บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 เช่าบ้านและเพื่อนบ้านใหม่ - 1

รถโดยสารประจำทางวิ่งกระเตงๆ มาตลอดช่วงเช้า ในที่สุดก็ชะลอความเร็วลงเมื่อเข้าสู่เขตตัวเมือง เสียงกระเป๋ารถเมล์หญิงตะโกนบอกสถานีปลายทางดึงให้เมิ่งซูเหยาหลุดออกจากภวังค์ความคิด เธออุ้มเมิ่งผิงอันที่หลับปุ๋ยคาอกขึ้นพาดบ่า หยิบห่อผ้าใบเล็กที่เป็นสัมภาระเพียงชิ้นเดียว แล้วก้าวลงจากรถพร้อมกับผู้โดยสารคนอื่นๆ

ทันทีที่สองเท้าแตะลงบนพื้นถนนคอนกรีตเรียบกริบ บรรยากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนไปราวกับอยู่คนละโลก

ภาพของทุ่งนาแห้งแล้งและบ้านดินซอมซ่อถูกแทนที่ด้วยตึกแถวสองชั้นและสามชั้นที่สร้างจากอิฐแดงและปูนซีเมนต์ บนถนนมีรถยนต์ของหน่วยงานรัฐขับผ่านไปมานานๆ ครั้ง แต่ที่ละลานตาที่สุดคือขบวนกองทัพรถจักรยาน ที่ผู้คนปั่นสัญจรขวักไขว่ เสียงกระดิ่ง ติ๊งหลิ่งๆ ดังระงมไปทั่วบริเวณ ผู้คนบนท้องถนนแม้จะยังสวมใส่เสื้อผ้าสีทึบอย่างสีเทา สีน้ำเงินเข้ม และสีเขียวขี้ม้าเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เริ่มมีหนุ่มสาวบางคนที่สวมใส่เสื้อผ้าสีสันสดใส กางเกงขาบาน หรือกระโปรงลายดอกที่ดูทันสมัยเดินปะปนอยู่ให้เห็น นี่คือเสน่ห์ของยุค 80 ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านและเศรษฐกิจที่กำลังเบ่งบาน!

“แม่จ๋า คนเยอะแยะเลย บ้านก็หลังใหญ่เบ้อเริ่มเลยค่ะ”

ผิงอันที่เพิ่งงัวเงียตื่น เบิกตากลมโตมองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นตาตื่นใจ มือเล็กๆ กำเสื้อของแม่แน่นด้วยความประหม่าปนหวาดกลัว เพราะไม่เคยเห็นคนเยอะขนาดนี้มาก่อน

“นี่คือตัวเมืองยังไงล่ะจ๊ะผิงอัน ต่อไปนี้เราจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กันนะ” เมิ่งซูเหยาคลี่ยิ้มบางๆ ให้กำลังใจลูกสาว

เป้าหมายแรกของการมาถึงเมืองนี้ไม่ใช่การเดินเที่ยวเล่น แต่คือการหาที่พักอาศัยที่ปลอดภัย เมิ่งซูเหยารู้ดีว่าผู้หญิงตัวเปล่าแถมมีเด็กเล็กติดสอยห้อยตามมาด้วย หากไปเช่าห้องพักรวมในหอพักกรรมกร หรือเช่าบ้านที่ต้องอยู่รวมกับคนหมู่มาก ย่อมต้องเจอกับปัญหาความวุ่นวายและถูกเอาเปรียบได้ง่าย เธอต้องการความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยระดับสูงสุด เพื่อปกปิดความลับเรื่องมิติซูเปอร์มาร์เก็ตของเธอด้วย

เมิ่งซูเหยาเดินสอบถามชาวบ้านแถวนั้นและแวะไปที่คณะกรรมการชุมชนเพื่อสอบถามเรื่องบ้านเช่า หลังจากเดินหาอยู่นานกว่าสองชั่วโมง ในที่สุดเจ้าหน้าที่ชุมชนก็แนะนำให้เธอไปดูบ้านพักหลังหนึ่งในซอยหูท่งที่ค่อนข้างเงียบสงบ

มันเป็นบ้านลานกว้างขนาดเล็กที่ถูกแบ่งให้เช่า ตัวบ้านหลักถูกปิดล็อกเอาไว้เนื่องจากเจ้าของบ้านย้ายไปทำงานต่างมณฑล ส่วนที่ปล่อยให้เช่าคือเรือนปีกตะวันออกซึ่งมีลานซักล้างเล็กๆ แยกออกมาต่างหาก มีกำแพงอิฐล้อมรอบและมีประตูไม้บานหนาที่สามารถลงกลอนจากด้านในได้อย่างแน่นหนา

ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เมิ่งซูเหยาก็รู้สึกถูกใจเป็นอย่างมาก

เรือนปีกตะวันออกประกอบด้วยห้องนอนขนาดกลางหนึ่งห้องที่มีเตียงเตาก่อด้วยอิฐอยู่มุมห้อง และห้องครัวเล็กๆ อีกหนึ่งห้องที่มีเตาฟืนและปล่องควัน แม้สภาพจะดูเก่าและมีฝุ่นเกาะหนาเตอะเพราะไม่มีคนอยู่มานาน แต่โครงสร้างยังแข็งแรง หลังคาไม่รั่วซึม และที่สำคัญคือมันมีกำแพงปิดมิดชิดแยกสัดส่วนชัดเจน ทำให้ไม่ต้องปะปนกับใคร

“ค่าเช่าเดือนละ 8 หยวน จ่ายล่วงหน้า 3 เดือน และต้องมีค่ามัดจำความเสียหายอีก 10 หยวน ถ้ารับเงื่อนไขนี้ได้ ฉันก็จะทำสัญญาให้” เจ้าหน้าที่ชุมชนวัยกลางคนเอ่ยบอกราคา ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงสำหรับคนยุคนี้ เพราะเงินเดือนกรรมกรทั่วไปก็แค่ยี่สิบถึงสามสิบหยวนเท่านั้น

แต่สำหรับเมิ่งซูเหยาที่มีเงินสดติดตัวถึง 500 หยวน เธอไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ความปลอดภัยของลูกสาวประเมินค่าเป็นตัวเงินไม่ได้

“ตกลงค่ะ ฉันเช่า” เมิ่งซูเหยาล้วงกระเป๋าเสื้อ หยิบธนบัตรใบละสิบหยวนออกมาจ่ายอย่างรวดเร็ว ทำเอาเจ้าหน้าที่ชุมชนแอบลอบมองด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่าหญิงสาวท่าทางเหมือนคนชนบทและมีลูกติด จะมีเงินก้อนจ่ายรวดเดียวถึง 34 หยวนอย่างง่ายดาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel