บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.7

เขากระซิบ “พรานล่าเนื้อทว่ากลับมีวรยุทธ์ไม่ธรรมดา รองเท้าหุ้มสูงพวกนั้นเห็นชัดว่าพรานธรรมดาไม่มีทางมีเงินซื้อหา นี่เป็นการหยั่งเชิง ขอเพียงพวกเราไม่ทำตัวน่าสงสัย สถานการณ์ตอนนี้อยู่ให้ไกลจากความวุ่นวายของเหล่าองค์ชายจึงจะเป็นการฉลาด”

“อืม” นางตอบรับจากนั้นกรีดแผ่นแป้งที่ย่างสุกแล้วออก ยัดเนื้อกวางที่เฉือนบางๆ ใส่เข้าไป ยกขึ้นกัดคำหนึ่ง “ไม่เลว รสชาติดีทีเดียว”

“คืนนี้ท่านไปนอนบนรถม้า”

“ได้” นางตอบรับอย่างว่าง่าย ไม่ได้พยายามหันไปมองคนกลุ่มนั้น เป็นอย่างที่เฉียนหยางกล่าว...คนกลุ่มนี้ไม่ใช่พรานป่าธรรมดาแน่นอน รุ่งเช้าตอนที่หญิงสาวออกมาจากรถม้าก็พบว่าคนกลุ่มนั้นหายตัวไปแล้ว และเฉียนหยางเองก็นั่งพิงต้นไม้ดูเหมือนกำลังงีบหลับ หญิงสาวโบกมือให้มือปราบที่ยังอยู่ยามเห็น

นางอยากให้เฉียนหยางพักผ่อนอีกสักหน่อย ดังนั้นตัวนางกับเสี่ยวเหมยจึงเดินไปยังลำธารเล็กๆ จัดการล้างหน้าล้างตาและก่อไฟขึ้นมาอีกครั้ง อุ่นแป้งและเนื้อกวางย่างที่ได้มา เมื่อมื้อเช้าพร้อมแล้วเฉียนหยางก็ลืมตาพอดี “ตื่นแล้ว? ท่านได้นอนพอหรือไม่”

“งีบไปครู่หนึ่ง พวกเขาจากไปตอนย่ำรุ่ง ตอนนี้นับว่าพวกเราไม่ถูกจับตามองแล้ว”

นางพยักหน้า “ท่านไปล้างหน้าสิ มื้อเช้าพร้อมแล้วอีกครู่พวกเราค่อยออกเดินทาง”

คล้อยหลังเฉียนหยางเดินไปลำธารเพียงครู่ เยียนหมิงรุ่ยกลับได้ยินเสียงฝีเท้า... นางเหลือบมองไปยังริมลำธารพบว่าเฉียนหยางหายไปแล้ว หญิงสาวไม่ได้มองไปด้านหลังนางกุมมือเสี่ยวเหมยไม่ให้ตื่นตระหนก เพียงทำตัวตามปกตินั่งย่างแผ่นแป้งไปเงียบๆ กระทั่งเสียงของเฉียนหยางดังขึ้นไม่ไกล “ไปเสียตอนนี้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่”

“เราไม่ได้คิดร้าย เพียง...มีข้อเสนอ”

หญิงสาวลุกขึ้นหันไปมองผู้มาใหม่ เป็นชายหนุ่มสองคน คนหนึ่งสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะสีขาว ใบหน้าของเขาซีดขาวเล็กน้อย อีกคนสวมชุดสีน้ำเงินเข้มข้างเอวห้อยดาบโค้งพระจันทร์ สภาพของทั้งสองอิดโรยเหน็ดเหนื่อย

“พี่ใหญ่เฉียน พวกเราก็...ให้การต้อนรับผู้มาเยือนสักหน่อยเถิด” นางกล่าวจากนั้นมองไปยังบุรุษสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะ “พวกท่านหิวหรือไม่ ข้ามีน้ำและอาหาร หากไม่รังเกียจก็เชิญเถิด” ยิ่งเข้ามาใกล้นางก็ยิ่งสังเกตเห็นถึงความแตกต่าง คนหนึ่งน่าจะเป็นคนคุ้มกัน อีกคนน่าจะเป็นนาย...

บุรุษสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะสีขาว อายุไม่เกินสิบแปดสิบเก้า ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา ท่าทีหยิ่งทระนงและระแวดระวัง เขามองนางจากนั้นจึงมองไปยังเฉียนหยาง กระทั่งเดินเข้ามาจนใกล้ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะคลายความระวังตัว

หญิงสาวลอบมองสำรวจคนทั้งสองอย่างละเอียด ขณะมือก็เฉือนเนื้อย่างยัดเข้าไปในแผ่นแป้ง ชิ้นแรกส่งให้คนคุ้มกันของอีกฝ่าย เห็นอีกฝ่ายดมกลิ่นเงียบๆ มองนางด้วยสายตาหวาดระแวง จากนั้นจึงยอมส่งแผ่นแป้งนั้นให้ผู้เป็นนาย

เฉียนหยางขมวดคิ้วลอบสบตานาง หญิงสาวอมยิ้มส่งสัญญาณให้เขานั่งลง นางลงมือกรีดแผ่นแป้งยัดเนื้อส่งให้แต่ละคน ชิ้นสุดท้ายจึงเป็นของตัวนางเอง กัดเข้าปากเคี้ยวได้สองสามทีก็พยักหน้า “ยังอร่อยอยู่ รสชาติไม่เลว” เพิ่งเคี้ยวและกลืนได้คำหนึ่ง ก็สังเกตเห็นว่าผู้มาใหม่กินหมดแล้ว เห็นชัดว่าพวกเขาไม่ได้กินอะไรมานาน หิวมากจนแทบกลืนโดยไม่ได้เคี้ยว

นางส่งแผ่นแป้งให้บุรุษชุดสีน้ำเงิน “ช่วยตัวเองเถิด” เขารับไปจริงๆ จัดการกรีดแผ่นแป้งให้ยัดเนื้อย่างเข้าไปจากนั้นส่งให้ผู้เป็นนาย

นางเทน้ำต้มที่เย็นแล้วใส่เข้าไปในถุงน้ำ จัดการเติมน้ำใหม่อีกรอบตั้งไฟขึ้นเพื่อต้มน้ำเพื่อชงชา นางทำทุกอย่างด้วยตัวเองขณะเสี่ยวเหมยเก็บของเงียบๆ เฉียนหยางยืนกอดกระบี่ด้วยท่าทีมั่นคง รอจนน้ำเดือดนางชงชาพร้อมกับหันไปมองเฉียนหยาง เขาขยับไปคว้าป้านชาที่มีจอกชาลงมาจากรถม้า ส่งให้หญิงสาว... กลิ่นชาหอมกรุ่นยิ่งขึ้นเมื่อนางรินลงไปในจอก หญิงสาวส่งชาจอกแรกให้บุรุษสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะ “เชิญ” นางกล่าว
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel