บทที่ 3 ความลับในห้วงจิต - 3
เมิ่งซูเหยากะพริบตาปริบๆ สัมผัสอุ่นร้อนที่ฝ่ามือทำให้เธอก้มลงมอง ในมือของเธอมีถุงกระดาษใส่ซาลาเปาไส้เนื้อลูกโตสองลูก และขวดนมอุ่นๆ หนึ่งขวดจริงๆ!
"มิติวิเศษ มันใช้งานด้วยจิตคิดปรารถนาสินะ" หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความปีติยินดี ด้วยของวิเศษชิ้นนี้ การจะสร้างตัวให้ร่ำรวยและเป็นเศรษฐินีในยุค 80 ย่อมไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป!
"แม่จ๋าหอมจังเลย" ผิงอันที่กำลังนอนขดตัวสั่นอยู่บนแคร่ไม้สูดจมูกฟุดฟิด กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งนึ่งและเนื้อสับปรุงรสโชยมาเตะจมูกจนน้ำลายสอ เด็กน้อยพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นของในมือแม่
"หิวใช่ไหมลูกสาวคนเก่งของแม่ ดูสิว่าแม่เอาอะไรมาให้"
เมิ่งซูเหยาเดินเข้าไปหา นั่งลงบนแคร่ไม้แล้วประคองร่างเล็กขึ้นมานั่งตัก เธอเป่าซาลาเปาไส้เนื้อให้คลายความร้อนลงเล็กน้อย ก่อนจะบิออกเป็นสองซีก ไส้หมูสับชุ่มฉ่ำและไข่เค็มมันเยิ้มส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนท้องของผิงอันร้องเสียงดังลั่นกว่าเดิม
"กินสิลูก ซาลาเปาไส้เนื้อ หอมๆ ร้อนๆ เลยนะ" เธอยื่นซาลาเปาครึ่งหนึ่งไปจรดริมฝีปากของเด็กน้อย
ผิงอันมองซาลาเปาลูกโตสลับกับหน้าแม่อย่างไม่อยากเชื่อสายตา ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยเห็นแต่น้าจ้าวฮุ่ยกับย่าจ้าวได้กินซาลาเปาแป้งขาว ส่วนเธอได้กินแค่แผ่นแป้งข้าวโพดแข็งๆ ที่บาดคอ เด็กน้อยกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แต่ยังไม่กล้าอ้าปากกัด
"แม่จ๋า ผิงอันกินได้จริงๆ เหรอคะ ย่าจะไม่มาตีผิงอันใช่ไหม" น้ำเสียงหวาดกลัวของลูกสาวทำให้หัวใจของเมิ่งซูเหยาปวดหนึบ
"กินได้สิลูก นี่เป็นของหนูคนเดียว ย่าใจร้ายคนนั้นไม่มีวันได้แตะต้องมันหรอก แม่สัญญา" เมิ่งซูเหยาลูบผมลูกสาวอย่างอ่อนโยน "กินให้อิ่มนะคนดี ต่อไปนี้แม่จะไม่ยอมให้หนูต้องหิวอีกแล้ว"
เมื่อได้รับคำยืนยัน ผิงอันก็อ้าปากงับซาลาเปาคำโต ทันทีที่แป้งนุ่มๆ และเนื้อหมูรสชาติกลมกล่อมสัมผัสกับลิ้น ดวงตาของเด็กน้อยก็เป็นประกายวิบวับราวกับดวงดาวในยามราตรี
"อื้อ อร่อย! อร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะแม่จ๋า!" ผิงอันเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข น้ำตาเม็ดเล็กๆ ร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม ไม่ใช่เพราะความเศร้า แต่เป็นเพราะความสุขที่สุดในชีวิตวัยสามขวบ
เมิ่งซูเหยามองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ เธอเปิดฝาขวดนมอุ่นๆ แล้วส่งให้ลูกสาว "ค่อยๆ กินลูก ไม่ต้องรีบ ดื่มนมด้วย จะได้ไม่ติดคอ"
ผิงอันรับขวดนมมาดื่มอึกๆ รสชาติหวานมันและกลิ่นหอมของนมวัวแท้ๆ ไหลลงสู่กระเพาะ สร้างความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายที่เคยหนาวเหน็บ ใบหน้าที่ซีดเซียวเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อย
"แม่จ๋า แม่ก็กินด้วยสิคะ" ผิงอันยื่นซาลาเปาอีกครึ่งหนึ่งในมือมาจ่อที่ปากแม่ แม้จะหิวมากแค่ไหน แต่เด็กน้อยก็ยังรู้จักแบ่งปัน
เมิ่งซูเหยาน้ำตาคลอเบ้า เด็กคนนี้ช่างรู้ความและกตัญญูเหลือเกิน ต่างจากพวกเดรัจฉานตระกูลจ้าวนั่นลิบลับ เธออ้าปากกัดซาลาเปาคำเล็กๆ เพื่อให้ลูกสบายใจ
"แม่กินแล้วจ้ะ ที่เหลือผิงอันกินให้หมดเลยนะ พรุ่งนี้เช้าเราจะนั่งรถเข้าเมืองกัน แม่จะพาหนูไปกินของอร่อยๆ อีกเยอะแยะเลย"
คืนนั้นท่ามกลางลมหนาวที่พัดกระหน่ำอยู่ภายนอก แต่ภายในบ้านร้างกลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นของความรักสองแม่ลูก ผิงอันนอนหลับสนิทอยู่ในอ้อมกอดของแม่ด้วยความรู้สึกอิ่มท้องและปลอดภัยที่สุดในชีวิต
เมิ่งซูเหยาทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างที่แตกบิ่น ดวงตาของเธอเปล่งประกายเจิดจรัสท่ามกลางความมืดมิด
ด้วยสมองอันชาญฉลาด ฝีมือการทำอาหารระดับเชฟแนวหน้า และมิติซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปรียบดั่งขุมทรัพย์ไร้ขีดจำกัดนี้ การเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองในวันรุ่งขึ้น จะเป็นปฐมบทการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ และการสร้างอาณาจักรความมั่งคั่งของเมิ่งซูเหยา อย่างแท้จริง
