บท
ตั้งค่า

บทที่ 5

ซานเหอถอนหายใจ “เห็นๆ อยู่ว่านางมีเรื่องในใจมากมาย ทว่าข้าเดาไม่ออกเลยว่านางกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่”

“กลัวนางหนีหรือ”

ซานเหอพยักหน้าจากนั้นส่ายหน้า “ข้าว่าหลายวันก่อนนางคิดเรื่องหลบหนี แต่ตอนนี้...”

“ข้าเองก็คิดเช่นเจ้า นางตระหนักดีว่าหนีเราไม่พ้น แต่นางมีความคิดทีจะหนีจริงๆ พรุ่งนี้ก็จะถึงเมืองหลวงแล้ว ขอเพียงนางไม่หนีก็นับว่าเราทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายลุล่วง เรื่องหลังจากนั้น...ให้เป็นหน้าที่ท่านอัครมหาเสนาบดีเถิด”

“อืม ข้าก็หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไร หวังว่านางจะไม่ทำอะไรโง่งม”

เจี่ยนเหยาไม่ได้โง่...แน่นอน

เหตุผลประการแรก...ใบหน้างามล่มเมืองนี้ หนีให้ตายก็ดึงดูดอันตรายเข้าหาตัวอยู่ดี!!

ประการที่สองนอกจากไม่ได้รู้เรื่องราวของแคว้นนี้อย่างถ่องแท้แล้ว นางยังพาโทษตายติดตัวไปเพราะขัดราชโองการอีกด้วย!

ยังไม่รวมกลุ่มคนที่มาคุ้มกันนางเป็นยอดฝีมือ เสียงฝีเท้าน้อยนิดคนทั้งสามก็รู้ตัวก่อนล่วงหน้าถึงสามลี้ หนียังไงก็โดนตามจับกลับมาอยู่ดี เสียเวลาแถมเหนื่อยเปล่า...

ประตูเมืองตั้งตระหง่าน ความรุ่งเรืองซึ่งมองเห็นในทันทีที่ผ่านเข้าเขตเมืองเสียนหยาง ผู้คน ท้องถนน บ้านเรือน การค้าขาย ทั้งหมดนั้นล้วนเต็มไปด้วยความงดงามคึกคัก

หญิงสาวขี่ม้าตามคนคุ้มกันเข้าเมืองเงียบๆ ในฐานะคนของจวนอัครมหาเสนาบดี ด้วยคนคุ้มกันของนางสามคนล้วนเป็นคนคุ้นเคยของทหารยามเฝ้าประตู

ดูเหมือนไม่มีใครรู้ว่าคนทั้งสามออกจากเมืองหลวงไปเพื่อเรื่องใด ดังนั้นทหารยามจึงมองนางผ่านๆ จากนั้นก็ไม่ได้ให้ความสนใจ

“ในเมื่อมาถึงก่อนกำหนด ขบวนรถม้าหรือก็คงมาถึงอีกสองสามวันให้หลัง มิสู้พวกท่านพาข้าเที่ยวชมเมืองหลวงให้ทั่ว...” นางยังพูดไม่จบซานเหอก็ไสม้าดันม้าของนางเข้าข้างทาง รถม้าหรูหราคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้าประตูเมือง ป้ายห้อยประดับพู่แกะสลักบนรถม้าชัดเจนด้วยอักษร ‘เซี่ย’

“นั่นบิดาท่าน ใต้เท้าราชเลขาแห่งราชสำนัก เซี่ยอวี่”

หญิงสาวมองรถม้าหรูหราที่เพิ่งแล่นผ่าน ในดวงตาไร้ซึ่งระลอกคลื่น ไร้ความรู้สึก ไม่มีความเกลียดชัง ไม่มีความรู้สึกผูกผันหรืออยากเรียกร้องสิ่งใด เรียกได้ว่านางกำลังมองคนที่นางไม่รู้จัก

ซานเหม่ยลอบสบตากับศิษย์พี่ทั้งสาม “ก็ถูกต้องแล้ว นางมองคนที่นางไม่รู้จัก...” หญิงสาวพึมพำจากนั้นเลิกคิ้วมองเซี่ยเจี่ยนเหยาลงจากหลังม้า

“ท่านทั้งสามไม่หิวหรือ ข้าหิวแล้ว พวกเรากินบะหมี่กันดีกว่า”

ซานสิงได้แต่หลุดหัวเราะ “เอาละกินบะหมี่ก่อนก็แล้วกัน จากนั้นค่อยพานางไปที่จวนอัครมหาเสนาบดี พวกเราเดินทางมาถึงก่อนกำหนดเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ ให้นางวิ่งไปวิ่งมาในเมืองหลวงตอนนี้ไม่ได้ ที่ที่เหมาะที่สุดก็คือจวนท่านอัครมหาเสนาบดี”

แม้แต่ที่พักก็จัดเตรียมเอาไว้แล้วเป็นอย่างดี เสื้อผ้า อาหาร ของว่าง ชาก็ยังเป็นชาชั้นดี เซี่ยเจี่ยนเหยาได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดีในจวนอัครมหาเสนาบดี ทว่าตั้งแต่มาถึงเมืองหลวงกระทั่งถูกพาเข้าจวน หญิงสาวก็ยังไม่มีโอกาสได้พบอัครมหาเสนาบดีคนดังกล่าว

ฟังว่า ‘สวินหยาง’ เป็นอัจฉริยะที่อายุยังน้อย ทั้งยังเป็นสหายที่เติบโตเล่าเรียนมาพร้อมกับฮ่องเต้ อายุเพียงยี่สิบห้าก็สอบจอหงวนได้ด้วยคะแนนสูงลิ่ว อายุยี่สิบแปดก็ได้รับเลือกให้เป็นอัครมหาเสนาบดีของแคว้น แม้ตอนแต่งตั้งเกิดความขัดแย้งรุนแรง ด้วยมีขุนนางมากมายคัดค้านว่าเขาไม่เหมาะสม ทว่ามีผู้ใดสามารถเอาชนะชายผู้นี้ได้เล่า ทั้งฝีปาก ทั้งความเก่งกาจเจ้าเล่ห์ ในราชสำนักแคว้นต้าเหลียงนี้ได้ยินมาว่าไม่มีใครทะเลาะกับเขาแล้วเอาชนะได้สักคน
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel