บท
ตั้งค่า

คู่หมาย2

คำถามนั้นทำนางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแค่ได้ยินชื่อคนสกุลนั้นนางก็แทบสำลอกมันออกมา

“เรียนฮองเฮา หม่อมฉันยังไม่มีใจรักกับคุณชายสกุลเจิ้ง เอ่อแม้ว่าจะเคยไปมาหาสู่กัน แต่ก็เป็นเพราะต้องเล่าเรียนด้วยกันเท่านั้น คือ…” นางเหลือบตามองทุกคนก่อนจะเอ่ยบางอย่างที่ทำให้ทุกคนแปลกใจ

“หม่อมฉันได้ยินมาว่า สกุลหลี่ก็ส่งคนมาทาบทาม เรื่องนี้…หม่อมฉันค่อยตัดสิินใจได้หรือไม่เพคะ” ท่าทางคิดไม่ตกทำทุกคนมองหน้ากันอย่างแปลกใจ ตามความเข้าใจที่คุณชายสองสกุลเจิ้งประกาศว่ามีใจให้แม่นางน้อยสกุลซ่ง และนางเองไม่เคยปฏิเสธนั้น ทุกคนคิดว่าการจะหมั้นหมายกันเป็นเรื่องที่ดีทั้งสองฝ่าย ไม่จำเป็นต้องบังคับกัน

“สกุลหลี่งั้นหรือ” ฮองเต้หันไปถามเอากับซ่งหยางเหมาที่เป็นสหายสนิทกันอย่างแปลกใจ

“พะย่ะค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหลี่อายุมากแล้ว ห่วงเพียงหลานชายคนเดียวที่ยังไม่ได้แต่งงาน จึงส่งแม่สื่อมาที่จวนเมื่อสามวันก่อนพะย่ะค่ะ“ เดิมที ฮ่องเต้หลู่เล่อหยาง มีสหายสนิทสองคน คือซ่งหยางเหมา และหลี่เฟยหลง ทุกคนล้วนมีสตรีที่เป็นคนรัก ได้ลงเอ่ยกันอย่างพอสมควร ยกเว้นเพียง หลี่เฟยหลงเท่านั้นที่ไม่เคยชายตาแลสตรีนางใด วันๆอยู่เพียงสนามฝึก สนามรบและดูแลท่านย่าที่จวนหลี่ เหตุใดครานี้จึงยอมให้ท่านย่าจัดการส่งแม่สื่อมาทาบทามสาวน้อยวัยใกล้ปักปิ่นกัน

”อี้เหริน ไม่ว่าเจ้าจะเลือกบุตรชายจากสกุลไหน ล้วนเป็นเรื่องที่ทุกคนตามใจเจ้า ท่านพ่อยังยึดมั่นคำเดิมอยู่หรือไม่“ ฮองเฮาที่เห็นความกังวลเล็กๆในแววตากลมของน้องสาวรีบลูบหัวอย่างปลอบโยน

”แน่นอนพะย่ะค่ะ ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ปลูกอู่ตามใจผู้นอน จะเป็นเช่นนั้นเสมอ“ เพราะซ่งอี้เหรินเป็นบุตรสาวคนเล็กที่มารดาตั้งท้องตอนอายุสี่สิบห้าปี นับว่ามากทีเดียว พี่ชายและพี่สาวที่อายุต่างกันมากจึงได้ช่วยเลี้ยงน้อง

ทั้งยามที่บิดาออกไปรบ น้องสาวคนเล็กมักป่วย เมื่อบิดากลับมาก็หายเป็นปกติ เป็นแบบนี้อยู่นานจนแผ่นดินเริ่มสงบสุข หลู่เล่อหยางได้ขึ้นครองบัลลังก์ บิดาถูกให้รับชายการเป็นขุนนางฝ่ายในชั้นผู้ใหญ่ไม่ต้องออกชายแดนอีกต่อไป ซ่งอี้เหรินจึงแข็งแรงขึ้น ทุกคนในสกุลซ่งจะถนุถนอมนางก็ไม่แปลกนัก

”ไม่ว่าจะเลือกสกุลหลี่หรือสกุลเจิ้ง ข้าก็ยินดีมอบสมรสพระราชทานให้ รับรองว่า…สกุลไหนก็ไม่กล้ารังแกเจ้า“ ดวงตากลมโตที่ไม่เคยสบหน้าพระพักแหงนหน้าขึ้นมองพร้อมประสานมือไว้ตรงหน้า

”หากจะแต่งงานทั้งที หม่อมฉันจะเลือกแต่งเพื่อช่วยเหลือราชวงศ์ คำตอบนี้หม่อมฉันมีอยู่ในใจแล้วเพคะ“ ทุกคนเงียบรอฟังคำที่นางจะเอื้อยเอ่ยด้วยใจระทึก

”เช่นนั้นก็ว่ามาเถอะ“ ท่าทางที่ลุ้นไม่น้อยของฝ่าบาททำฮองเฮาหันไปจับพระหัตถ์ที่เย็นเฉียบ หากนางคิดไม่ผิด คงจะลุ้นให้สหายคนสนิทออกเรือนไวๆ

”หม่อมฉันอยากแต่งงานกับแม่ทัพหลี่เพคะ“ ริมฝีปากบางแย้มพระโอษฐ์ ทำทุกคนรู้ว่าฝ่าบาทพึงพอใจกับคำตอบไม่น้อย

”ดี!! ตามแม่ทัพหลี่กลับมา“

”เอ่อ หม่อมฉันต้องการเวลาในการศึกษาดูใจเพคะ“ พูดไปด้วยความลืมตัว จากนั้นจึงเอามือปิดปากตัวเองแน่น

”ฮ่าๆ ฮ่าๆ เช่นนั้นก็ควรจัดการเรื่องหมั้นหมายเสียไม่ใช่หรือ ยามเฟยหลงออกรบจะได้รักชีวิตตัวเองกลับมาหาเจ้าอย่างไรเล่า“ จากนั้นเรียกเสียงหัวเราะให้คนรอบข้างไม่น้อย มีเพียงนางที่ยังต้องขอเวลาทบทวนหลายๆอย่างให้ดี แต่เมื่อเอ่ยปากไปแล้วนางก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตนเอง

”ไว้ถึงพิธีปักปิ่น ยามนั้นค่อยประกาศเรื่องมั่นหมาย เจ้าเองยังมีเวลาทบทวนใหม่อีกนานโข อย่าพึ่งกังวลใจไป“ ได้ยินฮองเฮาพูดแบบนั้นนางก็คิดได้ …นั่นสินะ เวลาหนึ่งเดือนต่อจากนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ข้าจะไม่ยอมให้คนพวกนั้นใช้ข้าเป็นสะพานข้ามไปทำร้ายฮองเฮาเด็ดขาด…

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel