บทที่ 1 สามีสารเลวกับคนรักใหม่ - 3
"ซูเหยา เราสองคนเดินมาถึงจุดที่ไม่มีอะไรเหมือนกันอีกต่อไปแล้ว ฉันเข้าไปทำงานในเมือง เปิดหูเปิดตาเห็นโลกกว้าง ในขณะที่เธอยังเป็นแค่หญิงชาวนาที่รู้แต่เรื่องทำไร่ไถนาและซักผ้า เราไม่มีภาษาเดียวกันในการสื่อสารอีกแล้ว เธอไม่เข้าใจอุดมการณ์ของฉัน และฉันก็ไม่อาจทนใช้ชีวิตจมปลักอยู่กับผู้หญิงที่ไม่รู้จักพัฒนาตัวเองแบบเธอได้!"
ช่างเป็นคำพูดที่หล่อเหลาและดูดีเสียนี่กระไร! เมิ่งซูเหยาแทบจะลุกขึ้นปรบมือให้กับการแสดงละครฉากใหญ่ของชายตรงหน้า
โยนความผิดให้ผู้หญิงที่ทำงานงกๆ หาเงินส่งเสียให้ตัวเองไปอยู่ในเมืองว่าเป็นคนไม่พัฒนา อ้างอุดมการณ์บ้าบอ ทั้งที่ความจริงก็แค่แมงดาที่อยากเกาะผู้หญิงรวยๆ เพื่อยกระดับฐานะตัวเอง ช่างหน้าไม่อายเสียจริงๆ!
"พี่จ้าวสวี่คะ อย่าพูดแรงแบบนั้นสิคะ พี่สาวคงเสียใจแย่"
เสียงหวานหยดย้อยที่ดัดจนแหลมเล็กของสวี่ลี่ลี่ดังขึ้น หญิงสาวในชุดกระโปรงแดงเดินกรีดกรายเข้ามายืนซ้อนอยู่ด้านหลังจ้าวสวี่ มือที่ทาเล็บสีแดงสดจับแขนเสื้อของจ้าวสวี่อย่างแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เธอปรายตามองเมิ่งซูเหยาและผิงอันด้วยสายตาขยะแขยง ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าเห็นอกเห็นใจ
"พี่สาวเมิ่งคะ ฉันรู้ว่าเรื่องนี้มันกะทันหัน แต่ความรักมันบังคับกันไม่ได้หรอกนะคะ พี่จ้าวสวี่เขาเป็นคนเก่ง มีอนาคตไกล เขาควรจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่านี้ พี่สาวเองก็ควรจะปล่อยเขาไป เพื่ออนาคตของพี่จ้าวสวี่นะคะ ฉันสัญญาค่ะว่าถ้าพี่สาวหย่าให้แต่โดยดี ฉันจะให้เงินชดเชยพี่สาวสักสิบยี่สิบหยวน ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาที่พี่ดูแลคุณป้ามาตลอดก็แล้วกันค่ะ"
สวี่ลี่ลี่พูดพลางเชิดคางขึ้นสูง ทำตัวราวกับเป็นเทพธิดาผู้สูงส่งที่กำลังโปรยทานให้ขอทานข้างถนน
เมิ่งซูเหยาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาของเธอไล่มองจ้าวสวี่และสวี่ลี่ลี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ
"หึ... หึหึ..."
เสียงหัวเราะของเธอไม่ได้ดังมาก แต่มันกลับดังก้องกังวานในห้องซอมซ่อ แฝงไปด้วยความเย็นเยียบและเสียดสีจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง
"เธอหัวเราะอะไร!" จ้าวสวี่ตวาดลั่น รู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรงที่ภรรยาบ้านนอกไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือเสียใจอย่างที่ควรจะเป็น
เมิ่งซูเหยาหยุดหัวเราะ ดวงตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีดที่เพิ่งลับใหม่ๆ เธอมองทะลุไปถึงสันดานดิบของคนทั้งคู่
อดีตเชฟระดับมิชลินอย่างเธอ ผ่านโลกมามากมาย พบเจอผู้คนมาทุกรูปแบบ ตั้งแต่นักธุรกิจร้อยล้านไปจนถึงนักการเมืองระดับสูง สวะระดับล่างอย่างจ้าวสวี่และสวี่ลี่ลี่ สำหรับเธอแล้วก็เป็นได้แค่เพียงแมลงวันสองตัวที่บินตอมกองขยะเท่านั้น
"ฉันกำลังสมเพชพวกแกสองคนอยู่น่ะสิ" น้ำเสียงของเมิ่งซูเหยาเยือกเย็นและทรงพลัง ไม่เหลือเค้าความอ่อนแอของหญิงชาวนาคนเดิมอีกต่อไป
"คนหนึ่งก็อ้างอุดมการณ์สูงส่ง บังหน้าความมักมากเห็นแก่ตัว ทั้งที่จริงก็แค่แมงดาเกาะผู้หญิงกิน อีกคนก็หน้าหนายกย่องตัวเองว่าเป็นผู้ดีเมืองกรุง แต่กลับลดตัวลงมาแย่งสามีชาวบ้าน หน้าไม่อายจริงๆ!"
"นี่แก! นังบ้านนอก! แกกล้าด่าฉันเหรอ!" สวี่ลี่ลี่กรีดร้องลั่น ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
จ้าวสวี่หน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธจัด เขาพุ่งตัวเข้าไปหมายจะตบหน้าเมิ่งซูเหยาสั่งสอน
"นังสารเลว! แกกล้าดีสามหาวเกินไปแล้วนะ รีบเซ็นใบหย่าเดี๋ยวนี้ แล้วไสหัวออกไปจากบ้านฉันซะ!"
เมิ่งซูเหยาไม่หลบ เธอกลับเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตาสาดประกายดุดันจนจ้าวสวี่ที่กำลังจะเงื้อมือตบถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ แรงกดดันบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างผอมบางนั้น ทำให้เขาเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
ร่างบางไม่ได้กรีดร้อง ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย เธอเพียงแค่ขยับยิ้มเย็นชาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามทว่าอันตรายอย่างยิ่ง
"อยากหย่างั้นเหรอ? ได้สิ..." น้ำเสียงของเมิ่งซูเหยาราบเรียบแต่กังวานชัดเจน "ฉันหย่าให้แกแน่จ้าวสวี่ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน!"
