บทที่ 5 เช่าบ้านและเพื่อนบ้านใหม่ - 3
“ว้าว... แม่จ๋า เตียงนุ่มจังเลย นุ่มกว่าเตียงบ้านย่าอีก!” ผิงอันกระโดดขึ้นไปกลิ้งบนเตียงด้วยความดีใจ เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยคือดนตรีที่ไพเราะที่สุดสำหรับเมิ่งซูเหยาในตอนนี้
ตกเย็นเมิ่งซูเหยาไม่ได้ก่อไฟในครัว แต่เธอเข้าไปในมิติและนำข้าวสวยร้อนๆ หมูตุ๋นน้ำแดงที่เคี่ยวจนเปื่อยละลายในปาก และผัดผักกวางตุ้งน้ำมันหอยออกมาจากโซนอาหารพร้อมทาน มื้อเย็นวันนั้นสองแม่ลูกกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อยจนพุงกาง ผิงอันเจริญอาหารจนกินข้าวไปถึงสองชามเต็มๆ
เมื่อลูกสาวหลับสนิทบนเตียงนุ่ม เมิ่งซูเหยาก็ขยับเสื้อโค้ทมาคลุมร่าง หยิบกระดาษและดินสอที่ซื้อมาจากร้านสหกรณ์ใกล้ๆ ออกมานั่งที่โต๊ะกลางห้องใต้แสงไฟสลัว เธอเริ่มขีดเขียนเพื่อ วางแผนทำมาหากินอย่างจริงจัง
เงิน 500 หยวนแม้มองดูเหมือนเยอะ แต่ถ้าเอาแต่กินบุญเก่าไปวันๆ ย่อมมีวันหมด ยิ่งผิงอันกำลังโต ต้องได้รับสารอาหารที่ดี ต้องส่งเสียให้เรียนหนังสือในอนาคต เงินแค่นี้ไม่มีทางพอ เธอต้องรีบหาทางต่อยอดเงินทุนและสร้างรายได้ที่มั่นคง
ฉันมีไพ่ตายอะไรในมือบ้าง? เมิ่งซูเหยาเคาะดินสอกับโต๊ะพลางคิดทบทวน
หนึ่ง... ฝีมือการทำอาหารระดับเชฟโรงแรมห้าดาว นี่คือพรสวรรค์และอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเธอ การทำอาหารขายในยุคที่ผู้คนเริ่มโหยหารสชาติแปลกใหม่และของกินอร่อยๆ ย่อมรุ่งโรจน์ได้ไม่ยาก
สอง... มิติซูเปอร์มาร์เก็ตขุมทรัพย์ที่ประเมินค่าไม่ได้ ที่นี่มีตั้งแต่วัตถุดิบชั้นเลิศ เครื่องปรุงรสทุกชนิด ไปจนถึงของใช้จิปาถะ นั่นหมายความว่า เธอมีต้นทุนวัตถุดิบเป็นศูนย์ไม่ต้องเสียเงินซื้อหมู ซื้อผัก ซื้อซีอิ๊วหรือน้ำมันเลยแม้แต่เฟินเดียว กำไรที่ได้จากการขายคือเนื้อๆ เน้นๆ 100%
เมื่อคำนวณจากปัจจัยทั้งหมดแล้ว การเปิดร้านอาหารคือเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด
แต่ในยุคปี 1985 ที่นโยบายเศรษฐกิจเพิ่งจะเริ่มผ่อนปรน การจะกำเงินไปเปิดร้านอาหารใหญ่โตทีเดียวย่อมเป็นเป้าสายตาและอาจถูกเพ่งเล็งจากทางการได้ง่ายๆ อีกทั้งเธอยังเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ไม่มีเส้นสาย ไม่มีผู้ชายคอยเป็นเกราะคุ้มกัน หากข้ามขั้นทำธุรกิจใหญ่โตเกินตัว พวกอันธพาลและมิจฉาชีพต้องมารุมทึ้งเธอราวกับฝูงแร้งแน่ๆ
ต้องเริ่มจากเล็กๆ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป สะสมทุนและสร้างคอนเนคชั่นให้มั่นคงก่อน
เมิ่งซูเหยาตัดสินใจเด็ดขาด สิ่งแรกที่เธอจะทำคือรถเข็นขายอาหารเช้า!
กลุ่มเป้าหมายหลักคือเหล่าพนักงานและกรรมกรโรงงานทอผ้าที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ป้าหวังเล่าให้ฟังว่าโรงงานทอผ้าแห่งนี้มีพนักงานหลายพันคน พวกเขาต้องเข้ากะเช้าตรู่ หลายคนไม่มีเวลาทำกับข้าวและมักจะซื้อซาลาเปาหรือหมั่นโถวแห้งๆ จากโรงอาหารกินประทังหิว
ถ้าเธอทำอาหารเช้าที่ทั้งสะดวกรวดเร็ว อิ่มท้อง และรสชาติอร่อยล้ำเลิศไปขายหน้าโรงงาน รับรองว่าจะต้องดึงดูดลูกค้าได้อย่างถล่มทลาย!
ส่วนเมนูนั้น เมิ่งซูเหยาจดลงบนกระดาษอย่างรวดเร็วซาลาเปาไส้เนื้อลูกโตและโจ๊กหมูตุ๋น
วัตถุดิบทั้งหมดเบิกจากมิติได้ฟรีๆ สิ่งที่เธอต้องลงทุนซื้อจริงๆ มีเพียงแค่รถเข็นไม้เก่าๆ สักคัน ลังถึงสำหรับนึ่งซาลาเปา และหม้อใบใหญ่สำหรับต้มโจ๊ก เพื่อใช้เป็นฉากบังหน้าไม่ให้คนสงสัยว่าเธอเอาอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วออกมาจากไหน
หญิงสาวมองดูแผนธุรกิจที่ถูกเขียนไว้บนกระดาษ รอยยิ้มมั่นใจและทะเยอทะยานปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามที่เริ่มมีเลือดฝาด เธอเก็บกระดาษแผ่นนั้นลงในลิ้นชัก ก่อนจะล้มตัวลงนอนเคียงข้างลูกสาว กอดร่างนุ่มนิ่มของผิงอันเอาไว้หลวมๆ
คืนนี้เป็นคืนแรกที่เมิ่งซูเหยาหลับสนิทอย่างไร้กังวล ในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยไฟแห่งความหวัง พรุ่งนี้เช้าเธอจะเริ่มก้าวแรกในการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ และสร้างตำนานเถ้าแก่เนี้ยผู้มั่งคั่งแห่งยุค 80 ด้วยสองมือของเธอเอง!
