บทที่ 1.1
ชนชั้นสูง...เปลือกนอกที่สตรีเรือนหลังของจวนขุนนางต้องสวมเอาไว้ ยิ่งบิดา สามี หรือพี่น้องมีฐานะในราชสำนักสูงส่งเพียงใด พวกนางก็ยิ่งต้องดิ้นรนเพื่อยศศักดิ์ หน้าตา ความมั่งคั่ง ชื่อเสียง เงินทอง เหล่านี้คือวังวนที่ม้วนเหล่าสตรีในเรือนหลังให้จำต้องแก่งแย่ง
การแต่งงานเพื่อยกฐานะของวงศ์ตระกูล ความสัมพันธ์สองตระกูลที่ส่งผลไปถึงคานอำนาจในราชสำนัก เหล่านี้คือวังวนที่ม้วนเหล่าสตรีในเรือนหลังให้จำต้องดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองสามารถยืนหยัดในจวนได้อย่างสง่าผ่าเผย มิใช่เป็นเพียงสตรีในจวนที่ไร้ตัวตนในสายตาของผู้อื่น
ยิ่งโดดเด่นก็ยิ่งได้รับความสนใจ ยิ่งสามีที่แต่งให้ได้รับความสำคัญพวกนางก็จะยิ่งพลอยมีหน้ามีตา มีที่ยืน มีคนให้ความสำคัญ ดังนั้นนอกเหนือไปจากขุนนางในราชสำนักที่ต้องแก่งแย่งเพื่อช่วงชิงความโปรดปรานของฮ่องเต้ เบื้องหลังเรื่องราวเหล่านั้น การดิ้นรนของสตรีเรือนหลังของแต่ละจวนก็ยิ่งน่าดูชม
ขบวนเจ้าสาวที่มีรถม้าหรูหราจอดรออยู่หน้าจวนตระกูลเซี่ย ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่ยืนมุงดู เสียงกล่าวขานถึงงานมงคลอันยิ่งใหญ่ ทำให้สตรีทั่วทั้งแคว้นอิจฉาผู้ที่กำลังถูกพยุงขึ้นรถม้า
พิธีเสกสมรสขององค์ชายหกเฉินหลี่ ชายาเอกของเขาซึ่งก็คือบุตรสาวคนที่สิบของใต้เท้าเซี่ย อัครมหาเสนาบดีแคว้นเทียนเฉา เซี่ยหยวนเล่อ ทำให้ไม่ว่าผู้ใดล้วนรู้สึกว่านี่จึงจะเป็นคู่บุพเพสวรรค์สร้าง ด้วยบุรุษหล่อเหลาสูงส่ง สตรีหรือก็งดงามเพียบพร้อม อีกทั้งใต้เท้าเซี่ยเองก็เป็นเสาหลักของแคว้น บุตรสาวคนโตก่อนหน้านี้ก็เสกสมรสเป็นชายาองค์ชายรองไปแล้ว เรียกได้ว่าช่างเป็นคานอำนาจที่มั่นคงยิ่ง
เจ้าสาวในชุดสีแดงคลุมผ้าคลุมหน้าถูกพยุงออกมาท่ามกลางเสียงอวยพร ขบวนเจ้าสาวยาวไปถึงสี่มุมถนน สินเดิมที่ล้วนเต็มไปด้วยของพระราชทานจากฮองเฮา ทำให้สตรีทั่วหล้าตระหนักว่าการเสกสมรสนี้เป็นที่พอพระทัยยิ่ง
ปีนี้เซี่ยหยวนเล่อเพิ่งครบสิบหกเท่านั้น ทว่าฮองเฮากลับทูลขอสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ ตรัสว่าทรงเอ็นดูคุณหนูสิบผู้นี้ยิ่ง ทว่าผู้ใดบ้างจะมองไม่ออกถึงเบื้องลึกเบื้องหลังที่ซ่อนอยู่
ฮองเฮามีโอรสสองพระองค์ องค์ชายรองเฉินเซียวเสกสมรสเซี่ยอิ๋งบุตรสาวคนโตของอัครมหาเสนาบดี ส่วนบุตรสาวคนที่สิบซึ่งเป็นบุตรสาวของฮูหยินเอก บัดนี้ก็ยังมาเสกสมรสกับองค์ชายหกอีก เรียกได้ว่าจวนตระกูลเซี่ยบัดนี้ได้กลายเป็นคนของฮองเฮาไปแล้วอย่างสมบูรณ์
ที่น่าประหลาดใจไปกว่านั้นก็คือฮ่องเต้กลับหาได้มีท่าทีใดกับเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่องค์รัชทายาทซึ่งทรงเลือกด้วยพระองค์เอง จนถึงบัดนี้กลับหาได้มีอิทธิพลใดๆ ในราชสำนัก
เซี่ยหยวนเล่อปีนี้เพิ่งเป็นสาวเต็มตัว นางทั้งไร้เดียงสาและงดงามอ่อนหวาน คราแรกบิดาหาได้ปรารถนาจะให้นางเสกสมรสกับองค์ชาย เพียงอยากให้นางได้เลือกใช้ชีวิตในแบบที่นางต้องการ
ถึงอย่างนั้นในคืนวันปักปิ่นล่วงเข้าสู่วัยออกเรือน นางกลับบังเอิญได้พบกับองค์ชายหกในสวน เฉินหลี่นั้นหล่อเหลาสุภาพอ่อนโยน สตรีเพิ่งปักปิ่นทั้งยังไม่เคยพานพบบุรุษ แน่นอนเซี่ยหยวนเล่อจึงหลงใหลความอ่อนโยนของเขาโดยง่าย
หลังเสกสมรสฮ่องเต้พระราชทานจวนเหมันต์นอกวังหลวงให้เฉินหลี่ เขาและชายาย้ายออกมาจากวังหลวงใช้ชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางความริษยาของผู้คน
ถึงอย่างนั้น...ผ่านไปเพียงสามปี ความรักที่เคยมีผู้คนอิจฉาริษยากลับเริ่มเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง เฉินหลี่รับชายารองมาอีกสองคน ทั้งสองล้วนเป็นบุตรสาวจากจวนแม่ทัพน้อยใหญ่ แม้เป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุเขาก็ดิ้นรนเพื่อให้ได้รับพวกนางเข้าจวนเหมันต์
เฉินหลี่เริ่มพาคนมีฝีมือเข้ามาในจวน ทั้งฝ่ายบุ๋น ฝ่ายบู๊ ทั้งเข้ามาอย่างเปิดเผย ทั้งลักลอบพาเข้ามาโดยปลอมเป็นคนสวนบ้าง อาจารย์สอนดีดพิณบ้าง สอนเดินหมากบ้าง อ้างว่าชายาของเขาอยากเรียน ตอนนั้นแม้สงสัยแต่เซี่ยหยวนเล่อก็คล้อยตาม ไม่เคยเซ้าซี้ ไม่เคยซักถาม
ฐานะชายาเอกมั่นคงไม่มีทางสั่นคลอน เฉินหลี่เคยดีกับนางอย่างไรก็ยังคงดีกับนางเช่นนั้น เบื้องหน้าเขาดูแลให้เกียรติไม่เคยทำร้ายจิตใจ ยกนางเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในบรรดาชายา ทว่า...เบื้องหลังเซี่ยหยวนเล่อกลับเริ่มหวาดหวั่น
ในคืนหนึ่ง...นางที่นำชาและของว่างไปยังเรือนตำรากลับบังเอิญได้ยินเรื่องสำคัญเข้า องค์ชายรองและองค์ชายหกกำลังร่วมมือกันโค่นล้มราชบัลลังก์!!!
