บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ตัดขาดบ้านเดิม มุ่งหน้าสู่ตัวเมือง - 2

“แม่ได้ยินมาว่า แกได้เงินค่าทำขวัญจากไอ้จ้าวสวี่มาตั้งห้าร้อยหยวนเชียวรึ? แถมยังมีคูปองอาหารกับคูปองผ้าอีก”

เมิ่งต้าจู้ที่ยืนฟังอยู่นานทนไม่ไหว แทรกขึ้นมาทันที “นั่นสิ! แกเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว แถมยังมีนังเด็กนี่เป็นภาระอีก จะเก็บเงินก้อนใหญ่ขนาดนั้นไว้กับตัวได้ยังไง มันอันตรายนะเว้ย! เอาอย่างนี้ แกเอาเงินกับคูปองทั้งหมดมาให้พ่อกับแม่เก็บรักษาไว้ให้ดีกว่า พี่กำลังจะแต่งเมียพอดี ขาดเงินค่าสินสอดอยู่ร้อยกว่าหยวน ส่วนที่เหลือก็เอาไว้ซ่อมหลังคาบ้านเราไง เห็นไหมว่ามีประโยชน์กว่าตั้งเยอะ!”

“ใช่ๆ ลูกรัก พี่ชายแกพูดถูก” เมิ่งต้าซานพยักหน้าเห็นด้วย

“แกหย่าแล้วก็กลับไปอยู่บ้านเรา เป็นลูกสาวตระกูลเมิ่ง พ่อแม่ย่อมต้องดูแลแกอยู่แล้ว ส่วนเงินนั่นก็ถือว่าเป็นค่ากินค่าอยู่ของแกกับลูกก็แล้วกัน”

ช่างเป็นตรรกะที่หน้าไม่อายและเห็นแก่ตัวจนน่าขนลุก!

เมิ่งซูเหยาแค่นเสียงหัวเราะหยันในลำคอ ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ “เก็บรักษาไว้ให้? เอาไปจ่ายค่าสินสอด? เอาไปซ่อมบ้าน? หึ! พวกแกคิดว่าฉันเป็นตัวโง่งมที่เพิ่งเกิดเมื่อวานซืนหรือไง!”

หญิงสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แผ่รังสีอำมหิตจนคนทั้งสามเผลอก้าวถอยหลัง

“ตอนที่ฉันป่วยหนักใกล้ตาย พวกแกมุดหัวอยู่ที่ไหน! ตอนที่บ้านตระกูลจ้าวรังแกฉัน บังคับให้ฉันทำงานงกๆ พวกแกเคยมาเหลียวแลไหม ไม่มี! พวกแกมันก็แค่ปลิงดูดเลือดที่เห็นแก่เงิน พอรู้ว่าฉันมีเงินก็แห่กันมาหวังจะฮุบเอาไปเสวยสุขกันเอง!”

“นังลูกอกตัญญู!” เถียนหลี่ซื่อโดนแทงใจดำจึงแผดเสียงด่าทอ “ฉันเบ่งแกออกมานะ! เลี้ยงดูแกจนโต แกมีหน้าที่ต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่และช่วยเหลือพี่ชาย! เงินของแกก็คือเงินของตระกูลเมิ่ง ส่งเงินมาเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นฉันจะตบแกให้เลือดกบปากเลยคอยดู!”

“เหอะ! จะพูดดีๆ ด้วยก็ไม่ชอบ คงต้องใช้กำลังสินะ!” เมิ่งต้าจู้แสยะยิ้ม ชายหนุ่มรูปร่างกำยำก้าวสามขุมเข้ามาหมายจะกระชากคอเสื้อของเมิ่งซูเหยาแล้วแย่งชิงห่อผ้าของเธอ “เอาเงินมานี่นังตัวดี! อย่าให้ฉันต้องลงไม้ลงมือ!”

“อย่าเข้ามานะ!” ผิงอันร้องเสียงหลง กางแขนเล็กๆ ออกพยายามจะปกป้องแม่

ทว่าเมิ่งซูเหยาไม่ได้อ่อนแอเหมือนร่างเดิมที่ยอมให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ เมื่อเห็นเมิ่งต้าจู้พุ่งเข้ามา หญิงสาวก็เบี่ยงตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวคว้าท่อนไม้ขนาดเหมาะมือที่ใช้ขัดประตูเมื่อคืน ฟาดเปรี้ยงเข้าที่ท่อนแขนของพี่ชายจอมละโมบอย่างสุดแรง!

พลั่ก!

“โอ๊ย!!” เมิ่งต้าจู้ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เขากุมแขนตัวเองที่ขึ้นรอยแดงเถือกแล้วถอยกรูด “นังบ้า! แกกล้าตีพี่ชายตัวเองเรอะ!”

เมิ่งซูเหยายกท่อนไม้ขึ้นชี้หน้าคนทั้งสาม นัยน์ตาสาดประกายดุดันประดุจพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ “ใครกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะตีให้กระดูกหักเลยคอยดู!”

“กะ... แกมันบ้าไปแล้ว! นังเนรคุณ! พ่อดูมันสิ มันกล้าตีลูกชายสุดที่รักของเรา” เถียนหลี่ซื่อกระทืบเท้าเร่าๆ แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้เพราะกลัวท่อนไม้ในมือลูกสาว

“เมิ่งซูเหยา! แกวางไม้ลงเดี๋ยวนี้นะ! ส่งเงินมาให้ฉัน แล้วฉันจะถือว่าเรื่องวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น!” เมิ่งต้าซานตวาดเสียงกร้าว พยายามใช้อำนาจของผู้เป็นพ่อเข้าข่ม

แต่เมิ่งซูเหยากลับเหยียดยิ้มเย็นชา เธอรู้ดีว่ากับพวกคนสันดานหยาบเช่นนี้ การด่าทอธรรมดาคงไม่ทำให้พวกมันหวาดกลัว ต้องงัดข้อกฎหมายมาใช้ให้พวกมันขวัญหนีดีฝ่อ!

“อยากได้เงินฉันมากใช่ไหม ได้สิ!” เมิ่งซูเหยาตะโกนลั่น

“แต่พวกแกจงฟังเอาไว้ให้ดี เงินห้าร้อยหยวนนี้เป็นสินสมรสและค่าทำขวัญที่ฉันได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีหนังสือหย่าที่มีลายนิ้วมือของจ้าวสวี่ยืนยันชัดเจน! หากพวกแกกล้าแย่งชิงมันไปจากฉันแม้แต่เฟินเดียว มันไม่ใช่การขอเงินครอบครัว แต่มันคือการปล้นทรัพย์ในเวลากลางวันแสกๆ!”

คำว่าปล้นทรัพย์ทำเอาคนทั้งสามชะงักกึก

“ยุคสมัยนี้รัฐบาลกำลังกวาดล้างอาชญากรอย่างหนัก นโยบายตีอย่างหนักเพิ่งจะประกาศใช้หยกๆ พวกแกอยากลองดีนักใช่ไหม!” เมิ่งซูเหยาหรี่ตาลง น้ำเสียงเฉียบขาดและเยือกเย็นจับขั้วหัวใจ

“ถ้าพวกแกแย่งเงินฉันไป ฉันจะอุ้มลูกเดินไปสถานีตำรวจประจำอำเภอเดี๋ยวนี้ ไปแจ้งความว่าพวกแกรุมปล้นทรัพย์สินของฉัน! คดีปล้นทรัพย์เงินจำนวนมากขนาดนี้ โทษเบาที่สุดคือติดคุกสิบปี โทษหนักที่สุดคือถูกพาตัวไปลานประหารแล้วยิงเป้าทิ้ง!”

“ยิง... ยิงเป้า!” เมิ่งต้าจู้หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ความเจ็บปวดที่แขนปลิวหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาตามไขสันหลัง เขารู้ข่าวเรื่องการกวาดล้างอันธพาลและโจรผู้ร้ายในเมืองมาบ้าง แค่ขโมยจักรยานคันเดียวยังถูกส่งไปใช้แรงงานในค่ายดัดสันดาน แล้วนับประสาอะไรกับเงินตั้งห้าร้อยหยวน!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel