บท
ตั้งค่า

ไล่ออกจากบ้าน

เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นทำให้ต้วนซวี่เฉิงกับหลี่ฟางหยวนหน้าชา พวกเขาเริ่มมองสำรวจเรือนร่างอวบอิ่มที่สวมเสื้อผ้ารัดรูปจนเหมือนสตรีในซ่องโสเภณีแล้วรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย

“ฉ...ฉันขอโทษ ฉันเห็นว่าเสื้อผ้ายังใหม่อยู่เลยอยากให้เธอมีเสื้อสวย ๆ ใส่ แม่คะหนูผิดเองค่ะ” หลิงชิงหลิงพูดเสียงสั่นแล้วกอดมารดาร้องไห้อย่างรู้สึกผิด สีหน้ารู้สึกผิดของทั้งคู่แปรเปลี่ยนไปทันทีพวกเขาชักสีหน้าใส่ซินเว่ยอย่างไม่พอใจ

“พี่สาวแกหวังดี แต่แกเห็นความดีของคนอื่นเสียเปล่า อยู่ที่นี่ก็มีข้าวกินทุกวัน หากแกเก่งจริงก็ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกสิ” ต้วนซินเว่ยหัวเราะออกมาเบา ๆ ด้วยความโกรธ มีพ่ออย่างนี้ไม่มีเสียดีกว่าคิดเหรอว่าคนอย่างเธอจะไม่กล้าไปใช้ชีวิตข้างนอก

“ได้ค่ะ เพราะอย่างไรฉันก็ไม่ใช่ลูกที่ถูกเลี้ยงมาด้วยสองมือของพวกคุณอยู่แล้ว แต่ว่าชิงหลิงหน้าตาเหมือนพ่อขนาดนั้นคงไม่ใช่ลูกนอกสมรสพ่อหรอกมั้งคะ” ต้วนซินเว่ยพูดขึ้นด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มคำพูดนี้ของเธอจะบ่มเพาะความหวาดระแวงให้หลี่ฟางหยวนได้ฉุกคิด

“แกพ่นวาจาไร้สาระอะไร โตแล้วปีกกล้าขาแข็งแน่จริงก็ไสหัวออกไปอย่าได้ให้กลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก!”

ต้วนซวี่เฉิงหมายจะตบสั่งสอนลูกสาวตัวดีให้หายหงุดหงิด ทว่าแววตาของหล่อนเวลานี้กลับเย็นเยือกจนเขาไม่กล้าขยับตัว ได้แต่พ่นวาจาโหดเหี้ยมเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ก่อนจะพาลูกสาวกับภรรยากลับเรือนหลังใหญ่ เพราะกลัวว่าอยู่นานกว่านี้หล่อนจะพ่นวาจาไร้สาระออกมาอีก

ต้วนซินเว่ยมองตามแผ่นหลังของพวกเขาจนลับสายตา เธอไม่นึกเสียใจที่ต่อปากต่อคำกับต้วนซวี่เฉิงแม้จะถูกไล่ออกจากบ้านก็ตาม อย่างไรเธอก็ไม่ใช่ร่างเดิมความรู้และความสามารถที่เธอมีไม่ทำให้เธออดตายอยู่แล้ว เธอหมุนกายกลับไปเก็บเสื้อผ้าซึ่งหยิบมาแค่ชุดที่ร่างเดิมนำมาจากชนบท แม้เสื้อผ้าจะไม่ทันสมัยแต่ก็ใส่สบายไม่ต้องรัดจนหายใจไม่ออก

แต่เมื่อค้นเงินเก็บของร่างเดิมแล้วได้แต่ถอนหายใจอย่างเจ็บปวดใจ สิบกว่าหยวนเธอจะทำอะไรได้บ้าง แต่นี่เป็นเงินที่มารดาผู้เลี้ยงดูที่อยู่ในชนบทให้มา เมื่อก่อนร่างเดิมนิสัยดีและสู้ชีวิตมากแต่เมื่อมาอยู่ในเมืองและเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับต้วนชิงหลิงจึงทำให้หล่อนมีใจริษยาจนหลงเดินทางผิด ซึ่งเธอจะไม่เจริญรอยตามร่างเดิมอย่างแน่นอน

หลังจากเก็บของเรียบร้อยต้วนซินเว่ยก็ไม่ได้หันกลับมามองห้องเก็บของซอมซ่อนี่อีก แม้นจะไม่รู้ว่าคืนนี้จะไปซุกหัวนอนที่ไหนแต่เธอมั่นใจว่าคงไม่อดตายหรอกมั้ง สวรรค์คงไม่ปิดหนทางเดินเธอหรอก หลังจากเดินออกจากบ้านจึงได้ไปที่ตลาดในจุดแรก เธอลงทุนซื้อกระดาษมาเขียนป้ายก่อนจะเดินทางไปที่ท่าเรือซึ่งมีคนเข้าออกจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ความรู้สึกบอกเธอให้มาที่นี่ฉะนั้นครั้งนี้เธอจะเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง

‘รับดูดวงชะตา100หยวน’

ต้วนซินเว่ยตั้งราคานี้เพราะยุคสมัยนี้เงินหนึ่งร้อยหยวนนั้นหายากลำบากมาก เพราะเงินเดือนทหารยศสูงยังแค่ร้อยกว่าหยวนเท่านั้น อีกอย่างเธอกลัวว่าถ้าเก็บแพงกว่านี้ไม่มีคนเชื่อเธอคงได้นอนกลางถนนแน่ ๆ แต่ราคาถูกกว่านี้จะทำให้อาชีพนี้ดูไร้ค่าไป หากได้เงินพอค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้วเธอจะทำบุญด้วยการดูดวงชะตาให้คนที่มีวาสนาวันละไม่เกิน3คน

ทางเข้าท่าเรือเวลานี้มีคนเข้าออกพลุกพล่าน ทุกคนต่างหันมามองเธออย่างสนใจ แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าไปทักถามเพราะราคาหนึ่งร้อยหยวนสำหรับครอบครัวธรรมดาสามารถใช้จ่ายได้เป็นปี กรรมกรที่ทำงานแบกหามหนึ่งวันยังได้ไม่กี่เหมาเท่านั้น

“นังหนูถ้าหล่อนดูแม่นฉันจะให้หนึ่งพันหยวนเลย!”

ต้วนซินเว่ยเงยหน้ามองชายร่างท้วมที่เดินลงจากเรือข้ามฟากเดินมาหยุดที่หน้าของเธอ มองป้ายที่เขียนยังสดใหม่ ทว่าป้ายนี้กลับทำให้เขาไม่สามารถเดินต่อได้ มันเหมือนมีพลังงานบางอย่างดึงดูดให้เขามาที่นี่ เมื่อมาดูใกล้ๆ จึงเห็นได้ชัดว่าตัวอักษรทรงพลังมากขนาดไหน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel