว่ยมองพี่สาวตัวดีคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ซึ่งต้วนชิงหลิงหลบหลังพ่ออย่างขลาดกลัวพร้อมกระตุกชายเสื้อต้วนซวี่เฉิงเบา ๆ

“พ่อค่ะ ยังไงน้องก็กลับมาอย่างปลอดภัยแล้วเรากลับกันเถอะค่ะ อย่าว่าน้องเลยค่ะน้องโตแล้วค่ะ”

“โตแล้วสั่งสอนไม่ได้หรือไง เห็นไหมพี่สาวแกหวังดีกับแกแค่ไหน วัน ๆ ไม่ทำอะไรสร้างแต่เรื่องให้คนอื่นวุ่นวาย”

ต้วนซินเว่ยมองสองพ่อลูกที่เข้ากันได้ดีจนอยากจะกรอกตามองบน ไม่รู้ว่าหล่อนเป็นแม่ดอกบัวขาวหรือชาเขียวกันแน่ ทำไมคนโง่ๆ รอบตัวถึงมองไม่ออก หรือนี่เป็นสิทธิ์พิเศษของนางเอก? เธอหันไปมองมารดาของร่างนี้ที่มองเธออย่างผิดหวังแล้วรู้สึกสงสารร่างเดิมจริง ๆ ที่มีพ่อกับแม่แบบนี้ ปล่อยให้เธอใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ต้องรู้ความเป็นมาของตัวเองยังดีกว่าเสียอีก

“ซินเว่ยรีบบอกความจริงแล้วขอโทษพ่อ อย่าทำให้พ่อโกรธแบบนั้น” หลี่ฟางหยวนรีบเอ่ยบอกลูกสาวที่ไม่ได้เลี้ยงดูด้วยตนเองอย่างผิดหวัง เพราะไม่ได้สั่งสอนเองถึงได้มีนิสัยก้าวร้าวแบบนี้สมกับเป็นเด็กที่เติบโตมาจากชนบทจริง ๆ

“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องขอโทษด้วยคะ อีกอย่างฉันไปไหนมาไหนเมื่อก่อนก็ไม่เห็นสนใจเลยนี่คะ แต่ถ้าอยากรู้ฉันจะบอกอะไรให้ ฉันไปหางานทำเพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่พวกคุณก็ไม่เคยให้เงินฉันสักเฟินเดียว ไหนเสื้อผ้าก็ยังต้องได้ใส่ต่อจากชิงหลิง พวกคุณไม่สังเกตบ้างเหรอคะ เสื้อผ้าที่ฉันใส่อยู่มันเล็กแค่ไหน หน้าอกฉันใหญ่ขนาดนี้ให้ใส่เสื้อผ้าต่อจากชิงหลิงจะไม่ให้ดูโป้ยั่วยวนผู้ชายได้ไง ในเมื่อพวกคุณทำหน้าที่พ่อกับแม่ไม่ได้ฉันก็ไปหางานทำข้างนอกก็ไม่ใช่เรื่องปกติเหรอคะ”

ต้วนซินเว่ยพูดความในใจของร่างเดิมที่กักเก็บไว้ด้วยสีหน้าเย็นชา เหยียดหยาม บุตรสาวเหมือนกันแต่กลับเหมือนเธอเป็นขอทานมาขอส่วนบุญ ข่าวลือว่าเธอเป็นผู้หญิงไร้ยางอายส่วนหนึ่งก็มาจากเสื้อผ้าที่มันรัดแน่นตัวเกินไปจนทำให้หน้าอกที่ใหญ่กว่าต้วนชิงหลิงทะลักออก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel