บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 คิดให้เป็นสุขก็สุข

เนื้อชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกแกะออกจากห่อใบไม้นำออกมาวางบนพื้น เมื่อแกะชิ้นเนื้อออกมาหมดแล้ว เหอเจียวเจียวก็นำเนื้อทั้งหมดมาใส่อ้างไม้ล้างให้สะอาดแล้วทำการแยกชิ้นส่วนของเนื้อหมูป่าอีกครั้ง ส่วนที่เป็นเครื่องในนางตั้งใจว่าจะนำมาตุ๋นใส่เห็ดและสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกาย ส่วนที่เป็นกระดูกก็แยกเอาไว้เพื่อที่จะทำน้ำแกง ส่วนที่เป็นเนื้อนางแยกส่วนหนึ่งจะนำไปรมควันและอีกส่วนหนึ่งจะทำเนื้อตากแห้งเพื่อที่จะเก็บไว้กินได้นานๆ สำหรับส่วนที่เป็นไขมันนางตั้งใจว่าจะเจียวเอาน้ำมันเก็บไว้ใช้ตลอดช่วงฤดูหนาวที่จะถึงนี้

เมื่อวางแผนดีแล้วก็ลงมือทำในทันที โดยมีเด็กสองคนเป็นลูกมือ ผลอิงเถาส่วนหนึ่งนางแบ่งเอาไว้สำหรับกินสด อีกส่วนนางเคี่ยวใส่น้ำตาลที่อยู่เพียงน้อยนิดเก็บใส่โถกระเบื้องเอาไว้กินเป็นของหวาน เห็ดที่เหลือจากการตุ๋นก็เอาไปตากแห้งเพื่อเก็บเอาไว้กินในช่วงฤดูหนาว

“ไม่เพียงทำอาหารอร่อย ท่านยังสามารถพลิกแพลงทำอาหารได้หลากหลาย ข้ารู้แล้วว่าเพราะเหตุใดท่านจึงได้มีรูปร่างเช่นนี้” จ้าวเฟิงเซิ่งเอ่ยอย่างไม่คิดอะไรแต่กลับถูกสายตาดุดันของน้องสาวทำให้เขาพลันชะงักในทันที

“พี่รองก็แค่อยากจะชมว่าพี่สะใภ้มีความสามารถทางด้านการทำอาหารเพียงเท่านั้น ส่วนคำพูดไม่รู้ความบางอย่างของเขานั้น พี่สะใภ้อย่าได้ถือสาเลยนะเจ้าคะ” จ้าวเฟิงหย่าเอ่ยแก้ตัวแทนพี่ชายฝาแฝดด้วยน้ำเสียงขออภัย

“ข้าจะไปถือสาได้อย่างไรเล่า เขาไม่ได้ตั้งใจพวกเราก็ต่างรู้ดี” เหอเจียวเจียวเอ่ยพลางเช็ดมือเช็ดไม้หลังจากจัดการกับเสบียงอาหารที่หามาได้ในวันนี้จนเสร็จสิ้นแล้ว

“พวกเราไปกินข้าวกันดีกว่า ในเมื่อวันนี้ได้ข้าวขาวคืนกลับมาแล้ว พวกเราก็มากินข้าวสวยร้อนๆ กันสักมื้อเถิด ส่วนมื้ออื่นๆ พวกเราค่อยวางแผนกันอีกทีว่าจะบริการเสบียงอาหารของพวกเราอย่างไรจึงจะเพียงพอไปจนหมดฤดูหนาว” คำพูดของเหอเจียวเจียวทำให้สีหน้าของเด็กทั้งสองคนพลันสลดลง นางจึงได้แต่ทอดถอนใจออกมาแล้วเอ่ยปลอบใจเด็กน้อยทั้งสองด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิม

“พวกเจ้าไม่ต้องกังวล มีพี่สะใภ้ที่หาของกินได้เก่งเช่นข้า พวกเจ้าสองพี่น้องไม่มีทางอดตายแน่” เมื่อได้ฟังคำพูดของเหอเจียวเจียวสีหน้าของเด็กทั้งสองจึงได้ดีขึ้น

“ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไปกินข้าวกันเถิด ข้าหิวจนท้องกิ่วแล้ว” จ้าวเฟิงเซิ่งเอ่ยพลางลูบท้องที่ส่งเสียงดังประท้วงออกมาพอดีเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนในบ้านได้เป็นอย่างดี

อาหารที่นำมาขึ้นโต๊ะในมื้อนี้ล้วนแล้วแต่เป็นของป่าที่เหอเจียวเจียวนำกลับมาในวันนี้เกือบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องในตุ๋น ผักป่าผัดน้ำมัน ยำหนังหมูป่าทอดกรอบและน้ำแกงกระดูกหมู เด็กทั้งสองล้วนเจริญอาหารมากเป็นพิเศษจนเหอเจียวเจียวต้องตักข้าวเพิ่มให้แก่ทั้งคู่ถึงคนละสองชาม ส่วนนางนั้นด้วยพยายามที่จะแก้ไขรูปร่างที่เจ้าเนื้อจนเกินไปของตนเอง นางจึงพยายามกินเพียงเล็กน้อยเท่านั้นโดยพยายามดื่มน้ำเป็นหลัก จวบจนเมื่อคิดว่าอิ่มถึงครึ่งกระเพาะแล้วนางจึงได้วางตะเกียบลง

“พี่สะใภ้ท่านกินน้อยถึงเพียงนั้นไม่กลัวว่าจะหิวจนนอนไม่หลับหรือขอรับ” จ้าวเฟิงเซิ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ถ้าหากว่าท่านกลัวว่าพวกข้าจะกินไม่อิ่ม ก็ไม่กังวลนะเจ้าคะ เติมข้าวกันไปคนละสองถ้วยเช่นนี้หากบอกว่าไม่อิ่มก็คงจะนับได้ว่าโป้ปดเก่งเกินไปแล้ว” จ้าวเฟิงหย่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอิ่มเอม ข้าวสวยที่หุงเอาไว้ยังเหลืออยู่ในหม้ออีกไม่น้อยเลย

“ข้าอิ่มแล้ว อย่าลืมสิว่าพวกเรายังมีอิงเถาป่าอีกตั้งเยอะ ข้าเก็บท้องเอาไว้เพื่อกินพวกมันอย่างไรเล่า” เหอเจียวเจียวเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น เด็กทั้งสองก็ยังเห็นว่าเหอเจียวเจียวกินอิงเถาอีกเพียงไม่กี่ลูกเท่านั้น

จ้าวเฟิงหย่าและจ้าวเฟิงเซิ่งสบตากันด้วยความซาบซึ้งใจ พวกเขาเข้าใจว่าเหอเจียวเจียวตั้งใจกินให้น้อยลงเพื่อให้พวกเขาได้กินอิ่มมากขึ้น เอ่อ.. ไม่มีใครฉุกคิดได้บ้างหรือว่าแท้ที่จริงแล้วนางอาจจะอยากลดความอ้วนของตนเองก็เป็นได้

ก่อนหน้านี้เพราะอาการบาดเจ็บที่ศีรษะและยังคิดไม่ได้ เหอเจียวเจียวจึงยังไม่มีแรงบันดาลใจในการรักษารูปร่าง แต่ในยามนี้เมื่อลดความกังวลเรื่องปากท้องลงได้ นางจึงได้กลับมาคิดถึงรูปร่างหน้าตาของตนเองอีกครั้ง

แน่นอนว่าไม่ง่ายเลย คืนแรกสำหรับการลดน้ำหนักอย่างจริงจังคือค่ำคืนที่มักจะยาวนานมากเป็นพิเศษ เหอเจียวเจียวนอนพลิกไปพลิกมาเสียงท้องที่ร้องแข่งกับความคิดถึงอาหารในห้องครัวทำให้นางนอนไม่หลับ สุดท้ายนางจึงลุกขึ้นมาดื่มน้ำอีกครั้ง แล้วจึงเดินไปที่ห้องหนังสือของจ้าวเฟิงป๋อ

ทุกคนรู้แต่ว่าเขาคือคนหนุ่มที่แข็งแรง สามารถหาเงินได้ครั้งละมากๆ นับเป็นคนหนุ่มที่น่าจะมีเงินมากที่สุดในหมู่บ้านชายป่าแห่งนี้แล้ว แต่ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นคนเช่นไร เมื่อก่อนเหอเจียวเจียวคนเก่าไม่ค่อยจะสนใจเขาเท่าใดนัก นอกจากจะระมัดระวังเขาเป็นพิเศษด้วยเกรงว่าเขาจะนำเรื่องที่นางแอบเข้าป่าลึกไปจับสัตว์มาย่างกินเป็นอาหารอยู่ในป่าไปเล่าให้คนสกุลเหอฟัง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้บอก แถมยังช่วยชี้แนะวิธีการขุดหลุมลงไปให้เป็นอุโมงค์ดินแล้วก่อกองไฟภายในอุโมงค์ดินเล็กๆ เพื่อลดควันในยามประกอบอาหาร ผู้อื่นจะได้ไม่รู้ว่านางแอบเข้ามาล่าสัตว์ป่ากินอยู่คนเดียว..

ถึงแม้ว่าเหอเจียวเจียวจะเข้าป่าลึกอยู่สักหน่อยเพื่อป้องกันการพบเห็นของผู้อื่น แต่ก็ไม่ได้เข้าไปลึกมากอย่างเช่นวันนี้ เพราะปกตินางก็แค่จับพวกกระต่ายป่า ไก่ป่า และเก็บไข่นกกินเพียงเท่านั้น ด้วยตั้งใจว่าแค่หลบสายตาของผู้อื่นได้ก็พอแล้ว แต่เขาก็ยังช่วยชี้แนะวิธีการให้นางอยู่ดี แถมยังบอกกับนางว่าที่เขาพบนางก็เพราะควันไฟเหล่านั้น หาไม่อยากให้ผู้อื่นพบเห็นก็ควรจะกลบร่องรอยของตนเองให้มากที่สุด

ในตอนนั้นเจ้าของร่างนี้แค่เพียงซาบซึ้งใจที่เขามีน้ำใจมาแนะนำให้เพียงเท่านั้น อีกทั้งหลายครั้งที่พบกันจ้าวเฟิงป๋อมักจะหยิบยื่นอาหารที่เขานำไปด้วยให้นางเสมอ เพื่อที่ว่านางจะได้ลดระยะเวลาที่ใช้ในป่าลง เมื่อกลับไปถึงบ้านนางจะได้ไม่ถูกป้าสะใภ้ทุบตี นางจึงมักจะคิดถึงเขาในแง่ของชายหนุ่มหน้าตาดีมีน้ำใจ ไม่เคยคิดเลยสักนิดว่านางจะได้มีโอกาสได้แต่งงานกับเขา

ก็แน่ล่ะ คนเขาหน้าตาดีถึงขนาดนี้สตรีที่ไม่ค่อยจะงดงามนักเช่นนางจะกล้าฝันถึงเรื่องนี้ได้อย่างไรกัน อีกทั้งสำหรับเหอเจียวเจียวแล้วเรื่องอาหารการกินคือเรื่องใหญ่ เรื่องความรักใคร่ฉันหนุ่มสาวไม่เคยได้อยู่ในหัวของนางเลยสักนิด แม้แต่ตอนที่เขามาสู่ขอนางก็คาดเดาได้ถึงความตั้งใจของเขา เขาคงเห็นว่านางสามารถเข้าป่าไปช่วยเขาหาเงินได้นั่นเอง..

นี่คือจ้าวเฟิงป๋อที่อยู่ในความทรงจำของร่างนี้ แต่สำหรับเหอเจียวเจียวที่มาจากอีกภพกลับมีความคิดเห็นที่แตกต่าง จ้าวเฟิงป๋อคนนี้ถึงแม้ว่าจะดูเป็นคนมีน้ำใจ แต่เขากลับแตกต่างออกไปจากคนในหมู่บ้าน คนผู้นี้ไม่ชอบสุงสิงกับผู้คนในหมู่บ้าน รูปแบบการสร้างบ้านก็แตกต่างจากคนในหมู่บ้านมากมายนัก ที่มักจะสร้างบ้านไม้ผสมผสานกับบ้านดิน แต่จ้าวเฟิงป๋อกลับสร้างบ้านไม้ทั้งหลังอีกทั้งยังแบ่งเรือนออกเป็นสัดเป็นส่วนอีกด้วย

แม้ว่าจะดูเรียบง่ายแต่กลับมีการวางแผนเอาไว้เป็นอย่างดี ทุกอย่างภายในบ้านเน้นการใช้งานเป็นหลัก ยังไม่นับว่าบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ที่สามารถมองทิวทัศน์ได้อย่างชัดเจน แถมยังสวยงามคล้ายบ้านพักตากอากาศของคนมีเงินในยุคของนาง เพียงแต่บ้านพักตากอากาศหลังนี้ออกจะขาดแคลนไปสักหน่อยเมื่อไม่มีเขา

“..” เหอเจียวเจียวได้แต่ทอดถอนใจออกมาเมื่อนางพยายามที่จะอ่านทั้งจดหมายและหนังสือที่เก็บอยู่ในกล่องบนโต๊ะ

อักษรในของที่นี่ถึงแม้ว่าจะมีรากศัพท์และวิธีการเขียนคล้ายคลึงกับอักษรจีนแบบดั้งเดิม แต่เหอเจียวเจียวที่คุ้นเคยกับอักษรจีนแบบย่อ ย่อมต้องใช้ความพยายามในการคาดเดาความหมายเป็นอย่างมาก หากจะหวังพึ่งพาความสามารถของร่างนี้น่ะหรือ หึหึ แค่อักษรที่เขียนเป็นชื่อของนางนางก็ยังไม่รู้เลย นับประสาอะไรกับทักษะการอ่านเขียนทั่วๆ ไป

“พี่สะใภ้ยังไม่นอนหรือเจ้าคะ” จ้าวเฟิงหย่าเอ่ยถามพลางจ้องมองไปรอบๆ ห้องด้วยสีหน้าผิดหวัง

“ข้านอนไม่หลับก็เลยมาที่นี่ แล้วเจ้าเล่าเหตุใดยังไม่หลับ”

"ข้าปวดเบาเจ้าคะก็เลยออกไปถ่ายเบามา เห็นว่ามีแสงไฟจากห้องหนังสือก็เลยเดินมาดูเจ้าค่ะ" สีหน้าที่บ่งบอกถึงความผิดหวังของจ้าวเฟิงหย่าทำให้เหอเจียวเจียวสามารถคาดเดาได้ว่าเมื่อครู่นี้เด็กน้อยคนนี้คงจะเข้าใจว่าพี่ชายอาจจะกลับมาแล้ว

“ข้าอยากรู้หนังสือ เอาไว้วันไหนเจ้าว่างช่วยสอนข้าอ่านหนังสือได้หรือไม่” คำพูดนี้ของเหอเจียวเจียวทำให้จ้าวเฟิงหย่าพลันมีสีหน้าที่ดีขึ้นและมีท่าทางที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นขึ้นมาในทันที

“ได้สิเจ้าคะ ข้าอ่านออกเขียนได้อย่างช่ำชองมานานแล้ว ขนาดพี่ใหญ่ยังเคยชมข้าเลยเจ้าค่ะ พวกเราเริ่มเรียนคืนนี้เลยก็ได้นะเจ้าคะ”

“อื้ม คืนนี้ดึกมากแล้วพวกเราไปนอนกันก่อนดีกว่า เอาไว้หลังจากจัดการเรื่องการเตรียมเสบียงในช่วงฤดูหนาวเรียบร้อยแล้วพวกเจ้าค่อยมาสอนข้าดีหรือไม่” คำพูดนี้ของเหอเจียวเจียวทำให้จ้าวเฟิงหย่าพยักหน้าและเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม

เหอเจียวเจียวได้แต่ส่ายหน้า เด็กไม่ว่าจะรู้ความมากเพียงใดก็ยังคงเป็นเด็ก ถูกชี้นำให้ปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่มากนัก นางคิดพลางเดินไปเปิดหน้าต่างและมองไปยังท้องฟ้าด้านนอก ลมเย็นๆ ช่วยพัดพาความเศร้าหมองในจิตใจได้ไม่น้อยเลย

นางในภพก่อนคงหมดวาสนาในการมีชีวิตไปแล้ว โชคดีที่ยังได้เกิดใหม่ในภพนี้แล้วยังมีความทรงจำของทั้งสองภพอยู่ ไม่ว่าอย่างไรการได้มีชีวิตอยู่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว ส่วนชีวิตที่ได้มาจะสุขหรือทุกข์ก็ล้วนขึ้นอยู่กับตัวของนางเองว่าจะเลือกเดินไปในทิศทางไหน คิดให้สุขก็ย่อมเป็นสุข คิดให้เป็นทุกข์ก็ย่อมเป็นทุกข์

รูปร่างใหม่นี้ถึงแม้ว่าจะไม่งดงามเหมือนรูปร่างเก่าของนาง แต่นางก็ยังสามารถปรับปรุงได้ ใช่ว่าก่อนหน้าที่จะเป็นนางแบบ นางมีหน้าตาที่งดงามมากเสียเมื่อไหร่ ทุกอย่างล้วนเกิดจากการพยายามทั้งนั้น ร่างกายนี้ทั้งแข็งแรงและมีพละกำลังมากเหมาะแก่การใช้ชีวิตในยุคนี้เป็นอย่างมาก เรื่องความงามน่ะหรือช่างเถิด ขอแค่ปราดเปรียวและคล่องตัวขึ้นกว่านี้นางก็พอใจแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel