บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ค่าตกใจและคำขู่ - 1

คำว่าข้อแลกเปลี่ยนที่หลุดออกจากปากของเมิ่งซูเหยา ทำให้จ้าวสวี่ชะงักงันไปชั่วครู่ แววตาของเขาฉายความระแวดระวังขึ้นมาทันที

แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าก็เป็นแค่หญิงชาวนาที่วันๆ จับแต่จอบจับแต่เสียม ไม่เคยเห็นโลกกว้างจะไปมีปัญญาเรียกร้องอะไรได้มากมายนัก อย่างมากก็คงขอข้าวสารสักสิบชั่ง หรือเงินสักห้าหยวนสิบหยวนเพื่อเอาไปตั้งตัวกระมัง

“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร ว่ามาสิ ถ้ามันไม่เหลือบ่ากว่าแรง ฉันก็จะถือว่าทำทานให้เธอกับเด็กนั่นก็แล้วกัน” จ้าวสวี่เชิดคางขึ้น แสร้งทำใจกว้างราวกับเศรษฐีผู้ใจบุญ

เมิ่งซูเหยาขยับรอยยิ้มเย็นชา นิ้วเรียวที่หยาบกร้านลูบศีรษะของผิงอันเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงชัดเจนดังกังวาน

“เงินสดห้าร้อยหยวน คูปองอาหารห้าสิบชั่ง และคูปองผ้าอีกยี่สิบฉื่อจ่ายมาครบเมื่อไหร่ ฉันจะประทับลายนิ้วมือในใบหย่าให้ทันที”

สิ้นคำพูดของเมิ่งซูเหยา บรรยากาศภายในห้องซอมซ่อก็พลันเงียบสงัดลงราวกับป่าช้า เงียบเสียจนได้ยินเสียงลมหนาวที่พัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามา

จ้าวสวี่เบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า สวี่ลี่ลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับอ้าปากค้าง ส่วนแม่เฒ่าจ้าวที่เพิ่งเดินถือชามน้ำตาลทรายแดงร้อนๆ มาถึงหน้าประตูพอดี เมื่อได้ยินตัวเลขห้าร้อยหยวนมือที่เหี่ยวย่นก็สั่นเทาจนชามกระเบื้องร่วงหล่นแตกกระจายเต็มพื้น

เพล้ง!

เสียงชามแตกเรียกสติของทุกคนให้กลับคืนมา แม่เฒ่าจ้าวกรีดร้องลั่นราวกับหมูถูกเชือด หญิงชราพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง ชี้นิ้วที่สั่นเทาไปที่หน้าของเมิ่งซูเหยา

“ห้าร้อยหยวน! นังหน้าด้าน! นังปลิงดูดเลือด! แกบ้าไปแล้วหรือไง ห้าร้อยหยวน แกคิดว่าบ้านฉันเป็นธนาคารหรือไงฮะ! ต่อให้ขายตัวแกกับนังเด็กเหลือขอนั่นไปเป็นทาส ยังได้เงินไม่ถึงห้าสิบหยวนด้วยซ้ำ แกกล้าอ้าปากเรียกร้องเงินตั้งห้าร้อยหยวน คูปองอาหารอีกห้าสิบชั่ง แกกะจะปล้นกันให้หมดตัวเลยใช่ไหม!”

แม่เฒ่าจ้าวตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วเริ่มร้องห่มร้องไห้ตีโพยตีพาย

“โอ๊ย สวรรค์มีตาดูเอาเถิด! ตระกูลจ้าวของฉันทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้สะใภ้หน้าเลือดแบบนี้ มันจะสูบเลือดสูบเนื้อพวกเราให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลยหรือไง!”

จ้าวสวี่เองก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขาชี้หน้าด่าเมิ่งซูเหยาด้วยความเดือดดาล “เมิ่งซูเหยา! เธออย่าให้มันมากเกินไปนะ! เงินเดือนฉันที่โรงงานแค่เดือนละยี่สิบห้าหยวน ห้าร้อยหยวนนั่นมันเงินเดือนฉันเกือบสองปีเต็มๆ แถมยังเอาคูปองอาหารกับคูปองผ้าอีก เธอคิดว่าของพวกนี้มันร่วงลงมาจากฟ้าหรือไง! ฉันให้เต็มที่ยี่สิบหยวน ถือว่าเมตตาที่สุดแล้ว!”

สวี่ลี่ลี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังแค่นเสียงเหอะออกมา “นึกว่าเป็นคนดีหยิ่งทะนงศักดิ์ศรี ที่แท้ก็แค่พวกหน้าเงินบ้านนอกหวังจะรวยทางลัด พี่จ้าวสวี่คะ อย่าไปยอมเธอนะคะ ผู้หญิงแบบนี้ต้องสั่งสอนให้เข็ด!”

เมิ่งซูเหยามองดูละครลิงของคนทั้งสามด้วยสายตาสมเพช เธอไม่ได้สะทกสะท้านกับเสียงด่าทอเลยแม้แต่น้อย ร่างบางเพียงแค่เปลี่ยนท่านั่งให้สบายขึ้น

“ยี่สิบหยวน?” เมิ่งซูเหยาเลิกคิ้วขึ้น “จ้าวสวี่ แกคิดว่าฉันโง่หรือไง สี่ปีที่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลจ้าว ฉันทำงานงกๆ เป็นวัวเป็นม้าตั้งแต่ไก่โห่จนตะวันตกดิน ทำนา ปลูกผัก เลี้ยงหมู หาบฟืน ปรนนิบัติแม่กับน้องสาวแก ซักผ้าให้คนทั้งบ้าน ข้าวสักคำก็แทบไม่ตกถึงท้องฉันกับลูก แต่แกกลับเอาเงินที่ฉันช่วยประหยัดไปใช้ชีวิตสุขสบายในเมือง ไปซื้อจักรยานเฟิ่งหวงคันละเป็นร้อย ไปซื้อเสื้อผ้าดีๆ ใส่ ไปจีบผู้หญิงในเมือง!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel