บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.2

ชั่วขณะที่สติเลือนรางไม่อาจแยกแยะความจริงหรือความฝัน หญิงสาวได้ยินสาวใช้ซุบซิบพูดคุยกันอย่างสนุกปาก ดังนั้นแม้จะนอนนิ่งบนเตียงนางก็ยังรับรู้ความเคลื่อนไหวด้านนอกอยู่ดี

“ได้ยินมาว่าคืนนั้นที่คุณหนูหายตัวไป แท้ที่จริงนางไปยังจวนตระกูลเฉิง”

“ที่นั่นมีงานศพนี่นา ประมุขเฉิงผู้นั้นได้ยินมาว่าตรากตรำทำงานจนล้มป่วยและสิ้นใจกะทันหัน”

“ใช่ๆ ข้าเองก็ได้ยินมาเช่นนั้น ผู้ที่ส่งตัวคุณหนูกลับจวนก็คือใต้เท้าอวี๋แห่งอวี้สื่อต้าฟู เขายังถามด้วยว่าคุณหนูรู้จักสนิทสนมกับคุณหนูหรือไม่ เหตุใดคุณหนูจึงไปที่นั่นกลางดึก”

“แต่ก็น่าแปลกนะ คุณหนูไปทำอะไรที่นั่นกลางดึก นางไม่เคยรู้จักกับประมุขเฉิงเสียหน่อย”

“อย่าว่าแต่รู้จักเลย นางไม่เคยออกไปจากจวนด้วยซ้ำ แล้วนางไปที่นั่นได้อย่างไร รู้เส้นทางไปถึงที่นั่นได้อย่างไร”

“นั่นสิข้าก็ตอบใต้เท้าอวี๋ไปเช่นนั้น”

“แล้วนี่...เจ้าได้ยินข่าวลือหรือไม่”

“ข่าวลืออะไรหรือ”

“ก็เรื่องประมุขเฉิงอย่างไรเล่า ได้ยินมาว่าตระกูลเฉิงคงจบสิ้นลงแล้ว ทั้งๆ ที่ประมุขเฉิงประคับประคองกิจการร้านค้ามาได้ด้วยดี พอนางสิ้นใจไม่เพียงไม่มีใครก้าวขึ้นมารับช่วง แต่พวกเขายังยื้อแย่งทรัพย์สินต่างๆ อย่างไร้ยางอาย แบ่งทรัพย์สินออกไปทั้งที่ศพของนางตั้งอยู่ในจวน แม้แต่จวนก็ยังมีคนแอบขายไปด้วยเงินก้อนโต ขนาดจะทำพิธีศพยังเป็นใต้เท้าอวี๋ที่เป็นคนจัดการ หาไม่เจ้าของจวนคนใหม่มีหรือจะยอมให้ตั้งศพครบเจ็ดวัน”

“จริงหรือ?! น่าสงสารนางยิ่ง ตอนมีชีวิตอยู่ได้ยินว่าเก่งกาจด้านการค้า ตระกูลเฉิงร่ำรวยมั่งคั่งได้ก็เพราะนาง”

“ยังมีอีกนะ ได้ยินมาว่าทันทีที่ศพของนางเคลื่อนออกไปพ้นจวน จวนตระกูลเฉิงก็มีการทำพิธีปัดเป่าครั้งใหญ่ ป้ายหน้าจวนที่ถูกฟ้าผ่าร่วงหล่นถูกนำไปเผา คนตระกูลเฉิงไม่มีใครเลยมาส่งประมุขเฉิงไปยังสุสาน”

“ทั้งไร้ยางอายและใจจืดใจดำยิ่งนัก ตอนนางอยู่ได้ยินมาว่าดูแลคนตระกูลเฉิงอย่างเท่าเทียม พอนางจากไปศพยังไม่ทันถูกฝังกลับไม่มีใครเหลียวแล”

“ข้าว่าข้าโชคดีแล้วที่เป็นสาวใช้ เกิดเป็นชนชั้นสูงหรือคหบดีล้วนต้องดิ้นรนแก่งแย่ง ร่ำรวยก็เป็นทุกข์ ยากจนก็ยิ่งทุกข์หนัก เป็นสาวใช้ทำหน้าที่ให้ดีต่อไปหากคุณหนูเมตตาเช่นที่ผ่านมา บางทีข้าอาจไม่พบจุดจบน่าเศร้าเช่นประมุขเฉิง”

“นั่นสินะ”

ตระกูลเฉิงคงจบสิ้นลงแล้ว... นางสิ้นใจ... คนตระกูลเฉิงยื้อแย่งทรัพย์สินอย่างไร้ยางอายทั้งที่ศพของนางตั้งอยู่ในจวน

นางอยากลืมตาขึ้นมา แต่เมื่อได้ยินดังนั้นก็ตัดสินใจไม่ดิ้นรน ปล่อยให้ตัวเองจมจ่อมลงไปกับความง่วงงุน ร่างกายอ่อนแรงนี้ทำให้นางฝืนต่อไปไม่ไหว กว่าจะรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งก็ได้ยินมาว่าศพของเฉิงหลันซูถูกฝังไปแล้ว...

สายฝนยังคงโปรยปรายท่ามกลางอากาศเย็นสบายของหน้าฝน ในเรือนหลังจวนใต้เท้าลั่วเจ้ากรมตุลาการ ลั่วเฟิ่งหลันยังคงนั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกสวนด้วยสายตาสิ้นหวัง สาวใช้ไม่กล้าเข้าใกล้นาง ไม่กล้าเอ่ยถาม ต่างคนต่างยืนห่างออกไปลอบมองตากันไปมา

นับตั้งแต่ล้มป่วยเมื่อเดือนก่อนคุณหนูสิบเอ็ดลั่วเฟิ่งหลันก็กลายเป็นคนเงียบขรึมไม่พูดจา นางเอาแต่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่หากเปิดปากก็จะเอาแต่ถามถึงความเป็นไปของคนตระกูลเฉิง

กล่าวถึงคนตระกูลเฉิงทุกคนล้วนถอนหายใจ ทรัพย์สินมากมายถูกยื้อแย่งจนแทบไม่เหลือ ร้านรวงมากมายบ้างถูกขายบ้างถูกโกง ตอนนี้คนตระกูลเฉิงที่ได้มากหน่อยก็ใช้เงินมือเติบ ผลาญสิ่งที่ได้มาหน้าตาเฉยโดยไม่รู้สึกผิด ที่ได้น้อยหน่อยก็หลบเร้นหนีหาย ต่างคนต่างแยกย้ายออกไปจากเมืองลั่วหยางแม้แต่เงาก็ไม่มีใครเห็น
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel