บทที่ 1.2
นางกำนัลด้านหลังตกใจจนเผลอทำถาดของว่างหลุดมือ คนในห้องพุ่งออกมาพร้อมกับกระบี่ในมือ สตรีด้านหลังล้วนถูกสังหาร กลิ่นเลือดยังคงคละคลุ้งในความรู้สึก แม้ตัวนางไม่ถูกสังหารเพื่อไม่ให้แผนรั่วไหล ทว่าก็ถูกกักบริเวณไม่ให้ผู้ใดพบ ไม่ให้นางออกไปที่ใดนอกจากเรือนของตัวเอง ด้วยนางเองก็ไม่ต่างจากผู้อื่น ล้วนเป็นหมากที่เฉินหลี่และเฉินเซียวจำเป็นต้องมี
ค่ำคืนแห่งการก่อกบฏเลือดไหลนองทั่วเมืองหลวง องค์ชายทั้งสองพระองค์และฮองเฮาที่อยากโค่นล้มราชบัลลังก์กลับถูกจับกุม ผู้ที่เกี่ยวข้องถูกตัดสินประหารอย่างไร้ปรานี ไม่เว้นแม้แต่คนตระกูลเซี่ยและ...ตัวนางเอง
ขณะนั่งรอความตายอย่างสิ้นหวัง มีเพียงสายตาของคนผู้หนึ่งที่มองนางอย่างเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ เฉิงเหยียน...รองเจ้ากรมสำนักตรวจการผู้หล่อเหลาล้ำเลิศ
ลานประหารที่ผู้คนก่นด่าสาปแช่ง เขาเป็นคนเดียวที่เดินเข้ามาหานาง ทั้งยังเอ่ยถามถึงความปรารถนาสุดท้าย
เซี่ยหยวนเล่อเงยหน้าขึ้นมองเขา อยู่ๆ นางก็รู้สึกขบขันกับโชคชะตาของตัวเอง ‘ความปรารถนาสุดท้ายของข้า...ก็คือชาติหน้าขอมีชีวิตเรียบง่าย’
เขาถอนหายใจออกมาและมองนางอย่างจนใจ ‘พระชายา...ข้าหมายถึงมีเรื่องใดที่ท่านปรารถนาจะให้ข้าทำให้เป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ เรื่องที่ท่านยังห่วงกังวล’
‘ข้าไม่ใช่พระชายาแล้ว เป็นเพียงนักโทษประหาร’ นางละสายตาจากใบหน้าของเขามองบิดา มารดา พี่สาว น้องสาว พี่ชาย น้องชาย คนตระกูลเซี่ยที่ล้วนต้องรับโทษประหาร ยังไม่ทันได้เอ่ยปากเขาก็พูดขึ้น
‘ที่ข้าทำได้ตอนนี้คือช่วยฝังพวกท่าน...อย่างถูกต้อง’
‘ขอบคุณท่านมาก’ นางกระซิบบอกเขาเสียงเบา ด้วยรอยยิ้ม
ตอนนั้นเองนึกไม่ถึงว่าเขาจะนั่งลงตรงหน้านาง มองประคำหยกในมือของเขา สายตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัย เฉิงเหยียนเอี้ยวตัวไปด้านหลังนาง ค่อยๆ สวมประคำหยกพวงนั้นที่ข้อมือพร้อมอวยพรให้นาง
‘หากชาติหน้ามีจริง เช่นนั้นข้าขอให้เจ้ามีชีวิตที่ราบรื่นปลอดภัยไร้กังวล’
เซี่ยหยวนเล่อเงยหน้ามองเขาด้วยท่าทางงุนงง ปลายนิ้วของนางลูบประคำหยกนั้นเพราะมือทั้งสองข้างถูกมัดไขว้หลัง ‘เพราะอะไรท่านจึง...’
‘ได้เวลาแล้วใต้เท้า’ มีคนก้าวเข้ามาจากนั้นก็กระซิบบอกเฉิงเหยียน ดูเหมือนการประหารกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เขาลุกขึ้นจากนั้นก้มลงมองนางด้วยสายตาที่นางไม่อาจคาดเดา
ดูเหมือนเขากำลังเศร้า... ‘ลาก่อน’ เขากล่าวอำลา
นางได้แต่มองเขาค่อยๆ หมุนตัวแล้วเดินจากไป แผ่นหลังของเขายิ่งทำให้นางสงสัย เขา...เศร้าใจที่นางกำลังจะตายหรือ??
เพราะอะไรเล่า? นางกับเขาเคยพบกันหรือ …ไม่มีทาง นางจำไม่ได้ว่าเคยรู้จักกับเขา ยิ่งไม่มีทางที่เขากับนางจะมีเรื่องใดให้พานพบ
ก่อนหน้านี้แม้รู้จักเขา ก็เป็นเพราะเคยพบเขาที่ขี่ม้าผ่านหน้าจวน เดินสวนกัน หรือไม่ก็บังเอิญเห็นเขาตอนกำลังสืบคดี ไม่มีใครไม่รู้จักใต้เท้าเฉิงเหยียนแห่งสำนักตรวจการ และในทางเดียวกันก็ไม่มีใครกล้าพาตัวเข้าไปใกล้เขา ดังนั้น...ไม่ว่าบุรุษหรือสตรีล้วนไม่มีใครคุ้นเคยกับเขา
เสียงก่นด่าสาปแช่งยังคงดังขึ้นไม่หยุด ชีวิตคนมากมายที่สูญสิ้นเพราะความมักใหญ่ใฝ่สูง ตอนนี้ชาวบ้านล้วนโยนความโกรธมายังคนที่ถูกตัดสินยังลานประหาร ขณะที่ตัวต้นเหตุเพียงถูกกักขังในตำหนัก ด้วยฐานะสูงส่งที่แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ไม่อาจปลิดชีพโอรสของตน ผู้ที่รับโทษจึงมีเพียงผู้ที่รับคำสั่งจากองค์ชายสองพระองค์และฮองเฮา...
ไม่ยุติธรรม!!! ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!!! เซี่ยหยวนเล่อก่นด่าในใจทว่าก็ได้แต่หลับตาลงรอรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาช้าๆ
เสียงคมดาบของเพชฌฆาตฟาดฟันลงไป เสียงตุ้บ! ดังขึ้น ศีรษะของบิดากลิ้งหลุนๆ ไปด้านหน้าเล็กน้อย นางสะดุ้งเบิกตามองด้วยความหวาดหวั่น
‘เซี่ยหยวนเล่อ’ เสียงหนึ่งเรียกนาง
เซี่ยหยวนเล่อหันไปช้าๆ ท่ามกลางคนมากมาย เสียงก่นด่าดังระงมแต่นางกลับได้ยินเสียงของเขา ‘หลับตาลงเสีย ไม่ต้องกลัว’ ที่แท้ประโยคถัดมาเขาเพียงขยับปากไม่ได้ส่งเสียง
น้ำตาของนางหลั่งริน...ความกลัวก่อเกิดแต่ก็ได้แต่ยอมรับมันโดยดี ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ภาพสุดท้ายก็คือดวงตาเศร้าโศกจนใจของเขา...
‘หากชาติหน้ามีจริง...’
ทุกอย่างดับวูบสติเลือนหาย ความตายแท้ที่จริงไม่ได้ทรมานและน่ากลัวอย่างที่นางคิด...
