บทที่ 4
สามปีแล้ว...หลังจากป่วยจนเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน ทว่าลืมตาอีกครั้งก็พบว่าตัวเองอยู่ในร่างของเซี่ยเจี่ยนเหยา หญิงสาวที่มีชะตาอาภัพทั้งยังร่างกายอ่อนแอปวกเปียก ตอนรู้ว่าร่างนี้แขวนคอตัวเองกับขื่อ เจี่ยนเหยาดิ้นรนจนร่วงตกลงมาพร้อมเสียงสบถหยาบคาย
โชคดีที่สตรีนางนี้โง่งมจนผูกปมผ้าไม่ใช่ใช้บ่วงรัด ไม่เช่นนั้นดิ้นให้ตายก็ไม่มีทางหลุดและไม่มีทางร่วง!!
โลกแห่งอดีต ให้อย่างไรก็โหดร้ายไม่ต่างจากโลกปัจจุบัน ผู้คนแก่งแย่งดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่แม่ชีในอาราม
เจี่ยนเหยามองว่าตัวเองโชคดี ไท่เฟยจากไปแล้วทว่าด้วยฐานะของอีกฝ่ายทำให้คนในอารามยังคงดูแลหญิงสาวเป็นอย่างดี แม้ไม่นับว่าสะดวกสบายแต่ก็ไม่อดตายในโลกที่ไม่คุ้นเคยนี้
หลังจากรั้งอยู่ต่อเพื่อวางแผนชีวิตต่อไป รวบรวมเรื่องราวที่เกี่ยวกับเจ้าของร่าง กระทั่งพบความซับซ้อนของชาติกำเนิด เจี่ยนเหยาเลือกที่จะรั้งอยู่ต่อที่อาราม ใช้ข้ออ้างการไว้ทุกข์เพื่อให้มั่นใจว่าเซี่ยเจี่ยนเหยาวันนี้กับวันวานไม่มีใครสังเกตเห็นถึงความแตกต่าง
สามปี...จะว่านานก็นาน จะว่าช้าก็ช้า การเรียนรู้ทำให้หญิงสาวเข้าใจในหลายๆ เรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือเกิดเป็นสตรีในยุคโบราณนี้หาใช่เรื่องง่ายเช่นในยุคปัจจุบัน
อย่าว่าแต่เรื่องอิสระเสรีเลย จะดูแลตัวเองให้มีชีวิตรอดท่ามกลางความวุ่นวาย อันตราย รวมไปถึงในโลกที่บุรุษเป็นใหญ่แห่งนี้ สตรีไม่มีทางมีปากมีเสียง ไม่อาจตัดสินใจอะไรได้ด้วยตัวเองทั้งสิ้น!!
ราชโองการก็เหมือนประกาศิต... ต่อให้ไม่อยากกลับเมืองหลวง ทว่าเจี่ยนเหยาก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว วางแผนหลบหนีเสียดิบดี นึกไม่ถึงว่าอัครมหาเสนาบดีอะไรนั่นจะส่งคนมาควบคุมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ น่าโมโห!!
‘ท่านหญิงอะไรกัน เสี้ยนจู่อะไรกัน สวรรค์! เกิดใหม่ทั้งทีเพราะเหตุใดข้าผู้นี้ต้องเป็นถึงท่านหญิงนะ!! หมดกันอิสระ หมดกัน...อดท่องยุทธภพ!!’
กินไปก็อดที่จะก่นด่าสวรรค์ไม่ได้ ดังนั้นสีหน้าจึงไม่น่าดูนัก ตอนหันไปมองด้านข้างเป็นอันต้องสะดุ้ง เมื่อสบตากับซานเหม่ยเข้า
“ไม่อร่อยหรือเจ้าคะ” อีกฝ่ายถาม
“เปล่าหรอกแค่คิดถึงเรื่องที่ต้องเข้าเมืองหลวงน่ะ”
“เมืองหลวง...ก็ไม่ได้เลวร้าย”
“ก็อาจจะจริง” นางถอนหายใจ “แต่ก็ใช่ว่าจะดี” หญิงสาวได้แต่ยิ้มขื่น “ข้าหวังว่าจะดีมากกว่า”
นอกจากซานเหม่ยแล้ว ซานสิง ซานเหอ ที่เป็นคนคุ้มกันอีกสองคนซึ่งเป็นบุรุษ เจี่ยนเหยาแทบไม่ได้ยินเสียงของพวกเขา นอกจากพวกเขาจะสนทนากันเอง นางชวนคุยแทบตาย ที่ได้กลับมาก็คือใบหน้าเรียบเฉยไร้ปฏิกิริยา
เหมือนหุ่นยนต์ไม่มีผิด!!
ซานสิงกำลังก่อกองไฟขณะที่ซานเหอกำลังมองซานเหม่ยพาเซี่ยเจี่ยนเหยาไปล้างหน้าล้างตาที่ลำธาร เขาขมวดคิ้วจ้องมองหญิงสาวชุดสีเทาเข้ม
“อะไรหรือ” ซายสิงเอ่ยถาม
“เจ้าไม่สงสัยหรือ”
“สงสัยเรื่องใด”
“เรื่องของนาง”
“เจ้าสงสัยอะไรเล่า”
“นางไม่เหมือนกับที่คนของเรารายงานท่านอัครมหาเสนาบดี ไม่มีสิ่งใดใกล้เคียงเลย ฟังว่าคุณหนูเซี่ย เซี่ยเจี่ยนเหยา ร่างกายอ่อนแอปวกเปียกทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ทั้งขี้ขลาด ขี้กลัว ที่เก่งหน่อยก็คือการร้องไห้ให้คนสงสาร ที่ไม่เป็นเลยก็คือเรื่องที่ผู้อื่นล้วนทำได้ แต่นาง...”
ซานสิงมองตามสายตาของอีกฝ่าย เขาพยักหน้า “ทั้งขี่ม้าเป็น ทั้งกินง่าย อยู่ง่าย ไม่บ่น ไม่วางอำนาจ ไม่แสดงออกสักนิดว่าคิดอะไร เดาไม่ออกว่านางกำลังกังวล คาดหวัง หรือว่ากำลังหวาดกลัว”