บทที่ 3 ความลับในห้วงจิต - 2
"แครก... แครก..." ผิงอันไอออกมาเล็กน้อย ร่างเล็กสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บ ลมหนาวในเดือนสิบสองไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากปล่อยไว้แบบนี้ เด็กน้อยที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้วอาจจะแข็งตายได้
เมิ่งซูเหยารีบถอดเสื้อกันหนาวตัวนอกที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนของตัวเองออก นำไปห่อหุ้มร่างของผิงอันเอาไว้อีกชั้น
"แม่จ๋า ผิงอันหิว..." เด็กน้อยช้อนตามองแม่ ท้องร้องโครกครากประท้วง เธอไม่ได้กินอะไรตกถึงท้องมาตั้งแต่เมื่อวานเย็นแล้ว
เมิ่งซูเหยารู้สึกปวดร้าวในอก นี่คือความเจ็บปวดของผู้เป็นแม่เมื่อเห็นลูกต้องทนทุกข์ เธอพยายามคิดหาหนทาง ตอนนี้มืดแล้ว จะออกไปหาของป่าหรือขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านก็คงไม่ได้ผล
ถ้าเพียงแต่... ถ้าเพียงแต่ฉันมีวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำอาหารเหมือนในครัวที่โรงแรม...
วูบ!
ทันใดนั้นเอง อาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงก็จู่โจมเมิ่งซูเหยาอย่างกะทันหัน ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวและหมุนเคว้ง ร่างกายของเธอราวกับถูกแรงดึงดูดมหาศาลกระชากเข้าไปในห้วงอากาศ เมิ่งซูเหยาหลับตาแน่นด้วยความสับสน
เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามากระทบดวงตาจนต้องหรี่ตาลง กลิ่นอับชื้นของบ้านร้างมลายหายไป สัมผัสได้เพียงความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศและกลิ่นหอมสะอาดสะอ้าน
เมิ่งซูเหยาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่บ้านดินซอมซ่อ แต่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดมหึมา!
ชั้นวางสินค้าเรียงรายยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา แบ่งออกเป็นหมวดหมู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ป้ายไฟ LED ดิจิทัลบอกราคาและโปรโมชั่นสว่างไสว รถเข็นช็อปปิ้งจอดเรียงกันอยู่อย่างเงียบงัน ที่นี่ไม่มีพนักงาน ไม่มีลูกค้า มีเพียงความเงียบสงบและความสมบูรณ์แบบที่คุ้นตา
นี่มัน... ซูเปอร์มาร์เก็ตครบวงจรที่อยู่ชั้นล่างของโรงแรมที่ฉันทำงานอยู่ในชาติที่แล้วนี่นา!
เมิ่งซูเหยายกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอไม่ได้ฝันไปจริงๆ เธอจำการจัดวางสินค้าของที่นี่ได้แม่นยำ เพราะก่อนตายเธอแวะลงมาซื้อของสดที่นี่บ่อยๆ
หญิงสาวก้าวเดินไปตามทางเดินด้วยหัวใจที่เต้นรัว โซนแรกที่พบคือแผนกของสด ผักผลไม้นานาชนิดวางเรียงรายอยู่บนชั้นวางที่มีละอองน้ำเย็นๆ พ่นออกมาหล่อเลี้ยงความสดใหม่ แอปเปิลลูกโตสีแดงสด ผักกาดขาวหัวอวบอ้วน องุ่นไร้เมล็ดพวงใหญ่ ทุกอย่างดูน่ากินไปหมด
ถัดมาคือแผนกเนื้อสัตว์ ตู้แช่เย็นยาวเหยียดเต็มไปด้วยเนื้อหมูสามชั้นลายหินอ่อน เนื้อวัวชั้นดี ไก่สด และอาหารทะเลที่ยังแหวกว่ายอยู่ในตู้กระจก
"สวรรค์..." เมิ่งซูเหยาพึมพำกับตัวเอง "นี่ฉันพกซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งห้างติดวิญญาณมาด้วยอย่างนั้นเหรอเนี่ย!"
ในยุค 80 ที่ข้าวยากหมากแพง การจะกินเนื้อสัตว์สักชิ้นต้องรอให้ถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ แถมยังต้องมีคูปองเนื้อถึงจะซื้อได้ แต่ตอนนี้ เธอกลับมีเนื้อสัตว์และเสบียงอาหารมากมายมหาศาลอยู่ในกำมือ! นี่มันไอเทมโกงระดับเทพชัดๆ!
แต่ก่อนที่เธอจะทันได้สำรวจแผนกเครื่องปรุงรสและของใช้จำเป็นอื่นๆ ความคิดที่ว่าผิงอันกำลังหิวโซรออยู่ข้างนอกก็แล่นเข้ามาในหัว เมิ่งซูเหยารีบพุ่งตัวไปยังโซนอาหารพร้อมทาน ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเคาน์เตอร์แคชเชียร์ทันที
ที่ตู้โชว์อาหารอุ่นร้อน มีซาลาเปาลูกใหญ่ควันฉุย ติ่มซำ ไก่ย่าง และอาหารปรุงสุกอีกหลายเมนูจัดวางอยู่ เมิ่งซูเหยาไม่รอช้า เธอเปิดตู้และหยิบซาลาเปาไส้เนื้อสับไข่เค็มลูกโตที่ยังร้อนระอุออกมาสองลูก จากนั้นก็เดินไปที่ตู้แช่เครื่องดื่ม หยิบนมวัวพาสเจอร์ไรส์ขวดแก้วออกมา แล้วนำไปเข้าไมโครเวฟที่ตั้งอยู่มุมบริการลูกค้าเพื่ออุ่นให้ร้อนกำลังดี
แล้วฉันจะออกไปจากที่นี่ยังไงล่ะ?
ทันทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัว อาการวิงเวียนวูบโหวงก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เพียงชั่วพริบตาเดียว แสงสว่างจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตก็หายไป แทนที่ด้วยความมืดสลัวและกลิ่นอับของบ้านร้างตามเดิม
