บทที่ 2 ค่าตกใจและคำขู่ - 2
น้ำเสียงของเมิ่งซูเหยาดังขึ้นเรื่อยๆ แฝงไปด้วยพลังอำนาจที่กดดันจนคนทั้งสามชะงัก “ค่าแรงของฉันสี่ปีเต็มๆ บวกกับค่าเสียหายที่พวกแกใช้งานฉันจนล้มป่วยเกือบตาย และค่าเลี้ยงดูผิงอัน ห้าร้อยหยวนยังถือว่าน้อยไปเสียด้วยซ้ำ! นี่ฉันคิดราคาถูกเป็นพิเศษเพื่อถือซะว่าทำทานไล่เสนียดจัญไรออกจากชีวิตแล้วนะ!”
“นังสารเลว! แกกล้าด่าฉันเป็นเสนียดงั้นรึ!” จ้าวสวี่เดือดพล่าน กำหมัดแน่นเตรียมจะพุ่งเข้าไปสั่งสอนเมิ่งซูเหยาให้หลาบจำ
แต่เมิ่งซูเหยากลับไม่ได้หลบซ่อน เธอเพียงแต่ช้อนสายตาคมกริบขึ้นมองเขา แล้วงัดไม้ตายที่เตรียมไว้ออกมาฟาดกลางแสกหน้า
“ก็เอาสิ! ถ้าแกไม่จ่าย เราก็ไม่ต้องหย่า! แต่พรุ่งนี้เช้า ฉันจะอุ้มผิงอันไปที่สถานีตำรวจประจำอำเภอ!”
คำว่าสถานีตำรวจทำเอาจ้าวสวี่ชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้าทันที
เมิ่งซูเหยาเหยียดยิ้ม “ฉันจะไปแจ้งความว่าแม่เฒ่าจ้าวทารุณกรรมลูกสะใภ้และหลานสาวแท้ๆ ปล่อยให้ฉันทำงานหนักจนตกน้ำเกือบตาย แถมยังจงใจไม่ตามหมอมารักษา หวังจะฆ่าคนทางอ้อม! รอยแผลและสภาพร่างกายที่ขาดสารอาหารของฉันกับผิงอันคือหลักฐานชั้นดี ตำรวจเห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าพวกแกทำระยำอะไรไว้บ้าง!”
แม่เฒ่าจ้าวหน้าซีดเผือด “กะ... แกขู่ฉันเรอะ! ตำรวจเขาไม่มายุ่งเรื่องในครอบครัวหรอกเว้ย!”
“งั้นเหรอ งั้นเรามาลองดูข้อหากระทำความผิดทางศีลธรรมขั้นร้ายแรงดูไหมล่ะ?” เมิ่งซูเหยาหันขวับไปจ้องหน้าจ้าวสวี่และสวี่ลี่ลี่ด้วยสายตาดุดัน
“ถ้าตำรวจไม่สน ฉันก็จะไปที่โรงงานเหล็กของแก จ้าวสวี่! แล้วก็จะแวะไปที่โรงงานทอผ้าของพ่อเธอด้วยสวี่ลี่ลี่!”
สวี่ลี่ลี่สะดุ้งเฮือก “กะ... แกจะไปทำไม!”
“ฉันก็จะไปป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ไง ว่าจ้าวสวี่พนักงานชั่วคราวที่กำลังจะขอบรรจุเป็นพนักงานประจำ มีพฤติกรรมสำส่อน ทอดทิ้งภรรยาและลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายที่บ้านนอก แอบไปคบชู้กับผู้หญิงในเมือง! ส่วนเธอก็เป็นพวกรองเท้าขาด แย่งสามีชาวบ้าน!”
เมิ่งซูเหยาเน้นทีละคำ ชัดเจนและแทงทะลุขั้วหัวใจ
“ยุคสมัยนี้ รัฐบาลเข้มงวดเรื่องปัญหาความประพฤติและศีลธรรม มากแค่ไหน พวกแกที่อยู่ในเมืองน่าจะรู้ดีกว่าฉันนะ ถ้าเรื่องนี้ถึงหูคณะกรรมการโรงงาน แกคิดว่าจ้าวสวี่จะได้บรรจุไหม เผลอๆ จะถูกไล่ออกและโดนส่งไปค่ายดัดสันดานฐานทำตัวเป็นอันธพาลลุ่มหลงในกามรมณ์เสียด้วยซ้ำ! ส่วนเธอ สวี่ลี่ลี่พ่อเธอที่เป็นผู้จัดการโรงงาน จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนที่มีลูกสาวเป็นเมียน้อยชาวบ้านอนาคตของพวกแกสองคน พังพินาศแน่!”
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม คำขู่ของเมิ่งซูเหยาไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย ในปี 1985 ปัญหาเรื่องชู้สาวและพฤติกรรมเสื่อมเสียทางศีลธรรมถือเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬาร หากถูกจับได้หรือมีคนไปร้องเรียน ไม่เพียงแต่จะถูกไล่ออกจากงานที่ถือเป็นชามข้าวเหล็กเท่านั้น แต่ยังต้องถูกประจานให้อับอายไปชั่วลูกชั่วหลาน บางรายถึงขั้นติดคุก!
ใบหน้าของจ้าวสวี่ซีดเผือดไร้สีเลือด หยาดเหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก ความโกรธแค้นเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจ เขาเพิ่งจะได้งานทำ เพิ่งจะเกาะผู้หญิงรวยๆ ได้ เขาจะยอมให้ชีวิตที่กำลังจะรุ่งโรจน์ต้องมาพังทลายลงเพราะผู้หญิงบ้านนอกคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
สวี่ลี่ลี่เองก็ตัวสั่นเทา เธอรักจ้าวสวี่ก็จริง แต่เธอรักหน้าตาและชื่อเสียงของตัวเองมากกว่า หากเรื่องนี้แดงออกไป พ่อของเธอต้องตีเธอตายแน่ๆ เผลอๆ อาจจะไล่เธอออกจากบ้าน
“พะ... พี่จ้าวสวี่” สวี่ลี่ลี่เขย่าแขนชายหนุ่มด้วยความตื่นตระหนก
“ให้เงินหล่อนไปเถอะค่ะ ให้หล่อนไปให้พ้นๆ รีบๆ ตัดขาดจากนังปลิงตัวนี้สักที ฉันไม่อยากมีเรื่องอื้อฉาวนะ!”
“แต่... แต่ฉันไม่มีเงินห้าร้อยหยวนหรอกนะลี่ลี่ จักรยานคันนั้นฉันก็เอาเงินเก็บทั้งหมดไปซื้อแล้ว” จ้าวสวี่กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอับจนหนทาง
