บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ตุนเสบียง

เมื่อเดินเข้าไปในป่าลึก ยิ่งลึกของที่สามารถกินได้ก็ยิ่งมีมากขึ้น ด้วยชาวบ้านแถบนี้ไม่ค่อยกล้าที่จะเข้ามาหาของป่าเพียงลำพัง กว่าจะรวบรวมกลุ่มคนออกมาได้ก็ต้องใช้เวลา พวกเขาส่วนใหญ่จึงมักจะหาของป่าบริเวณชายป่ากันเสียมากกว่า เหอเจียวมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าลึกด้วยความมุ่งหวังอันน้อยนิด นางไม่ได้หวังจะพบเห็ดหลินจือพันปี หรือคาดหวังว่าจะพบสมุนไพรหายากที่สามารถขายเป็นเงินแล้วกลายเป็นเศรษฐีเพียงชั่วพริบตา แต่ตอนนี้เหอเจียวเจียวหวังเพียงว่าจะสามารถพบกระต่ายป่าเนื้อตัวอวบอ้วนสักหลายตัว หรือไม่ก็ไก่ป่าสักสองสามตัวก็ยังดี เพียงแต่เมื่อเดินเข้าป่าลึกไปเรื่อยๆ เสียงบางอย่างกลับทำให้นางอดหันไปมองไม่ได้

“ฟึด! ฟึด!”

“โอ้ไม่นะ!” เหอเจียวเจียวร้องออกมาพลางรีบเร่งฝีเท้าวิ่งในทันทีจุดมุ่งหมายของนางก็คือเนินหินข้างหน้า นางวิ่งไปสบถไปด้วยร่างนี้มีความคล่องตัวน้อยกว่าร่างเดิมของนางเป็นอย่างมาก

“บัดซบ! ได้เกิดใหม่กับเขาทั้งทีทำไมต้องแถมไขมันหนาเตอะให้ข้าด้วย” นางตะโกนออกมาพลางพยายามกระโดดให้สูงที่สุดแล้วใช้มือเกาะก้อนหินแล้วตะเกียกตะกายดึงตนเองขึ้นไปอยู่บนยอดของก้อนหินก้อนใหญ่ นางรีบดึงธนูออกมาแล้วเล็งไปที่หมูป่าที่พยายามพุ่งชนก้อนหินที่นางยืนอยู่ในทันที

“ฉึบ! ..ฉึบ! ..ฉึบ! ฟุ๊บ!” …เหอเจียวเจียวได้แต่ปาดเหงื่ออยู่ในใจดอกแรกพลาดเป้าทำให้หมู่ป่ายิ่งโมโห ดอกที่สองเข้าเป้าแต่ไม่อาจจะล้มมันได้ ดอกที่สามและดอกที่สี่จึงทำให้หมูป่าที่โกรธแค้นล้มลงไปดิ้นทุรนทุรายกับพื้น นางจึงขึ้นสายธนูแล้วยิงอีกครั้งอย่างรวดเร็วเพื่อปลิดชีพหมูป่าในทันที

“ค่อยยังชั่วที่คราวนี้ไม่พลาดเป้า” นางเอ่ยพึมพำเบาๆ แล้วกระโดดลงจากก้อนหินที่ที่เริ่มโยกคลอนเพราะแรงกระแทกของหมู่ป่า ไม่ต้องเดาเลยว่าถ้าเมื่อครู่นี้นางปีนขึ้นมาไม่ทันนางคงได้กลายเป็นศพแทนที่หมูป่าตัวนั้นเป็นแน่

เหอเจียวเจียวปีนลงจากก้อนหินแล้วใช้ขวานฟันลงไปบริเวณลำคอของหมูป่าอีกครั้งอย่างเต็มแรง พลางใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีใช้ขวานสับทั้งเนื้อและกระดูกแยกชิ้นส่วนของหมูป่าเป็นท่อนๆ อย่างเร่งรีบ ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่พร้อมที่จะเผชิญกับหน้าหมูป่าอีกตัว หรือไม่ก็สัตว์กินเนื้อที่ดุร้ายในยามนี้

เมื่อแยกชิ้นส่วนเสร็จก็นำใบไม้ใบใหญ่ที่นางจำได้ว่ามันคือใบเผือกป่ามาห่อชิ้นเนื้อแต่ละชิ้นแล้วดึงเปลือกของไม้ที่มีความเหนียวมากเป็นพิเศษมาฉีกเป็นเส้นๆ เพื่อใช้มัดชิ้นเนื้อที่ถูกห่อด้วยใบเผือกป่าให้แน่นหนามากที่สุด นางมองไปรอบๆ แล้วก็เห็นว่าบนเนินดินใกล้ๆ มีหญ้าอ้ายเฉ่าขึ้นอยู่ นางจึงรวบรวมมาได้มัดให้รองก้อนถุงผ้าเอาไว้แล้วนำเนื้อที่ห่อมัดด้วยใบไม้อย่างแน่นใส่ลงไปในถุงผ้าจนเต็ม

หญ้าอ้ายเฉ่าเป็นสมุนไพรที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี ด้วยในภพก่อนบ้านเก่าที่อยู่ในชนบทของนางมักจะใช้ใบของหญ้าชนิดนี้มาเป็นส่วนประกอบในการใช้นึ่งขนมและบางครั้งก็ใช้เป็นยาสมุนไพร นางคิดว่ากลิ่นหอมของหญ้าชนิดนี้น่าจะช่วยกลบกลิ่นคาวเลือดให้นางได้เป็นอย่างดีถึงแม้ว่านางจะใช้ใบเผือกห่อแล้วมัดเอาไว้อย่างแน่นหนาแล้วก็ตามแต่นางก็ยังไม่อาจจะวางใจความจมูกไวของบรรดาสรรพสัตว์ที่อยู่ท่างกลางป่าเขาได้

หมูป่าตัวนี้มีลำตัวขนาดใหญ่น้ำหนักเมื่อคาดคะเนจากสายตาน่าจะมากกว่าแปดสิบจิน เขี้ยวของมันโค้งยาวบ่งบอกได้ว่าน่าจะมีอายุมากแล้ว เหอเจียวเจียวรีบเก็บเขี้ยวสองข้างของมันไว้ในทันทีด้วยจดจำได้ว่าสามารถใช้เป็นยาสมุนไพรได้ นางเอาชิ้นส่วนของหมู่ป่ากลับไปด้วยแทบจะทุกส่วน ยกเว้นส่วนที่คิดว่าไม่น่าจะกินได้ก็ทิ้งเอาไว้แล้วใช้ดินโรยทับเพื่อกลบร่องรอย แล้วก็รีบออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้ว่าร่างนี้จะวิ่งได้ไม่เร็วแต่พละกำลังที่มีมากมายของนางก็มีประโยขน์ต่อนางในยามนนี้เป็นอย่างมาก แบกหมูป่าที่มีน้ำหนักมากขนาดนี้แต่กลับไม่กินแรงของนางเลยสักนิด ระหว่างทางกลับบ้านนางยังแวะเก็บเห็ดซงหยงที่ขึ้นบริเวณป่าสนมมาอีกจำนวนหนึ่ง โชคดีที่นางนำถุงผ้ามาสำรองไว้อีกหลายใบ เมื่อเดินผ่านต้นอิงเถาป่านางก็แวะเก็บใส่ถุงผ้ามาเรื่อยตลอดทางกลับบ้าน

จนถึงบริเวณชายป่าที่เหอเจียวเจียวคนเก่ามักมาเป็นประจำแล้วก็ได้แต่ต้องทอดถอนใจออกมา เห็นทีว่าวันพรุ่งนี้นางคงต้องกลับมาที่นี่อีกรอบ ยามนี้ด้านบนคงจะมีไข่นกเพิ่มขึ้นอีกหลายใบ ด้วยยามนี้มีรังนกใหม่ถูกสร้างขึ้นอีกหลายรัง หากเป็นภพก่อนนางคงไม่มีทางกินพวกมันเป็นแน่ แต่ยามนี้ร่างกายนี้ของนางกลับสามารถจดจำรสชาติของไข่นกที่เคยกินได้ทำให้ท้องหนาๆ ของนางส่งเสียงร้องประท้วงออกมา เหอเจียวเจียวได้แต่ทอดถอนใจออกมาแล้วบ่นตนเองอยู่ในใจ

‘ก็เพราะหิวบ่อยเช่นนี้อย่างไรเล่า รูปร่างของเจ้าจึงได้เป็นเช่นนี้’ นางดุด่าร่างกายของตนเองในใจแล้วก็พยายามเดินกลับบ้านให้เร็วที่สุด พลางคิดในใจว่าวันพรุ่งนี้ค่อยมาเก็บรังนกและหน่อไม้ก็แล้วกัน วันนี้กลับไปจัดการเจ้าตัวอันตรายที่นางพึ่งจะได้มาตัวนี้เสียก่อน

“พี่สะใภ้ ท่านกลับมาแล้ว” เสียงของเด็กน้อยสองคนเจื้อยแจ้วเรียกนางพร้อมกันทันทีที่นางเปิดประตูรั้วบ้าน ทำให้นางอดยิ้มออกมาไม่ได้

“พี่สะใภ้ วันนี้คนของทางการนำข้าวของที่ถูกเอาไปมาคืนให้พวกเราแล้วนะเจ้าคะ เพียงแต่บางอย่างก็ถูกกินและถูกใช้ไปแล้วอย่างข้าวสารและเนื้อแห้ง น้ำมัน น้ำตาล ล้วนถูกพวกนางกินและใช้ไปแล้วเจ้าค่ะ” จ้าวเฟิงหย่าเอ่ยรายงานพลางจ้องมองเหอเจียวเจียวที่ยามนี้เนื้อตัวเต็มไปด้วยเหงื่ออีกทั้งยังแบกถุงผ้าที่ดูหนักอึ้งมาอีกหลายใบ ดูพะรุงพะรังและน่าจะกินแรงเป็นอย่างมาก นางทำท่าจะวิ่งเข้ามาช่วยเหอเจียวเจียวถือ แต่กลับถูกเหอเจียวเจียวเอ่ยปฏิเสธเสียงเบา

“ไม่ต้องช่วยข้าหรอก ว่าแต่ข้าวของที่บ้านสกุลเหอกินและใช้ไปแล้ว ทางการได้ให้พวกเขาชดใช้หรือไม่” เหอเจียวเจียวเอ่ยพลางเดินไปวางถุงผ้าทั้งหลายลงบริเวณลานซักล้างหลังบ้าน

“พวกเขาให้บ้านสกุลเหอชดใช้เป็นจำนวนเงินเจ้าค่ะ แต่ท่านลุงสกุลเหอบอกว่าบ้านพวกเขาไม่ยังไม่มีเงิน ทางการจึงระบุว่าเมื่อพวกเขารวบรวมเงินได้เมื่อไหร่ให้รีบนำมาให้พี่สะใภ้เจ้าค่ะ โดยเรื่องนี้พวกเขาลงนามในหนังสือสัญญาที่มีผู้ใหญ่บ้านเป็นพยานเจ้าค่ะ” จ้าวเฟิงหย่าที่เดินติดตามมาเอ่ยเล่าด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม พลางยื่นหนังสือสัญญาให้เหอเจียวเจียว

“หึหึ พวกเขาหรือจะไม่มีเงิน ช่างเถิดหนังสือสัญญาฉบับนี้เจ้าเก็บเอาไว้ก่อน จะเก็บเอาไว้ในที่เจ้าสามารถหาได้สะดวกหรือไม่ก็เก็บไว้ที่ห้องหนังสือของพี่ชายเจ้าก็ได้” เหอเจียวเจียวเอ่ยพลางเทของในถุงผ้าออกทีละถุง ทำให้เด็กทั้งสองที่ยืนมองอยู่ถึงกับต้องอุทานออกมาในทันที

“โอ้โห ของพวกนี้คืออะไรหรือขอรับ เหตุใดจึงได้มากมายขนาดนี้เล่า” จ้างเฟิงเซิ่งเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น พลางนั่งลงหยิบห่อเนื้อหมูป่าที่นางใช้ใบเผือกป่าห่อเอาไว้ขึ้นมาดู

“นี่คือเสบียงของพวกเราอย่างไรเล่า” เหอเจียวเจียวเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มพลางนั่งลงแกะชิ้นส่วนของหมูป่าออกมาทีละชิ้นๆ ท่ามกลางสีหน้าตื่นเต้นของจ้าวเฟิงหย่าและจ้าวเฟิงเซิ่ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel