บทที่ 5 เช่าบ้านและเพื่อนบ้านใหม่ - 2
หลังจากทำสัญญาและรับกุญแจเรียบร้อย เมิ่งซูเหยาก็อุ้มผิงอันเดินเข้ามาในอาณาเขตบ้านใหม่ของพวกเธออย่างเป็นทางการ หญิงสาวพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในที่สุดเธอก็มีที่ซุกหัวนอนที่ปลอดภัยเสียที
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูที่เปิดแง้มไว้ดังขึ้น เมิ่งซูเหยาหันไปมอง ก็พบกับหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม ใบหน้าอวบอิ่มใจดี สวมผ้ากันเปื้อนลายสก๊อตยืนส่งยิ้มกว้างอยู่หน้าประตู ในมือของหล่อนถือกระติกน้ำร้อนสีแดงเอาไว้ด้วย
“สวัสดีสหาย ฉันแซ่หวัง เป็นเพื่อนบ้านที่อยู่เรือนปีกตะวันตกฝั่งตรงข้ามกำแพงนี้เอง เห็นเจ้าหน้าที่ชุมชนบอกว่ามีคนย้ายมาเช่าเรือนปีกตะวันออกใหม่ ฉันเลยต้มน้ำร้อนมาให้ เผื่อว่าพวกเธอจะยังไม่ได้ก่อไฟ จะได้มีน้ำอุ่นๆ ไว้ดื่มแก้หนาวนะ”
น้ำเสียงของป้าหวังเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นมิตร เมิ่งซูเหยารีบเดินเข้าไปรับกระติกน้ำร้อนมาด้วยความซาบซึ้งใจ ในยุคที่ผู้คนต่างปากกัดตีนถีบ การแบ่งปันน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ให้คนแปลกหน้าถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องมาก
“ขอบคุณมากค่ะคุณป้าหวัง ฉันชื่อเมิ่งซูเหยาค่ะ ส่วนนี่ลูกสาวฉัน ชื่อผิงอัน ผิงอัน... สวัสดีคุณยายหวังเร็วเข้าลูก”
ผิงอันที่แอบอยู่หลังขาของแม่ค่อยๆ ชะโงกหน้าออกมา เด็กน้อยประสานมือโค้งคำนับอย่างรู้ความ “สวัสดีค่ะคุณยายหวัง”
“โอย น่ารักน่าชังเสียจริงลูกเอ๊ย! แต่ทำไมตัวผอมบางขนาดนี้ล่ะลูก” ป้าหวังเห็นสภาพผอมโซหัวโตของเด็กน้อยก็อดรู้สึกสงสารจับใจไม่ได้ วิญญาณความเป็นแม่คนทำงานอย่างหนัก หล่อนล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน หยิบลูกอมกระต่ายขาวออกมาสองเม็ดแล้วยัดใส่มือผิงอัน
“เอ้า ยายให้ ถือว่าเป็นของขวัญต้อนรับเพื่อนบ้านใหม่นะ”
ผิงอันตาวาว รีบเงยหน้ามองแม่เพื่อขออนุญาต เมื่อเมิ่งซูเหยาพยักหน้า เด็กน้อยจึงรับลูกอมมาพร้อมกล่าวขอบคุณเสียงใส
เมิ่งซูเหยาเชิญป้าหวังเข้ามานั่งพักที่ม้านั่งหินในลานบ้าน ด้วยนิสัยช่างพูดช่างคุยของป้าหวัง เพียงไม่นานเมิ่งซูเหยาก็ได้รับรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมายในละแวกนี้ ป้าหวังเป็นภรรยาของพนักงานโรงงานทอผ้าที่อยู่ห่างออกไปแค่สองช่วงถนน หล่อนเป็นคนใจดี กว้างขวาง และรู้จักคนในซอยนี้แทบทุกคน
“ซูเหยาเอ๊ย มาอยู่ที่เมืองนี้ ถ้าไม่มีทะเบียนบ้านในเมือง จะซื้อข้าวซื้อปลา ซื้อเนื้อซื้อผ้า มันต้องใช้คูปองนะจ๊ะ เธอมีคูปองติดตัวมาบ้างไหม ถ้าไม่มีป้าพอจะแนะนำตลาดมืด... เอ่อ หมายถึงตลาดนัดเสรีที่ชาวบ้านแอบเอาของมาขายแลกเปลี่ยนกันได้นะ ราคาอาจจะแพงกว่าของรัฐหน่อย แต่ไม่ต้องใช้คูปอง” ป้าหวังกระซิบกระซาบด้วยความหวังดี
“ฉันพอมีคูปองติดตัวมาบ้างค่ะคุณป้าหวัง ขอบคุณมากที่ชี้แนะนะคะ” เมิ่งซูเหยายิ้มรับ แม้เธอจะมีมิติซูเปอร์มาร์เก็ตที่ไม่ต้องง้อตลาดมืด แต่การมีเพื่อนบ้านที่คอยเป็นหูเป็นตาและให้คำแนะนำย่อมเป็นเรื่องดี
“ดีแล้วๆ แถวนี้ปลอดภัย ไม่ค่อยมีอันตรายหรอก ถ้ามีอะไรขาดเหลือหรือต้องการให้ป้าช่วย ก็ไปเรียกที่บ้านได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” ป้าหวังพูดคุยอีกสองสามประโยคก็ขอตัวกลับไปทำกับข้าวให้สามี
เมื่ออยู่กันตามลำพังสองแม่ลูก เมิ่งซูเหยาก็เริ่มปฏิบัติการ ทำความสะอาดบ้านทันที!
หญิงสาวเดินเข้าไปในมุมอับของห้องครัว ตั้งจิตเพ่งสมาธิ เพียงชั่วอึดใจ ร่างของเธอก็แวบเข้ามาอยู่ในมิติซูเปอร์มาร์เก็ตที่สว่างไสว เมิ่งซูเหยาเข็นรถช็อปปิ้งตรงไปยังโซนอุปกรณ์ทำความสะอาด หยิบไม้กวาด ไม้ถูพื้น ถังน้ำ น้ำยาถูพื้น น้ำยาล้างห้องน้ำ และผ้าขี้ริ้วออกมาอย่างรวดเร็ว เธอเลือกเฉพาะอุปกรณ์ที่มีหน้าตาเรียบๆ ไม่มีฉลากยี่ห้อสะดุดตา เพื่อป้องกันไม่ให้ใครสงสัย
เธอนำของทั้งหมดออกมาจากมิติ ตักน้ำจากก๊อกน้ำประปาในลานบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่บ้านชนบทไม่มีทางมีแล้วเริ่มลงมือขัดถูบ้านอย่างแข็งขัน ผิงอันเองก็ไม่อยู่เฉย เด็กน้อยพับแขนเสื้อขึ้น ช่วยแม่เอาผ้าชุบน้ำเช็ดตามโต๊ะและเก้าอี้ไม้ด้วยความขยันขันแข็ง
ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง บ้านลานกว้างที่เคยฝุ่นเขรอะก็กลับมาสะอาดสะอ้านน่าอยู่ กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดอ่อนๆ ช่วยดับกลิ่นอับจนหมดสิ้น เมิ่งซูเหยายังแอบนำเครื่องนอน ผ้าห่มนวมผืนหนานุ่ม และหมอนอิงจากมิติออกมาปูบนเตียงเตา จัดแจงที่หลับที่นอนจนฟูฟ่อง อุ่นสบาย
