บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.6

นางมองเขาจากนั้นส่ายหน้า “ข้าไม่ได้เสียใจ เพียงกำลังสังหรณ์ใจว่าชีวิตของสตรีชนชั้นสูงของแคว้นต้าฉี อาจไม่แตกต่างจากที่ข้าได้ยินมา”

“แล้วคุณหนู... ท่านได้ยินเรื่องใดมาบ้างเล่า”

“มากมายทีเดียว” นางถอนหายใจ หากกล่าวถึงอดีตเยียนหมิงรุ่ยไม่เก่งเรื่องออกงาน ขี้ขลาด ขี้อาย สนทนาไม่เก่ง หากกล่าวถึงยุคปัจจุบันประวัติศาสตร์บันทึกเอาไว้ชัดเจน ชีวิตของสตรีในเรือนหลังล้วนแล้วแต่น่าเศร้า หากไม่ถูกใช้เป็นบันไดสู่อำนาจ ก็มักถูกใช้เป็นหมากในกระดานการเมือง ไม่มีสิทธิ์พูด ไม่เคยได้ตัดสินใจ ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องสิ่งใดเพื่อตัวเอง ยิ่งฐานะสูงส่งก็ยิ่งพ่วงมากับสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ สิ่งที่ต้องระวัง แต่ละก้าวที่เดิน แต่ละเรื่องที่ต้องตัดสินใจ

นาง...อาจอยู่อย่างสงบสุขในเป่ยโจว ปล่อยให้ชื่อเสียงฉาวโฉ่นั้นกลายเป็นเรื่องของคนอื่น ทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนถูกกระทำนางยอมรับไม่ได้ ในใจคิดว่าอย่างไรก็ต้องสะสาง!!!

การเดินทางอันยาวนานทว่าก็ไม่ได้เร่งรีบ ตลอดทางรวบรวมข่าวสาร สะสมเสบียง วางแผน รวมไปถึงสืบข่าวจากทั่วสารทิศ ทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง เมืองอื่น กระทั่งเรื่องที่ชายแดนนางกับเฉียนหยางก็ยังรับรู้

เฉียนหยางมองจดหมายในมือของนาง งุนงงว่านางได้มันมาอย่างไร ใครส่งมา และข่าวสารนั้นแม่นยำเพียงใด หญิงสาวยิ้ม “ข้ามีท่านปู่เป็นถึงจ้าวยุทธ์ท่านมิใช่รู้อยู่แล้วหรอกหรือ”

เขาเลิกคิ้ว “แต่ว่าท่านโหว...”

“ท่านปู่ตัดขาดกับท่านพ่อไม่ได้ตัดขาดกับข้า”

เฉียนหยางมีท่าทางคิดไม่ถึงฉายชัดบนใบหน้า หญิงสาวหัวเราะ เมื่อรถม้าเดินทางมาจนถึงเมืองสวินเหอ จุดเชื่อมต่อถนนสายหลักทางแยกจากฝั่งตะวันออกกับแดนเหนือ ข่าวการสิ้นพระชนม์ของรัชทายาท ทำให้แคว้นต้าฉีกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าช่วงก่อนพายุโหมกระหน่ำ มีการคาดเดาว่าองค์ชายพระองค์ใดจะได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นรัชทายาท และมีการกล่าวถึงการสิ้นพระชนม์อันมีเงื่อนงำของรัชทายาทพระองค์ก่อน การแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจ อีกทั้งยังมีการกล่าวถึงการลอบสังหารเหล่าองค์ชายที่พยายามกลับเข้าเมืองหลวง

เยียนหมิงรุ่ยลอบสบตากับเฉียนหยาง เขาพยักหน้าจากนั้นเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางให้มากขึ้น บรรยากาศของการเดินทางตึงเครียดขึ้น เหล่ามือปราบเป่ยโจวมีท่าทีระแวดระวังจนนางสังเกตเห็น เป็นสัญญาณว่ารถม้าของทั้งสองถูกจับตามอง นางส่งเสียงบอกให้หยุดพัก จงใจลงจากรถม้าเพื่อยืดเส้นยืดสาย เผยตัวให้ผู้ใดก็ตามที่ติดตามมาสังเกตเห็น

เยียนหมิงรุ่ยแม้แต่งกายด้วยชุดของบุรุษ ทว่านางกลับไม่ได้พยายามปิดบังว่าตนเป็นสตรี หญิงสาวเกล้าผมรวบมัดสูง เรียวคิ้ววางบางๆ ริมฝีปากอิ่มแดงเรื่อ ใบหน้างดงาม ผิวพรรณนวลเนียน ที่สำคัญข้างกายยังมีเสี่ยวเหมยคอยรับใช้ใกล้ชิด ขณะนั่งรอมือปราบก่อไฟตอนนั้นเองที่มีขบวนนักเดินทางผ่านมาอีกทั้งยังขอร่วมพักแรมไม่ไกลกันนั้น

“ไม่ทราบพวกท่านเองก็กำลังเดินทางเข้าเมืองหลวงหรือ” อีกฝ่ายเดินเข้ามาสอบถาม ทั้งยังมอบเนื้อกวางที่ย่างสุกแล้วให้อย่างใจกว้าง

“ถูกแล้ว” เฉียนหยางเป็นฝ่ายตอบคำถามนั้น เขาแลกเนื้อกวางย่างกับแผ่นแป้งจำนวนหนึ่ง “ข้าเป็นมือปราบของเมืองเป่ยโจว ข้ากับคนของข้ากำลังคุ้มกันคุณหนูใหญ่ท่านนี้กลับจวน พวกท่านเล่า”

“พวกข้าเป็นพรานที่ล่าสัตว์นำหนังไปขาย ร้านค้าในเมืองหลวงให้ราคาดีที่สุด”

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” เฉียนหยางพยักหน้า “แผ่นแป้งนี้ย่างไฟอ่อนๆ กินกับเนื้อย่างอร่อยยิ่ง นี่เป็นวิธีกินของอร่อยจากเมืองเป่ยโจวเรา”

“ขอบคุณมาก พวกท่านตามสบายเถิดข้าไม่รบกวนแล้ว”

เฉียนหยางเดินกลับมานั่งลงข้างกองไฟ หญิงสาวมองเสี่ยวเหมยเขี่ยกองไฟเพื่อย่างแป้งแผ่นบางๆ กลิ่นหอมของเนื้อกวางย่างทำให้นางรู้สึกหิวขึ้นมา

เฉียนหยางพยักหน้าบอกนางว่าเนื้อไม่มีปัญหา
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel