บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ตัดขาดบ้านเดิม มุ่งหน้าสู่ตัวเมือง - 1

แสงเงินแสงทองของรุ่งอรุณทาบทับขอบฟ้า ขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนในฤดูหนาวออกไปอย่างช้าๆ ภายในบ้านดินร้างท้ายหมู่บ้าน เมิ่งซูเหยาลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด

แม้จะนอนบนแคร่ไม้แข็งๆ แต่เพราะจิตใจที่หลุดพ้นจากพันธนาการของตระกูลจ้าว ทำให้เธอหลับสนิทกว่าทุกคืน เธอก้มมองเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมกอด ผิงอันยังคงหลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ใบหน้าเล็กๆ ที่เคยอมทุกข์บัดนี้ดูผ่อนคลายลงมาก

เมิ่งซูเหยาตั้งสมาธิเรียกใช้มิติซูเปอร์มาร์เก็ตอีกครั้ง คราวนี้เธอหยิบเอาผ้าขนหนูผืนนุ่ม แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และกระติกใส่น้ำอุ่นออกมาจากในห้าง เธอจัดการเช็ดหน้าเช็ดตาให้ตัวเองและลูกสาวจนสะอาดสะอ้าน จากนั้นจึงนำโจ๊กหมูสับใส่ไข่เยี่ยวม้าร้อนๆ และซาลาเปาที่เหลือจากเมื่อคืนออกมาเป็นมื้อเช้า

“แม่จ๋า โจ๊กนี่อร่อยจังเลยค่ะ หอมกว่าน้ำข้าวที่ย่าเคยให้กินตั้งเยอะ” ผิงอันตักโจ๊กเข้าปากคำโต แก้มตุ่ยๆ นั้นดูน่ารักน่าชังจนเมิ่งซูเหยาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปบีบเบาๆ ด้วยความเอ็นดู

“กินเยอะๆ นะลูก กินอิ่มแล้วเราจะได้เดินทางกัน”

ทว่ายังไม่ทันที่สองแม่ลูกจะจัดการมื้อเช้าเสร็จ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ย่ำสวบสาบฝ่าดงหญ้าแห้งตรงดิ่งมาที่หน้าบ้านร้าง ตามมาด้วยเสียงตะโกนเรียกที่คุ้นหู ทว่ากลับทำให้เมิ่งซูเหยารู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบจะอาเจียน

“ซูเหยา ซูเหยาเอ๊ย! ลูกอยู่ข้างในใช่ไหมลูก!”

เสียงแหลมๆ ที่พยายามดัดให้ดูอ่อนโยนนั้นคือเสียงของ เถียนหลี่ซื่อหรือผู้เป็นแม่แท้ๆ ของร่างเดิมนั่นเอง

เมิ่งซูเหยาขมวดคิ้วฉับ เธอรีบเก็บชามโจ๊กและกระติกน้ำอุ่นกลับเข้าไปในมิติอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ใครเห็นความผิดปกติ ผิงอันเบียดตัวเข้าหาแม่ทันทีด้วยความหวาดกลัว เด็กน้อยจำเสียงของยายได้ ยายที่เวลาเจอหน้าทีไรก็มักจะหยิกแขนเธอและด่าว่าเป็นนังเด็กเหลือขอเสมอ

ปัง!

บานประตูไม้ที่พังไปแล้วครึ่งซีกถูกถีบออกอย่างแรงด้วยฝีเท้าของเมิ่งต้าจู้พี่ชายแท้ๆ ของร่างเดิม ชายหนุ่มรูปร่างผอมสูง หน้าตาเจ้าเล่ห์และเต็มไปด้วยความโลภ ก้าวเข้ามาในห้อง ตามด้วยเถียนหลี่ซื่อและเมิ่งต้าซานผู้เป็นพ่อที่เดินเอามือไพล่หลังทำหน้าขรึมตามมาติดๆ

ทันทีที่เห็นเมิ่งซูเหยานั่งอยู่บนแคร่ เถียนหลี่ซื่อก็รีบพุ่งตัวเข้ามา แสร้งบีบน้ำตาทำหน้าเศร้าโศก

“โธ่! ลูกสาวคนดีของแม่ ข่าวลือในหมู่บ้านเป็นเรื่องจริงสินะ นังแม่เฒ่าจ้าวใจดำนั่นมันบังคับให้ลูกหย่าจริงๆ ด้วย แม่ล่ะปวดใจเหลือเกินที่เห็นลูกต้องมาตกระกำลำบากซุกหัวนอนในที่ซอมซ่อแบบนี้!”

เมิ่งต้าซานกระแอมไอเล็กน้อย ทำทีเป็นพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง “จ้าวสวี่มันรังแกคนเกินไปแล้ว พ่อจะไปคิดบัญชีกับบ้านตระกูลจ้าวให้แกเอง ซูเหยาเอ๊ย แกไม่ต้องกลัวนะ กลับไปอยู่บ้านเราเถอะ ถึงยังไงแกก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขตระกูลเมิ่ง”

เมิ่งซูเหยามองดูการแสดงงิ้วฉากใหญ่ของคนบ้านเดิมด้วยสายตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง

หึ... ห่วงใยงั้นเหรอ? จะไปคิดบัญชีให้งั้นเหรอ?

ความทรงจำของร่างเดิมยังคงฝังรากลึก ตอนที่ร่างเดิมล้มป่วยหนักปางตายจนชาวบ้านลือกันให้แซด คนบ้านตระกูลเมิ่งไม่เคยโผล่หัวมาดูดำดูดีเลยสักครั้ง! ซ้ำร้าย เมื่อตอนที่ร่างเดิมอายุแค่สิบหกปี ก็เป็นพ่อแม่คู่นี้แหละที่รับเงินค่าสินสอดก้อนโตจากตระกูลจ้าว แล้วผลักไสลูกสาวตัวเองไปเป็นทาสรับใช้บ้านคนอื่นอย่างไม่ไยดี เพื่อเอาเงินมาสร้างบ้านอิฐให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างเมิ่งต้าจู้!

แล้วตอนนี้ที่จู่ๆ ก็โผล่มาแสร้งทำเป็นห่วงใย จะเป็นเพราะอะไรได้ล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเงินห้าร้อยหยวนที่เธอเพิ่งรีดไถมาจากจ้าวสวี่เมื่อวานนี้!

ข่าวลือในชนบทไปไวกว่าไฟลามทุ่ง ป่านนี้เรื่องที่เธอได้เงินค่าหย่าคงดังกระฉ่อนไปถึงหูคนบ้านเมิ่งเรียบร้อยแล้ว

“หยุดแสดงละครหลอกเด็กได้แล้ว” เมิ่งซูเหยาเอ่ยเสียงเรียบ ตัดบทสนทนาอันน่าสะอิดสะเอียน

“ที่บุกมาถึงที่นี่แต่เช้าตรู่ มีจุดประสงค์อะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ ฉันไม่มีเวลามานั่งฟังพวกหน้าไหว้หลังหลอกพล่ามน้ำลาย”

คำพูดที่ตรงไปตรงมาและหยาบคายทำเอาคนตระกูลเมิ่งชะงักงัน เถียนหลี่ซื่อหน้าเสียไปชั่วครู่ แต่ความโลภก็ทำให้หล่อนหน้าหนาพอที่จะยิ้มสู้

“แหม ซูเหยา... พูดจาห่างเหินกับพ่อแม่แบบนี้ได้ยังไงกันล่ะ เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันนะ” เถียนหลี่ซื่อถูมือไปมา ดวงตาฉายแววละโมบอย่างปิดไม่มิด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel