บทที่ 2
“เรื่องนั้นที่ทำให้ข้าสุดจะทน!! ในขณะที่บุตรสาวของข้าเป็นเพียงบุตรสาวของราชเลขา ทว่าเพราะเหตุใดบุตรสาวของนางจึงได้เป็นถึงท่านหญิง!!”
เซี่ยอวี่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ “เรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ต้องโทษที่ข้า...ตั้งแต่แรกก็เลือกผิดข้าง”
ในปีนั้นเขารับราชโองการแต่งอวิ๋นจื่อเหนียงเป็นฮูหยิน ทั้งที่เดิมทีก็มีคนรักอยู่ก่อนแล้ว เขาจำใจรับราชโองการพร้อมๆ กับแต่งคนรักมาเป็นอนุ ราชสำนักแบ่งฝ่ายเพื่อคานอำนาจทุกฝ่ายล้วนต้องเลือกที่จะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อความอยู่รอด
เขาเลือกผิดดังนั้นจึงบังคับหย่าขาดจากฮูหยินเอก กระทั่งบัลลังก์พลิกผันคนที่เขาเลือกพ่ายแพ้มิได้ครองอำนาจ แม้ตระกูลเซี่ยรอดมาได้ แต่ก็สูญเสียอำนาจไปมากมาย ไร้ซึ่งอิทธิพลดังเช่นในวันวาน
นึกไม่ถึงต่อมากลับมีข่าวว่าอดีตฮูหยินของเขามีบุตรสาวคนหนึ่ง อีกทั้งยังไม่มีใครยืนยันว่านางตั้งครรภ์กับผู้อื่น ข่าวลือมากมายตามมาพร้อมกับเสียงก่นด่า ด้วยหากจะนับจากอายุของเด็กคนนั้น ก็เป็นช่วงที่เขาหย่าขาดจากอดีตฮูหยินพอดี
ขณะที่บ้านเมืองกำลังระส่ำระสาย นึกไม่ถึงบุตรสาวของเขาผู้นั้นจับพลัดจับผลูช่วยชีวิตหนานเหวินหวางเอาไว้ กระทั่งอีกฝ่ายรับนางเป็นบุตรสาวบุญธรรม นำมาซึ่งตำแหน่งท่านหญิงในวันนี้
อันที่จริงมันควรเกิดขึ้นเมื่อสามปีที่แล้ว หยางไท่เฟยผู้ซึ่งเป็นผู้พระราชทานสมรสให้เขาผู้นั้นเพิ่งสิ้นใจ หาไม่ราชโองการฉบับนั้นคงมาถึงตั้งแต่ตอนนั้น ได้ยินมาว่าเป็นความประสงค์ของบุตรสาวของเขาเองที่อยากไว้ทุกข์
เพราะไม่เคยยอมรับว่านั่นเป็นบุตรสาวของเขา ดังนั้นเซี่ยอวี่จึงไม่เคยใส่ใจไม่เคยสอบถาม ไม่เคยตามสืบถึงความเป็นไปของอีกฝ่าย
หลังบังคับหย่าขาดจากอดีตฮูหยิน เขาได้ยินเพียงอีกฝ่ายติดตามหยางไท่เฟยออกจากเมืองหลวงเพื่อบวชชี โชคดีของอีกฝ่าย โชคร้ายของเขา หยางไท่เฟยพระองค์นั้นดันเป็นมารดาแท้ๆ ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน!!!
ในห้องทรงพระอักษรฮ่องเต้กำลังครุ่นคิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขามองสหายของตนด้วยความโกรธกรุ่น “เราเคยบอกแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก”
บุรุษวัยไม่เกินสามสิบ สวมชุดขุนนางสีม่วง จ้องมองกระดานหมาก สีชุดของเขามีหนึ่งเดียวในราชสำนัก ทั้งยังบอกถึงตำแหน่งที่อยู่ใต้คนเพียงคนหนึ่ง ทว่าอยู่เหนือคนทั้งแคว้น
อัครมหาเสนาบดี...สวินหยาง
“เราไม่สบายใจเลยที่ดึงนางเข้ามาเป็นหมากในกระดาน ทั้งที่นางทำหน้าที่แทนเราทุกอย่าง นางไว้ทุกข์ให้ไท่เฟยแทนเรา ดูแลมารดาผู้ให้กำเนิดแทนเรา แต่เรากลับ...”
“นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะหยุดความวุ่นวายพ่ะย่ะค่ะ ทรงเป็นผู้ที่ยึดถือบุญคุณความแค้นมาก่อนสิ่งใด ทั้งมารดาของท่านหญิง ทั้งท่านหญิงเองล้วนเคยช่วยชีวิตหนานเหวินหวาง หากไม่ทำเช่นนี้ก็ไม่มีทางหยุดขุนนางพวกนั้น หรือหยุดคนที่กำลังพยายามก่อคลื่นใต้น้ำทำให้ราชสำนักวุ่นวาย”
“แต่เราก็ยังเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ยุติธรรมต่อนาง”
“ดังนั้นกระหม่อมจึงเสนอให้นางสามารถเลือกคู่ครองเอง หาไม่ตระกูลเซี่ยอาจฉวยโอกาส”
“แต่เจ้าก็ยังส่งนางไปอยู่ใกล้คนพวกนั้น ใต้เท้าเซี่ยเป็นคนไร้ยางอาย!”
“หาไม่จะเป็นที่ครหาในภายหลังพ่ะย่ะค่ะ เราใช้ข้ออ้างเรื่องที่นางเป็นบุตรสาวของใต้เท้าเซี่ยดึงนางกลับมาอยู่ในเมืองหลวง ทั้งนี้ก็เพราะ...”
“ให้นางเป็นตัวประกัน เรารู้แล้วอย่าย้ำมาก และเพราะเป็นเช่นนั้นเราจึงรู้สึกผิดต่อนาง”
หนานเหวินหวางให้ความสำคัญต่อเซี่ยเจี่ยนเหยา เมืองหลวงหาข้ออ้างดึงหญิงสาวกลับมา โดยอาศัยข้ออ้างที่ว่าเซี่ยอวี่รับนางกลับเข้าตระกูล