บทที่ 1.7
ขณะกำลังจะหมุนตัวเดินกลับจวนตระกูลลั่ว อีกฟากของถนนก็มีกลุ่มคนที่สวมชุดของมือปราบสำนักตรวจการเดินผ่านมา อวี๋เฟิงเยี่ยนเลิกคิ้วมองนาง
เสี่ยวฮวาอุทาน “หัวหน้าอวี๋?! บังเอิญยิ่ง”
ชายหนุ่มส่งม้าให้คนข้างๆ จากนั้นเดินตรงเข้ามาหาพวกนาง “คุณหนูสิบเอ็ด”
“หัวหน้าอวี๋” นางยอบกายให้เขา “ยังไม่ได้กล่าวขอบคุณท่านที่ช่วยส่งข้ากลับจวนวันนั้น”
“เรื่องเล็กน้อยหาต้องใส่ใจ ข้ามีเรื่องอยากถาม ไม่ทราบว่าคุณหนูสิบเอ็ดสะดวกหรือไม่”
เขาเพิ่งพูดจบก็มีรถม้ากำลังผ่านมา ชายหนุ่มขยับเดินเข้าไปยังข้างทาง ผายมือให้นางหลบรถม้าคันดังกล่าว ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เอาตัวขวางนางกับรถม้าคันนั้นราวกับกลัวว่านางจะถูกเฉี่ยว
ลั่วเฟิ่งหลันก้าวถอยหลังโดยมีเสี่ยวฮวาช่วยประคอง “หัวหน้าอวี๋เชิญถาม”
“ไม่ทราบว่าคุณหนูสิบเอ็ดเคยรู้จักกับประมุขเฉิงมาก่อนหรือ”
อ้อ...ที่แท้ก็เรื่องนี้ นางเหลือบมองเสี่ยวฮวา มั่นใจว่าเรื่องก่อนหน้านี้ของลั่วเฟิ่งหลันอีกฝ่ายไม่รู้แน่นอน “เคยรู้จักจริงๆ”
“อย่างไรหรือ”
“ข้า...สุขภาพอ่อนแอตั้งแต่ยังเด็ก มีครั้งหนึ่งเคยแอบหนีออกมาจากจวน ตอนนั้นเพราะไม่เคยไปไหนจึงหลงทาง ระหว่างนั้นได้ประมุขเฉิงช่วยส่งข้ากลับ ทำให้คนในจวนไม่ทันได้ล่วงรู้ว่าข้าหายตัวไป ดังนั้นข้าจึงไม่ถูกลงโทษ ได้ยินมาว่านางสิ้นใจทั้งที่อายุยังน้อยแถมไร้คนดูแลเรื่องงานศพ ข้ารู้สึกหดหู่ดังนั้น...” นางโกหกได้อย่างลื่นไหลจนน่าตกใจ
“อ้อ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
“แล้วท่านเล่าเจ้าคะ”
“ข้า? ทำไมหรือ”
“ก็...ข้ารู้ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ที่จะกล่าวถึงเรื่องนี้ ทว่าจะอย่างไรก็ต้องขอบคุณท่านเรื่องงานศพของประมุขเฉิง ทั้งๆ ที่คนในตระกูลของนางล้วนทอดทิ้งนาง ทว่าท่านกลับยังช่วยส่งนางอย่างถูกต้อง ขอบคุณท่านมากจริงๆ”
เขามองนางจากนั้นถอนหายใจ “คนมากมาย...” ชายหนุ่มเว้นช่วง “ล้วนสงสัย กังขา อยากรู้ว่าข้ากับนางมีความสัมพันธ์กันถึงขั้นไหน เจ้าเป็นคนแรกคุณหนูสิบเอ็ดที่กล่าวขอบคุณข้า”
นางยืนอึ้งไปครู่หนึ่งเพราะแม้แต่คนในจวนตระกูลลั่วเองก็ซุบซิบกันถึงเรื่องนี้ “แล้ว...ท่านเสียใจหรือไม่ที่ช่วยทำศพนาง”
เขาส่ายหน้า “ข้าไม่เคยเสียใจในภายหลังกับสิ่งที่ตัดสินใจทำ นางเคยมีบุญคุณกับข้าและมารดา ข้าเคยอยากตอบแทนนางมาตลอด ทว่าข้ากลับไม่เคยมีโอกาสจนถึงวันนี้ที่นางจากไป” กล่าวจบเขาก็ถอนหายใจจากนั้นมองนาง “ยังดีที่มีเจ้าซึ่งมองออกถึงความบริสุทธิ์ใจของข้า อย่างน้อยก็ยังมีสักคน”
“น้องสิบเอ็ด” เสียงทุ้มเรียกนางทำให้ทั้งสองไม่ได้สนทนากันต่อ ลั่วเฟิ่งหลันมองไปตามต้นเสียง ลั่วอวี่อวี้กำลังลงจากรถม้าเดินตรงเข้ามา “พวกเจ้า...รู้จักกัน?”
ชายหนุ่มผู้นี้ก็คือ...คุณชายรองตระกูลลั่ว ทายาทของใต้เท้าเจ้ากรมตุลาการ พี่ชายของลั่วเฟิ่งหลัน อาลักษณ์ลั่ว ลั่วอวี่อวี้
“พี่รอง” นางยอบกายให้อีกฝ่าย “ข้าออกมาเดินเล่นเจ้าค่ะ บังเอิญเดินเลี้ยวผิดทาง ได้หัวหน้าอวี๋ช่วยชี้ทางให้”
อวี๋เฟิงเยี่ยนประสานมือคารวะอีกฝ่าย “อาลักษณ์ลั่ว”
ลั่วอวี่อวี้พยักหน้าให้เขา ยังดีที่อวี๋เฟิงเยี่ยนหัวไวไม่ได้เปิดโปงคำโกหกของนาง ให้อย่างไรชายหนุ่มกับหญิงสาวที่ไม่ได้รู้จักคุ้นเคย กลับมายืนสนทนากันกลางถนน เรื่องเช่นนี้ไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่ง ดังนั้นเขาจึงเพียงทักทายสองพี่น้องและขอตัวจากไป
“ออกมาเดินเล่นหรือ” ลั่วอวี่อวี้ถาม
“เจ้าค่ะ”
เขาพยักหน้า “เช่นนั้นก็กลับพร้อมกันเถิดข้ากำลังจะกลับจวน”
“เจ้าค่ะ” นางไม่ได้ปฏิเสธ
จะว่าไปแล้วลั่วอวี่อวี้ก็คืออีกคนหนึ่งที่คนในจวนไม่มีใครกล้าล่วงเกิน เขาเป็นทายาทที่ใต้เท้าลั่วภูมิใจหนักหนา เป็นอนาคตทั้งหมดของคนตระกูลลั่ว ดังนั้นเขาพูดอะไรทุกคนล้วนไม่กล้าขัด ได้เขาคอยเอ็นดูสงสารแน่นอนลั่วเฟิ่งหลันย่อมโล่งอก
“นี่ให้เจ้า”