บทที่ 1.4
ขบวนรถม้า...แล่นออกจากเมืองเป่ยโจว
จวนโหวเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นหลังจากการย้ายไปของหยวนซื่อโหว เรื่องแรกคือคุณหนูใหญ่จวนโหวลักลอบนัดพบบุรุษยามวิกาล ทายชื่อเสียงจวนโหวจนถูกทิ้งเอาไว้ที่เมืองเป่ยโจว เรื่องต่อมาที่ทำให้ผู้คนประหลาดใจก็คือ...อยู่ๆ บ่าวไพร่จวนโหวก็ถูกลงโทษ ถูกขาย กระทั่งถูกจับเข้าคุก!!!
ไม่พอ...ยังมีคนเห็นว่ารถม้าของจวนโหวแล่นออกไปจากประตูเมืองเป่ยโจวมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง นัยว่าคุณหนูใหญ่จวนโหวคงกำลังติดตามบิดาเข้าไปในเมืองหลวงแล้ว ถึงอย่างนั้น...ชื่อเสียงฉาวโฉ่ของนางนี้ นางยังมีหน้าตามบิดาไปอีกหรือ!!!
ยิ่งไปกว่านั้น...คนที่คุ้มกันนางออกจากเป่ยโจว มีคนจำได้ว่าก็คือเฉียนหยาง หัวหน้ามือปราบของจวนว่าการเมืองเป่ยโจวนั่นเอง!!!
ท่ามกลางหิมะที่กำลังตกหนักรถม้าสองคันแล่นมาตามท้องถนนอย่างไม่เร่งรีบ คนขับรถม้าทั้งสองคันสวมชุดมือปราบของเมืองเป่ยโจว ข้างเอวมีกระบี่ประจำตำแหน่งและป้ายประจำตัว ข้างหน้าและข้างหลังขบวนรถม้ายังมีมือปราบอีกสี่คน ทั้งสี่ขี่ม้าคอยระวังภัยอย่างเคร่งครัด
ขบวนเดินทางมาจนถึงด่านแรกจากเป่ยโจวถึงเมืองหนานอัน การตรวจตราเข้มงวดมาก เฉียนหยางแสดงหนังสือเดินทางและตราประจำตัว เขามองเจ้าหน้าที่ด่านจากนั้นแสดงหนังสือส่งตัวนักโทษสองคน เจ้าหน้าที่มองเขาจากนั้นมองไปยังรถม้าที่ม่านรถม้าปิดสนิท “ที่แท้ก็คุณหนูใหญ่จวนหยวนซื่อโหวนี่เอง”
ไม่มีเสียงตอบรับ...
“ข้าน้อยรบกวนท่านที่อยู่ในรถม้าลงมาด้วย ข้าน้อยจำเป็นต้องตรวจสอบตามหน้าที่”
“ได้” เสียงตอบรับเรียบง่ายเป็นของสตรีที่นั่งอยู่ในรถม้า นางค่อยๆ เปิดม่านรถม้าจากนั้นค้อมศีรษะลงและเดินผ่านม่านรถม้าออกมา เสี่ยวเหมยขยับมาช่วยประคองนางลงจากรถม้า จากนั้นจึงยืนเงียบไม่ได้พูดอะไร นายกองประสานมือคารวะนาง “ไม่ทราบว่า...”
“นี่เป็นตราของบิดาข้า” หญิงสาวยื่นตราของนางให้อีกฝ่ายดู
นายกองเลิกคิ้วจากนั้นประสานมือคารวะนาง “คารวะคุณหนูใหญ่”
“รบกวนแล้ว” นางกล่าวอย่างเรียบง่ายจากนั้นหมุนตัวกลับขึ้นรถม้า “ข้าจะเดินทางต่อทันทีไม่รบกวนพวกท่านนานนัก”
“ขอรับ ขอให้คุณหนูใหญ่เดินทางปลอดภัย”
นายกองผู้นั้นมองตามรถม้าที่แล่นจากไป คนของเขาเดินเข้ามากระซิบถาม “เป็นนางแน่หรือ คุณหนูใหญ่จวนโหวผู้นั้น ผู้ที่มีข่าวลือว่านาง...ทำเรื่องไร้ยางอาย ได้ยินมาว่าเป็นเพราะนางจึงทำให้ความสัมพันธ์ของท่านโหวและกั๋วกงย่ำแย่เต็มทน เรื่องนี้แม้แต่ฝ่าบาทเองก็ทรงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก”
“ยังจะเป็นผู้ใดไปได้อีกเล่า เป็นนางนั่นละ อายุเท่านี้กลับใจกล้าทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนั้น นี่ยังกล้าเดินทางเข้าเมืองหลวงอีก คงได้เกิดเรื่องขายหน้าให้ท่านโหวอีกเป็นแน่ ท่านโหวเป็นแม่ทัพที่มีคุณธรรม นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีบุตรสาวที่น่าขายหน้าเช่นนี้”
“เรื่องที่ว่านางตั้งใจทำให้อนุของบิดาที่ตั้งครรภ์แท้งบุตร เรื่องนั้นจริงหรือ”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรกันเล่า ข้าก็มิใช่อยู่ที่นี่กับเจ้าหรอกหรือ”
“แต่ข้าว่าจริงนะ อนุที่ว่าก็ฮูหยินท่านโหวคนปัจจุบันมิใช่หรือ ได้ยินมาว่านางรักกับท่านโหวมาก่อน แต่เพราะสมรสพระราชทานทำให้นางกลายเป็นอนุอย่างจำยอม ตอนนั้นมารดาของคุณหนูใหญ่สิ้นใจนางอาละวาดท่านโหวเพราะเลื่อนสตรีอื่นขึ้นมาแทนที่มารดา ตอนนั้นถึงขั้นเกิดเรื่องแท้งบุตร”
“ได้ยินมาว่านางเอาแต่ใจร้ายกาจที่สุดแถมยังชอบใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ข่าวว่าเสื้อผ้าของนางต้องตัดจากแพรพรรณพระราชทานเท่านั้น เครื่องประดับก็ต้องเป็นหยกบริสุทธิ์ แถมอาหารสามมื้อยังต้องทำสดใหม่หากส่งมาแล้วเย็นชืดนางก็สั่งลงโทษคนในเรือนครัวทันที ชุดของนางหากเกิดรอยเปื้อนเล็กน้อยนางจะสั่งให้คนนำไปทิ้งทันทีไม่ว่าจะแพงหรือสูงค่าเพียงใด แถมหลังจากนั้นไม่ว่าอยู่ที่ใดนางจะกลับไปอาบน้ำแล้วลงโทษสาวใช้”
“จริงหรือ”
“ข้าว่านางดูไม่เหมือนสตรีเช่นนั้น”