บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ขอหย่าขาด

ชุยวั่งชูเอ่ยถามภรรยาด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง ยิ่งเสิ่นอวิ๋นหรูสงบนิ่งมากเท่าไหร่ในใจของเขาก็ยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นมากเท่านั้น ช่วงสองสามเดือนมานี้เขาจึงไม่ค่อยจะกล้าสู้หน้าเสิ่นอวิ๋นหรูเท่าใดนัก ทำได้แค่เพียงไปอยู่ที่เรือนซวีถงของเฉินเวินเหนียงเพื่อหลบหน้านาง

“อนุเฉินบอกว่านางต้องคอยปรนนิบัติท่านทุกคืน แถมแต่ละคืนท่านต้องเรียกหาน้ำตั้งหลายครั้ง ดังนั้นนางจึงมาเรียกร้องให้ข้าเพิ่มค่าใช้จ่ายในเรือนซวีถงให้นาง นางเอ่ยถ้อยคำต่ำช้าเช่นนี้ต่อหน้าชิงอี ข้าก็เลยสั่งให้คนตบปากนางเพื่อเป็นการสั่งสอน” คำพูดของเสิ่นอวิ๋นหรูทำให้ชุยวั่งชูมีสีหน้าแดงก่ำ เขาผลักร่างที่เขากำลังประคองอยู่ให้ออกห่างจากร่างของเขาแล้วเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เวินเหนียง เจ้ากล้าเอ่ยกับฮูหยินของข้าเช่นนี้เชียวหรือ”

“นายท่าน ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหมายความเช่นนั้นนะเจ้าคะ” เฉินเวินเหนียงเอ่ยแก้ตัวพลางหลั่งน้ำตาออกมา ในใจก็กำลังคิดตำหนิตนเองที่ริษยาเสิ่นอวิ๋นหรูจนอยากจะพูดจาโอ้อวดความโปรดปรานที่ชุยวั่งชูมีต่อนางให้เสิ่นอวิ๋นหรูฟัง คิดไม่ถึงว่าเสิ่นอวิ๋นหรูจะใช้คำพูดของนางมาโจมตีนางเช่นนี้

“ข้าได้ยินว่านางเป็นบุตรสาวของชิ่วไฉ มีความรู้ประดับกายมิใช่น้อย แต่ยามนี้นางแสดงให้ข้าเห็นแล้วว่านางย่ำแย่กว่าสตรีในหอคณิกาเสียอีก ท่านพี่นี่น่ะหรือคือสตรีที่ท่านคิดจะนำมายกย่องเชิดชู หากวันนั้นข้ายอมทำตามใจท่านยกนางขึ้นมาเป็นภรรยารองหรือไม่ก็อนุชั้นเอก ยามนางออกไปข้างนอกกับท่านจะไม่ทำให้ท่านต้องขายหน้าผู้อื่นหรือ”

เสิ่นอวิ๋นหรูเอ่ยถึงคำว่าขายหน้าออกมาอย่างเน้นย้ำ ชุยชิงอีเคยบอกกับนางแล้วว่าชุยวั่งชูผู้นี้รักหน้าตาของตนเองมากที่สุด รองลงมาก็คือเกียรติยศและชื่อเสียง หากนางอยากจะทำให้เขาไม่พอใจสองแม่ลูกจากเรือนซวีถงก็แค่เพียงชี้ให้เขาเห็นว่าสองแม่ลูกคู่นั้นสักวันจะต้องทำให้เขาขายหน้าและสักวันจะต้องทำให้เขาเสื่อมเกียรติ แล้วหลังจากนั้นคนที่จะลงมือกำจัดสองแม่ลูกจากเรือนซวีถงก็คือเขา

“เฉินเวินเหนียง เจ้ากล้ามากเลยนะ” เมื่อชุยวั่งชูเอ่ยออกมาเช่นนี้เฉินเวินเหนียงก็รีบคุกเข่าลงแล้วหลั่งน้ำตาออกมา

“นายท่าน ข้าก็แค่อยากจะได้เงินสำหรับจับจ่ายใช้สอยในเรือนเพิ่ม ช่วงนี้ข้าเชิญอาจารย์จากข้างนอกมาสอนหว่านเอ๋อร์จึงต้องการใช้เงินเจ้าค่ะ”

คำพูดของเฉินเวินเหนียงทำให้ชุยวั่งชูขมวดคิ้ว เข้าจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้เอ่ยถามนางด้วยความข้องใจ

“เงินที่ฮูหยินมอบให้เจ้าในแต่ละเดือนสูงกว่าค่าใช้จ่ายในเรือนของลูกๆ ของข้าเสียอีก ฮูหยินเคยส่งรายการคำนวณให้ข้าดูแล้วว่าส่วนหนึ่งเอาไว้ให้พวกเจ้าใช้ซื้อของที่ต้องการ ส่วนหนึ่งเอาไว้ตกรางวัล และอีกส่วนหนึ่งแบ่งเอาไว้ให้เจ้าว่าจ้างอาจารย์ที่มากความรู้มาสอนหว่านเอ๋อร์ หลายวันมานี้ข้าพักที่เรือนซวีถงกับพวกเจ้า ของกินของใช้ที่ทางเรือนหลักส่งมาหาได้ขาดตกบกพร่อง แล้วเหตุใดเจ้าจึงได้มาทำตัวเสียมารยาทที่นี่อีก”

คำถามของชุยวั่งชู ทำให้มือที่กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาอยู่ของเฉินเวินเหนียงชะงัก ชุยชิงอีที่กำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้แทะเมล็ดแตงดูการเสแสร้งของนางอยู่พลันวางถุงกระดาษใส่เมล็ดแตงลงแล้วตัดสินใจช่วยเหลืออนุของบิดาด้วยการชี้แจงในทันที

“ข้อนี้ข้าสามารถชี้แจงแทนอนุเฉินได้เจ้าค่ะ เมื่อหลายวันก่อนญาติของอนุเฉินเยี่ยมเยียนนาง นางเลยโอ้อวดไปว่าแม้ว่าตนเองจะเป็นแค่เพียงอนุ แต่กลับได้รับความโปรดปรานจากท่านพ่อเหนือกว่าฮูหยินของจวนเสียอีก ญาติของอนุเฉินก็เลยคุกเข่าลงขอความช่วยเหลือกับนางบอกกับนางว่าในเมื่ออนุเฉินได้รับความโปรดปรานมากถึงเพียงนั้นก็สมควรจะช่วยพวกเขาชำระหนี้ของที่บ้าน หลังจากทนรับการอ้อนวอนไม่ไหวอนุเฉินก็มอบเงินให้ญาติของนางไปถึงสามสิบตำลึง หากให้ลูกเดานี่คงเป็นสาเหตุที่นางต้องมาขอเงินเพิ่มเจ้าค่ะ”

คำพูดของชุยชิงอีทำให้ชุยวั่งชูขมวดคิ้ว ส่วนเฉินเวินเหนียงหันมาจ้องมองนางด้วยดวงตาอันแข็งกร้าวในทันที แม้กระทั่งการเสแสร้งแกล้งทำเป็นร้องไห้เสียใจก็ดูเหมือนว่านางจะแค้นใจจนลืมเสแสร้งไปแล้ว

“คุณหนูใหญ่ท่านเอ่ยออกมาเช่นนี้ ท่านมีหลักฐานหรือเจ้าคะ” คำถามของเฉินเวินเหนียงทำให้ชุยชิงอีพยักหน้า

“สาวใช้ทั้งสี่ของข้าและสาวใช้ของเรือนซวีถงที่พยายามห้ามข้าไม่ให้ข้าเข้าไปรบกวนพวกท่านล้วนได้เห็นและได้ยินกันทั้งหมด แต่ข้าเกรงว่าท่านจะอับอายจึงได้กำชับสาวใช้เอาไว้ว่าอย่าได้พูดถึงเรื่องนี้อีก คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายท่านก็ทนแบกรับจำนวนเงินที่สูญเสียไปไม่ไหวจึงมาพูดบีบคั้นขอเพิ่มเงินกับท่านแม่ของข้า” คำพูดของชุยชิงอีทำให้ชุยวั่งชูนิ่วหน้าแล้วสุดท้ายจึงได้ถามออกมาด้วยความไม่พอใจ

“เจ้าเป็นคุณหนูผู้หนึ่งเหตุใดจึงได้ไปแอบฟังเรื่องในเรือนของอนุได้เล่า” คำถามที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของชุยวั่งชูทำให้ชุยชิงอีเลิกคิ้วขึ้นในทันที

ชาตินี้นางทำใจกลับไปเป็นบุตรสาวที่ทำตัวว่าง่ายและคอยออดอ้อนบิดาไม่ได้อีกแล้ว พอนางทำตัวเย็นชาความรักใคร่เอ็นดูที่ชุยวั่งชูเคยมอบให้นางในชาติที่แล้วจึงไม่มีให้นางแล้วเช่นเดียวกัน สิ่งเดียวที่เขายังคงคาดหวังกับนางก็คืออยากให้นางเป็นคุณหนูใหญ่จวนเสนาบดีที่เขาสามารถเชิดหน้าชูตาไปได้เพียงเท่านั้น

“ท่านพ่อกำชับให้ลูกคอยทำตัวสนิทสนมกับน้องชิงหว่านเอาไว้ไม่ใช่หรือเจ้าคะ เดิมทีลูกตั้งใจจะไปเยี่ยมเยียนเอาขนมและเสื้อผ้าของลูกไปให้นาง คิดไม่ถึงว่านางจะรังเกียจว่าเสื้อผ้าเป็นของที่ข้าเคยใช้แล้ว อีกทั้งยังตำหนิว่าขนมของข้าคือของพื้นๆ หาซื้อได้ทั่วไป ข้าจึงตั้งใจว่าจะนำเสื้อผ้ากลับไปแล้วนำขนมไปมอบให้อนุเฉิน แต่นางกลับกำลังพูดคุยอยู่กับแขกของนางลูกจึงได้ยืนรอนางต้อนรับแขกที่นอกหน้าต่าง” ชุยชิงอีไม่ได้เอ่ยออกมาว่าวันนั้นนางยืนรอไปด้วยยืนกินขนมไปด้วย ยามนั้นนางเบิกบานสำราญใจเป็นอย่างยิ่ง

“เฉินเวินเหนียง! เจ้าช่างกล้ายิ่งนัก ไหนเจ้าเคยบอกกับข้าว่าจะทำตัวให้ดีไม่แย่งชิงไม่ระรานลูกและภรรยาของข้าอย่างไรเล่า ยังมีเงินสามสิบตำลึงนั่นอีก คนที่ไม่มีทรัพย์สินติดตัวเช่นเจ้าจะหาเงินได้มากมายถึงเพียงนั้นได้อย่างไร เงินนั้นคงจะเป็นเงินที่ได้รับจากข้าเกือบทั้งนั้นมีสิทธิ์อันใดนำเงินข้าไปมอบให้ญาติของเจ้า” คำพูดของชุยวั่งชูทำให้เฉินเวินเหนียงเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ เขาให้เงินนางมาใช้จ่ายแต่นางกลับอดออมเอาไว้ ยามนี้นางปล่อยให้ญาติยืมไปเขามีสิทธิ์อันใดมาตำหนินาง แม้ว่าจะไม่พอใจแต่เฉินเวินเหนียงก็ไม่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาทำได้แค่เพียงก้มหน้าหลั่งน้ำตาออกมาเพียงเท่านั้น ชุยวั่งชูจึงได้เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

“พอได้เงินง่ายก็เลยใช้จ่ายไม่คิด ต่อไปนี้ข้าจะลดเบี้ยหวัดที่เจ้าเคยได้ลง หลังจากวันนี้ไปเก็บตัวคัดตำราสอนหญิงอยู่แต่ในเรือนเถิดอย่าได้ออกมาเพ่นพ่านนอกเรือนเลย ส่วนหว่านเอ๋อก็ให้ส่งตัวนางมาให้ฮูหยินคอยสั่งสอน” คำพูดประโยคนี้ของชุยวั่งชูทำให้เสิ่นอวิ๋นหรูส่งเสียงปฏิเสธในทันที

“ไม่ต้องส่งนางมา ข้าทนเห็นหน้านางไม่ไหว ลูกอนุที่วันๆ เรียนแต่ดนตรีและร่ายรำเช่นนั้นก็ให้มารดาของนางฝึกฝนต่อเถิด ไม่แน่ว่าสักวันท่านพี่อาจจะได้รับประโยชน์จากคนเช่นนางก็ได้ มีมารดาแพศยาถึงขั้นนี้ความแพศยาของนางคงไม่ต่างกันหรอก วันหน้าคงจะมีเจ้าโง่สักคนหลงเสน่ห์ของนางแล้วยอมจ่ายสินสอดก้อนโตให้ท่านเพื่อรับนางกลับจวนก็ได้” คำพูดของเสิ่นอวิ๋นหรูทำให้ชุยวั่งชูหันมาตวาดใส่นางในทันที

“เสิ่นอวิ๋นหรู!”

“ทำไมหรือ อย่าได้ริอ่านมาตำหนิข้าหรือริอ่านมาสอนสั่งข้าเชียว ท่านต่างหากที่ทำตัวไม่ได้เรื่อง หรือหากคิดอยากจะหย่าขาดกับข้าก็เชิญส่งหนังสือหย่ามาเลย หรือหากท่านกล้าทำให้ข้ารู้สึกทนไม่ไหวอีกก็จะเป็นข้าที่จะส่งหนังสือหย่าไปให้ท่านเอง ต่อให้ชื่อเสียงของจวนเสนาบดีของท่านจะป่นปี้ข้าคนนี้ก็จะไม่ขอทนแบกรับการรังแกจากท่านอย่างเด็ดขาด”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel