บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 : อาการหวงก้างและติวเตอร์จำเป็น

บทที่ 4 : อาการหวงก้างและติวเตอร์จำเป็น

เช้าวันอังคาร ณ ห้อง ม.5/2

บรรยากาศยามเช้าที่สดใสไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ขุ่นมัวของ "ศรัณย์" ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

รันนั่งเท้าคางมองกระดานดำด้วยแววตาว่างเปล่า มือหมุนปากกาเล่น แต่ในหัวกลับฉายภาพเมื่อเย็นวานซ้ำไปซ้ำมา... ภาพที่ "คิง" เดินตาม "ดาว" (ดาวโรงเรียนคนสวย) ออกไปแบบว่าง่าย ทั้งที่ปกติหมอนั่นไม่เคยยอมลงให้ใคร

"ก็แค่ลูกจ้าง... จะไปกับใครก็เรื่องของเขาสิวะ" รันพยายามบอกตัวเองแบบนั้น แต่ลึกๆ ความรู้สึกน้อยใจมันตีตื้นขึ้นมา อุตส่าห์ซื้อหมูปิ้งให้กิน อุตส่าห์ช่วยจากพวกช่างกล... พอสาวมาเรียกนิดหน่อย ก็กระดิกหางตามไปเลยนะไอ้หมาบ้า!

ครืด...

เสียงลากเก้าอี้ดังขึ้นข้างตัว รันไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นสบู่นกแก้ว (กลิ่นยอดฮิตประจำบ้านคนไทย) ลอยมาแตะจมูก

คิงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางง่วงซึมเหมือนเดิม เขาเหลือบมองรันนิดหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมาสะกิดแขน "เฮ้ย... มีการบ้านเลขเปล่า? ขอลอกหน่อยดิ"

รันปัดมือคิงออกทันควัน เสียงแข็งโดยไม่รู้ตัว "ไม่มี" "ไม่มีไรวะ เด็กเรียนอย่างมึงเนี่ยนะไม่ทำการบ้าน?" "ก็ลืมทำ มีปัญหาป่ะ?" รันหันไปจ้องหน้าคิงตาขวาง "แล้วก็อย่ามาสะกิด เสื้อยับหมด"

คิงขมวดคิ้วยุ่ง มองหน้าเพื่อนร่วมห้องที่วันนี้ดู "เหวี่ยง" ผิดปกติ "เป็นห่าไรเนี่ย? เมนส์ไม่มาเหรอ?" (คำด่ายอดฮิตของเด็กผู้ชายยุค 90 เวลาเพื่อนหงุดหงิด) "เออ! ไม่มา!" รันประชด "ไปขอลอก 'ดาว' นู่นไป รายนั้นเขาเรียนเก่งนิ คงสอนนายได้ทุกเรื่องแหละ"

คิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะร้อง อ๋อ ในลำคอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก "อ๋อ... ที่หน้างอเป็นตูดนี่เพราะเรื่องดาวเมื่อวาน?"

"ใครหน้างอ! อย่ามามั่ว!" รันรีบแก้ตัว แต่น้ำเสียงตะกุกตะกักนั่นมันฟ้องชัดเจน คิงหัวเราะในลำคอ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายใจ

"ดาวมันมาขอให้กูไปช่วยถือป้ายงานกีฬาสี" คิงพูดลอยๆ ขึ้นมา รันหูผึ่ง แต่ยังแสร้งทำเป็นหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน "แล้วไง? นายก็คงรีบตอบตกลงเลยล่ะสิ ได้เดินคู่ดาวโรงเรียนนี่"

"กูปฏิเสธไปแล้ว"

"ห๊ะ?" รันเผลอหันขวับ "ทำไมอะ?"

คิงยักไหล่ "ขี้เกียจ ร้อน รำคาญ... อีกอย่าง กูรับงานเป็นบอดี้การ์ดให้มึงแล้ว ถ้ากูไปเดินขบวนพาเหรด แล้วใครจะเฝ้าร้านให้มึงวะ? เดี๋ยวพวกเด็กช่างมันมาพังร้านทำไง"

คำตอบของคิงเหมือนน้ำเย็นราดลงบนกองไฟในใจรัน ความหงุดหงิดหายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความรู้สึกพองโตแปลกๆ หมอนี่... มันเห็นหน้าที่สำคัญกว่าสาวเหรอเนี่ย? (หรือจริงๆ แค่ขี้เกียจก็ไม่รู้ แต่รันขอเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน)

"เออ... ก็... ก็ดี" รันพยายามกลั้นยิ้ม "มีความรับผิดชอบดีนี่ สมกับค่าจ้าง" เขายอมหยิบสมุดการบ้านคณิตศาสตร์ออกจากกระเป๋า แล้วโยนลงบนโต๊ะคิง "อะ เอาไปลอกซะ เขียนให้ลายมือต่างกันหน่อยล่ะ เดี๋ยวอาจารย์จับได้"

"ขอบใจมาก 'เจ้านาย'" คิงรับสมุดไปยิ้มๆ สายตาที่มองรันดูอ่อนลงกว่าเมื่อวานนิดหน่อย

คาบเรียนที่ 3 : วิชาภาษาอังกฤษ

ความสงบสุขอยู่ได้ไม่นาน เมื่อ "อาจารย์สมศรี" (สมมติชื่อครูสุดโหด) เดินถือไม้เรียวเข้ามาในห้อง พร้อมประกาศข่าวร้าย "วันนี้ครูจะสอบเก็บคะแนนย่อย ใครได้ไม่ถึงครึ่ง... โดนตีตามจำนวนคะแนนที่ขาด!"

เสียงโอดครวญดังระงมทั้งห้อง โดยเฉพาะคิงที่หน้าซีดเผือด ภาษาอังกฤษกับคิงคือของแสลง เขาอ่าน A B C ออกก็บุญโขแล้ว ให้มาสอบ Grammar ยุคนี้ที่เน้นท่องจำ ตายสถานเดียว

ตลอดการสอบ รันทำข้อสอบเสร็จภายใน 15 นาที (ชิลมากสำหรับคนที่เคยดีลกับเอกสารภาษาอังกฤษในวัยทำงาน) เขานั่งมองคิงที่กำลังกัดปากกาแทบหัก เหงื่อแตกพลั่ก กามั่วไปหมดทุกข้อ

สภาพนี้... ไม่รอดแน่

หลังหมดเวลา อาจารย์สมศรีตรวจข้อสอบเดี๋ยวนั้นเลย (ครูยุคเก่าตรวจไวมาก) "ศรัณย์... 20 เต็ม 20 เก่งมากลูก" เพื่อนๆ ปรบมือเกรียวกราว รันยิ้มรับบางๆ "คณิน..." อาจารย์เสียงเข้มขึ้น "ได้ 2 คะแนน... ออกมายืนหน้าห้อง!"

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เสียงไม้เรียวกระทบก้นลายสก๊อตดังสนั่นห้อง คิงยืนกอดอกกัดฟันแน่นไม่ร้องสักแอะ แต่หน้าแดงก่ำด้วยความอายและความเจ็บ รันมองภาพนั้นด้วยความสงสารระคนหงุดหงิด ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ อนาคตหมอนี่ก็วนลูบเดิม เรียนไม่จบ โดนไล่ออก แล้วก็ไปจบชีวิตข้างถนน

เย็นวันนั้น ระหว่างเดินกลับบ้าน (คิงเดินมาส่งรันที่ป้ายรถเมล์ตามหน้าที่) "เจ็บไหม?" รันถามทำลายความเงียบ "มดกัด" คิงตอบห้วนๆ เดินขากะเผลกนิดๆ "ถามทำไม จะสมน้ำหน้าเหรอ?"

"เปล่า..." รันหยุดเดิน หันไปประจันหน้ากับคิง "คิง... นายอยากเรียนจบไหม?"

"ถามโง่ๆ ใครไม่อยากจบวะ แต่สมองกูมันไม่รับ จะให้ทำไง" คิงบ่นอย่างหัวเสีย "กูมันไม่ใช่หัวกะทิแบบมึงนี่ เกิดมาก็ฉลาดเลย"

"ฉันไม่ได้เกิดมาฉลาด ฉันแค่รู้เทคนิค" รันพูดเสียงจริงจัง "เอาเงี้ย... ฉันจะติวให้นายเอง"

"ไม่เอา" คิงปฏิเสธทันที "กูเกลียดหนังสือ เห็นตัวหนังสือแล้วจะอ้วก"

"ถ้านายไม่เรียน นายจะสอบตก ถ้านายสอบตกซ้ำซาก นายจะโดนไล่ออก..." รันขยับเข้าไปใกล้ จ้องตาคิงเขม็ง "แล้วถ้านายโดนไล่ออก... นายก็จะไม่ได้มาเป็นบอดี้การ์ดให้ฉัน นายจะไม่ได้เงิน 500 บาทต่ออาทิตย์... นายจะยอมทิ้งเงินง่ายๆ เหรอ?"

คำว่า "เงิน" สะกิดต่อมความสนใจของคิงเข้าอย่างจัง ช่วงนี้ที่บ้านเขามีปัญหา พ่อแม่ทะเลาะกันจนลืมให้เงินลูกบ่อยๆ เงินค่าจ้างจากรันคือท่อน้ำเลี้ยงเดียวของเขาตอนนี้

"แล้ว... จะให้กูทำไง" คิงถามเสียงอ่อย "เสาร์-อาทิตย์นี้ ไปบ้านฉัน... ไม่สิ" รันนึกขึ้นได้ บ้านเขามีแม่จินอยู่ เดี๋ยวจะวุ่นวาย "ไปติวที่บ้านนาย"

"บ้านกู!?" คิงตาโต "ไม่ได้! บ้านกู..." "ทำไม? มีความลับอะไร? ซ่อนศพไว้เหรอ?" "ไม่ใช่โว้ย! บ้านกูมัน... มันไม่น่าอยู่หรอก พ่อกูกลับมาอาจจะอาละวาดแม่เลี้ยง..."

"ฉันไม่สนพ่อแม่นาย ฉันสนแค่นายต้องสอบผ่าน" รันยื่นคำขาด "เลือกเอา จะติว หรือจะให้ฉันไล่ออกแล้วหาบอดี้การ์ดคนใหม่... ไอ้ยักษ์ห้อง 5 ก็ดูอยากได้เงินฉันอยู่นะ"

คิงกัดฟันกรอด ไอ้แว่นนี่... มันร้ายกว่าที่คิด มันรู้จุดอ่อนกูหมดเลย! สุดท้าย คิงก็ถอนหายใจยาวเหยียด ไหล่ตกลงอย่างยอมจำนน

"เออ! ก็ได้! เสาร์นี้มึงมาบ้านกู... แต่ถ้ามึงเจออะไรแปลกๆ ห้ามปากโป้งนะเว้ย"

"ดีล!" รันยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เสร็จโจร... การบุกถ้ำเสือ เริ่มต้นขึ้นแล้ว

รันมองแผ่นหลังของคิงที่เดินกะเผลกจากไป เขารู้ดีว่าภารกิจนี้ยากกว่าการขายของ การติวหนังสือให้เด็กเกเรไม่ยากเท่าไหร่... แต่การเข้าไปในโลกส่วนตัวของคณิน อัศวเดชา และรักษาแผลใจให้เขา นั่นต่างหากคือ "ข้อสอบที่ยากที่สุด" ของศรัณย์

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel