บทที่ 2 ค่าตกใจและคำขู่ - 3
สวี่ลี่ลี่กัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด เธอเกลียดชังเมิ่งซูเหยาจนเข้ากระดูกดำ แต่เพื่อรักษาหน้าตาและอนาคต หญิงสาวจึงจำใจล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ท หยิบห่อผ้าเช็ดหน้าสีแดงออกมา ภายในนั้นมีธนบัตรใบละสิบหยวนปึกหนาซ่อนอยู่ นี่คือเงินเก็บทั้งหมดที่พ่อแม่ให้เธอไว้เป็นทุนรอนแต่งงาน
สวี่ลี่ลี่นับเงินห้าร้อยหยวนด้วยมือที่สั่นเทา พร้อมกับคูปองอาหารและคูปองผ้าอีกปึกหนึ่ง ก่อนจะโยนมันลงบนเตียงเตาด้วยความเจ็บใจ
“เอ้า! รับไปซะนังขอทาน! เงินห้าร้อยหยวน คูปองอาหารห้าสิบชั่ง คูปองผ้าอีกยี่สิบฉื่อ ได้เงินแล้วก็รีบประทับนิ้วมือในใบหย่าซะ แล้วอย่ามาให้พวกฉันเห็นหน้าอีก!” สวี่ลี่ลี่ตวาดเสียงแหลม
แม่เฒ่าจ้าวมองดูกองเงินที่อยู่ตรงหน้าเมิ่งซูเหยาด้วยความแสนเสียดาย หญิงชราอ้าปากจะร้องห้าม แต่กลับถูกจ้าวสวี่ถลึงตาใส่จนต้องหุบปากฉับ
เมิ่งซูเหยามองกองเงินและคูปองตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย เธอไม่ได้รีบร้อนตะครุบมันราวกับคนตะกละตะกลาม แต่กลับค่อยๆ หยิบมันขึ้นมานับทีละใบ ทีละใบ อย่างใจเย็นและรอบคอบ ท่ามกลางสายตาที่ร้อนรุ่มดั่งไฟสุมของคนทั้งสาม
เมื่อนับจนครบถ้วนและแน่ใจว่าไม่มีแบงก์ปลอมปะปนอยู่ เมิ่งซูเหยาก็เก็บเงินและคูปองทั้งหมดลงในกระเป๋าเสื้อด้านในอย่างมิดชิด
“ดีมาก จ่ายเงินง่ายๆ แบบนี้ตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง” เมิ่งซูเหยาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหยิบหนังสือหย่าขึ้นมาดู
“เดี๋ยวก่อน” เธอมองหน้าจ้าวสวี่ “ในหนังสือหย่านี้ แกต้องเขียนเติมลงไปให้ชัดเจน ว่าสิทธิขาดในการเลี้ยงดูผิงอันตกเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว ตระกูลจ้าวไม่มีสิทธิ์มายุ่งเกี่ยว หรือเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ในตัวเด็กคนนี้อีกในอนาคต ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น!”
“ได้! เขียนก็เขียน!” จ้าวสวี่ในตอนนี้อยากจะสลัดตัวซวยสองแม่ลูกนี้ทิ้งจะแย่อยู่แล้ว เขาไม่เคยสนใจใยดีลูกสาวอยู่แล้ว ยิ่งเมิ่งซูเหยาเอาไปเลี้ยง เขายิ่งสบายใจที่จะได้เริ่มต้นครอบครัวใหม่กับสวี่ลี่ลี่โดยไม่มีตัวถ่วง
จ้าวสวี่หยิบปากกาหมึกซึมออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เขียนเติมเงื่อนไขตามที่เมิ่งซูเหยาต้องการลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งให้เธอ
เมิ่งซูเหยาอ่านทบทวนทุกตัวอักษร เมื่อเห็นว่ารัดกุมไม่มีช่องโหว่ เธอจึงกัดปลายนิ้วชี้ของตัวเองจนเลือดซิบ เนื่องจากในบ้านไม่มีตลับหมึกแดง แล้วประทับลายนิ้วมือลงบนชื่อของตนเองในหนังสือหย่าทั้งสองฉบับอย่างเด็ดเดี่ยว
การหย่าขาดเสร็จสมบูรณ์!
เมิ่งซูเหยาพับหนังสือหย่าส่วนของตนเองเก็บไว้ข้างกาย เธอก้มลงอุ้มผิงอันที่ยังคงมองตาแป๋วด้วยความสับสนขึ้นมาแนบอก
ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านหลังนี้ไม่มีอะไรที่คู่ควรให้เธอต้องเก็บไป เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ พวกนั้น เธอขอเอาเงินห้าร้อยหยวนนี่ไปซื้อผ้าพับใหม่มาตัดชุดให้ลูกสาวใส่ยังจะดีเสียกว่า
ร่างบางที่ผอมโซแต่กลับแผ่ซ่านไปด้วยความสง่างามและความเย่อหยิ่ง เดินอุ้มลูกสาวก้าวผ่านหน้าจ้าวสวี่ สวี่ลี่ลี่ และแม่เฒ่าจ้าวไปอย่างไม่ไยดี ก่อนจะก้าวข้ามธรณีประตูบ้านตระกูลจ้าวสถานที่ที่เป็นดั่งขุมนรกของร่างเดิมตลอดสี่ปีที่ผ่านมา
เมิ่งซูเหยาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าฤดูหนาวที่แม้จะหนาวเหน็บ แต่แสงแดดที่สาดส่องลงมากลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
ชีวิตใหม่ของฉันและผิงอัน... เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
