บทที่ 2.3
ม้าข้ามฟากกลับรั่วรอซ่อมแซม คนขับรถม้าจนใจจึงได้แต่ส่งหญิงสาวกับสาวใช้ไปขึ้นเรือโดยสารที่ท่าเรืออีกแห่ง
เรือทวนน้ำแล่นตรงไปยังเมืองหลวงแต่ก็อ้อมอยู่บ้าง ถึงอย่างนั้นหญิงสาวไม่ได้รีบร้อนอะไรจึงยอมไปขึ้นเรือโดยสาร
บนเรือมีชาวบ้านมากมายโดยสารมาจากต่างเมือง ทุกคนหาที่นั่งเพราะเรือต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองชั่วยาม จึงจะถึงเมืองหลวง
เสี่ยวเถากังวลเพราะทั้งสองแอบหนีมา แม้เซี่ยหยวนเล่อเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้ว่าคิดถึงแม่นมเฉาจึงแอบหนีมา แต่นางก็ยังกังวลว่าจะถูกลงโทษเพราะนางเป็นเพียงสาวใช้
“เจ้าอย่ากลัวไปเลย เจ้าก็รู้ว่าท่านพ่อรักข้าที่สุด เรื่องที่ท่านแม่ส่งแม่นมออกไปเร็วกว่ากำหนด ทำให้ข้าถึงกับล้มป่วย เรื่องนี้ทำให้ท่านพ่อไม่เคยกล้าลงโทษข้า”
“นายท่านน่ะข้าไม่กังวล แต่ฮูหยิน...”
มารดาของนางวางแผนการหลายๆ อย่างขึ้น ถึงกับทำร้ายจิตใจนางโดยส่งแม่นมเฉาเกษียณออกจากเมืองหลวงก่อนกำหนด ตอนนี้นางทำให้แผนการใหญ่ของมารดาล้มไม่เป็นท่าถึงสองครั้ง...
เซี่ยหยวนเล่อเลิกคิ้วความคิดหยุดชะงัก นางมองไปยังแผ่นหลังของบุรุษผู้หนึ่ง ด้านหลังของเขามีผู้ติดตามอีกสามสี่คน ทั้งหมดเดินไปยังท้ายเรือด้วยท่าทีระมัดระวัง
“เขามาทำอะไรที่นี่...” นางพึมพำจากนั้นลุกขึ้นยืน “เจ้ารอข้าตรงนี้ อยู่เป็นเพื่อนเสี่ยวหมานอย่าไปไหน”
“คุณหนู” เสี่ยวเถามองตามหญิงสาวด้วยสายตางุนงง เสี่ยวหมานหลับไปแล้วเสี่ยวเถาจึงอยู่เฝ้า ได้แต่มองตามผู้เป็นนายไปด้วยความไม่เข้าใจ
เซี่ยหยวนเล่อเดินพ้นมุมทางเดินแคบๆ เห็นเฉิงเหยียนเดินผ่านประตูไป ทว่าเมื่อเขากับผู้ติดตามเดินผ่านประตูกลับแง้มเปิด บุรุษผู้หนึ่งเล็งหน้าไม้ไปที่แผ่นหลังของชายหนุ่ม
นางไม่มีเวลาคิด...วิ่งเข้าไปผลักประตูหนีบชายคนนั้น ตะโกนเสียงดัง “ใต้เท้าเฉิงด้านหลังท่านมีคนร้าย!!!”
คนที่เล็งหน้าไม้ไปยังเฉิงเหยียนโดนนางดันประตูหนีบก็เล็งพลาดเป้า เขาส่งเสียงร้องและเสียหลัก แต่พอตั้งตัวได้ก็ผลักประตูกลับมาที่หญิงสาว นางล้มหงายไปด้านหลัง ถึงเจ็บแต่เมื่อคว้าอะไรได้นางก็ขว้างส่งๆ ไปยังชายที่คิดทำร้ายเฉิงเหยียน
“จับเขาเอาไว้!” เฉิงเหยียนตะโกนหันกลับมาเล่นงานคนร้ายที่คิดสังหารเขา
ทุกอย่างวุ่นวายขึ้นทันที คนที่โดยสารมากับเรือพอได้ยินก็เข้ามามุงดู แต่พอรู้ว่ามีคนร้ายก็แตกตื่นลุกฮือไปอีกฝั่งของเรือ
เฉิงเหยียนปราดเข้ามาช่วยประคองเซี่ยหยวนเล่อขึ้น “คุณหนูสิบ? ท่านมาทำอะไรที่นี่??”
“ข้า...” นางขมวดคิ้วมองเขาจากนั้นก็ผลักเขาไปกระแทกกับขอบเรือ ลูกดอกปักลงไปที่ขอบไม้ข้างตัวคนทั้งสองห่างเพียงไม่ถึงช่วงนิ้วมือ
เฉิงเหยียนดันนางไปด้านหลังดึงกระบี่ออกมา นางมองเขารับมือกับคนร้ายด้วยความหวาดหวั่น ทว่าคนอย่างเฉิงเหยียนที่เป็นถึงหัวหน้าหน่วยของสำนักตรวจการ มีหรือจะเพลี่ยงพล้ำโดยง่าย หลายครั้งคนร้ายไม่กล้าจู่โจมเขา เพราะฝีมือที่ไม่เป็นสองรองใครของชายหนุ่ม ดังนั้นที่ทำได้จึงเพียงแค่ลอบโจมตีจากในที่มืด
กว่าจะจับคนร้ายได้ผู้คนก็แตกตื่นหวาดกลัว คนของสำนักตรวจการช่วยระงับความวุ่นวายได้ในที่สุด คนร้ายถูกจับมัดแยกตัวไปอีกด้านโดยมีคนของเฉิงเหยียนคอยควบคุม
“ขอบคุณคุณหนูสิบที่ช่วย อันที่จริงนี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เจ้าช่วยชีวิตข้า” เฉิงเหยียนประสานมือคำนับนางด้วยท่าทีสุภาพ
“เอ๋” นางเลิกคิ้วมองเขาเพราะไม่เข้าใจ
ชายหนุ่มล้วงถุงปักใบหนึ่งออกมาจากสาบเสื้อ มันคือถุงปักที่แม่นมเฉาเคยมอบให้นางในตอนที่นางแอบหนีออกไปนอกเมืองครั้งก่อน ครั้งนั้นนางเห็นการลอบโจมตีเช่นในวันนี้ นางตะโกนเตือนคนที่ยืนหันหลังจึงโดนผลักล้ม แผลที่ขมับของนางก็ได้มาเพราะเหตุนี้...
เซี่ยหยวนเล่อรับถุงปักมาและเปิดออกดู ...ประคำหยก!!!
นี่เป็นประคำหยกอันเดียวกันกับที่เฉิงเหยียนมอบให้นางที่ลานประหาร เซี่ยหยวนเล่อนิ่งงันจ้องมองประคำหยกนั้นนิ่งนานด้วยความสับสน
“ครั้งนั้นข้าได้ยินเพียงเสียงตะโกนบอก ดังนั้นคนร้ายจึงลอบทำร้ายข้าไม่สำเร็จ ตอนที่ทุกอย่างสงบข้าก็หาท่านไม่พบแล้ว พบเพียงถุงใบนี้ดังนั้นประคำหยกนี้คืนให้ท่าน ท่านช่วยชีวิตข้าเอาไว้ถึงสองครั้งหากวันหน้ามีเรื่องใดที่ข้าสามารถตอบแทน...”
หญิงสาวมองเสี่ยวหมานและเสี่ยวเถาที่เดินตรงเข้ามาหา “มี! ข้ามี!”
เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยความประหลาดใจ “คุณหนูสิบเชิญกล่าว”
“ข้า...อยากฝากคนคนหนึ่งเอาไว้กับท่าน”
“คน?”