บทที่ 1.3
“คำสั่งของผู้ใดเล่า” คำถามนี้หญิงสาวเป็นคนถาม “คำสั่งของผู้ใดที่สั่งให้พวกท่านยกเว้นการส่งถ่านให้ความอบอุ่นในเรือนของข้า ให้ข้ากินข้าวเพียงสองมื้อต่อวัน แถมยังเป็นของที่พวกเจ้ากินเหลือ เสื้อผ้าของข้าหายไปผู้ใดสั่งให้นำออกไป เครื่องประดับของข้าหายไป เป็นคำสั่งของผู้ใดบอกให้ขโมย ข้าออกไปข้างนอกไม่ได้เป็นผู้ดสั่งการ ยังมี...แพรขาวยาวสามฉื่อเป็นท่านพ่อเป็นคนสั่งให้ท่านนำเข้าไปวางในห้องข้าหรือ”
เฉียนหยางเบิกตามองนาง เขามองเข้าไปในห้องของนาง “ค้นห้องของสาวใช้ทุกห้องรวมไปถึงห้องของพ่อบ้านด้วย! ดูว่ามีข้างของมีค่าของคุณหนูหรือไม่!”
“ขอรับ!”
พ่อบ้านหน้าซีดทรุดตัวลงนั่งกับพื้น “ข้าน้อย... ข้าน้อย...”
สาวใช้กลุ่มหนึ่งคุกเข่าลง “ไว้ชีวิตด้วยเจ้าค่ะ วันหน้าข้าไม่กล้าขโมยแล้ว คุณหนูไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตด้วยข้าน้อยเพียงทำตามคำสั่ง ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย!”
เฉียนหยางยิ่งเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งโกรธเคือง “ค้น!!”
“ขอรับ!”
หยวนซื่อโหวย้ายไปจากเมืองเป่ยโจว ต่อมาฮูหยินกับบุตรสาวและบุตรชายคนอื่นก็ย้ายตามไปด้วย ที่จวนจึงหลงเหลือเพียงเยียนหมิงรุ่ย เฉียนหยางไม่ได้โง่งม เขาเองก็เคยได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มาก่อนเหมือนกัน ทว่าเขานึกไม่ถึงว่าสภาพความเป็นอยู่ของหญิงสาวจะย่ำแย่ถึงเพียงนี้ เป็นนายเพียงคนเดียวที่ถูกทิ้งเอาไว้ไม่พอ นางยังถูกบ่าวไพร่ในจวนละเลยรังแก ถึงขั้นที่ว่าหากนางไม่ทำอะไรสักอย่าง ไม่ส่งจดหมายร้องเรียนไปยังจวนว่าการ ป่านนี้เขาคงได้ทำคดีคนตาย ไม่ใช่คดีบ่าวไพร่กำเริบรังแกนาย!!
“พ่อบ้านอ้างว่าเป็นคำสั่งของท่านโหว ข้าน้อยคิดว่าควรส่งข่าวไปสอบถามท่านโหวสักคำขอรับ”
เหออวิ๋นขมวดคิ้วมองเฉียนหยาง “เจ้า...ได้ยินเรื่องก่อนหน้านี้หรือไม่”
เฉียนหยางถอนหายใจ “ใต้เท้าหมายถึง...เรื่องที่คุณหนูใหญ่จวนโหวลักลอบออกไปพบคุณชายจวิน?”
“เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าบางทีนี่อาจเป็นคำสั่งของท่านโหวจริงๆ นี่เป็นเรื่องภายในจวนโหว เจ้าสอดมือเข้าไปเช่นนี้ไม่กลัวเดือดร้อนหรือ”
เขาขมวดคิ้วแน่น “ดีร้ายอย่างไรข้าเองก็เป็นบิดาของบุตรสาวสามคน จะมีบิดาที่ปล่อยให้บุตรสาวตายไปต่อหน้าต่อตาจริงๆ หรือ ข้าน้อยยังคงไม่เชื่อ ท่านโหวเคยช่วยชีวิตข้าน้อยเอาไว้ เขาดูเป็นคนดีมีคุณธรรม แม้จะบอกว่าเพื่อชื่อเสียงของจวนโหว แม้จะบอกว่าคุณหนูใหญ่จะทำให้จวนโหวแปดเปื้อน แต่การสั่งให้บ่าวไพร่ในจวนละเลย สั่งให้บ่าวไพร่มอบแพรขาวสามฉื่อ...” เขาไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เขารู้จักจะทำเช่นนี้
เหออวิ๋นลังเล “หรือ...จะเป็นฝีมือของโหวฮูหยิน?”
เฉียนหยางเองก็คิดเช่นนั้น “ข้าน้อยเคยได้ยินมาว่าท่านโหวเคยหมั้นหมายกับนางมาก่อน เพียงแต่ตอนนั้นฝ่าบาททรงพระราชทานสมรส โหวฮูหยินตอนนั้นจึงกลายเป็นอนุจวนโหว หลังโหวฮูหยินคนก่อนที่เป็นมารดาของคุณหนูใหญ่สิ้นใจนางจึงได้ขยับขึ้นมาเป็นฮูหยินเอก ตอนท่านโหวย้ายไปเพียงลำพังข้าน้อยก็เป็นว่าแปลก นางจะไม่อยากไปพร้อมท่านโหวได้อย่างไรทั้งที่อยู่ที่นี่นางก็วางตัวเป็นนายหญิงของจวนตั้งแต่วันแรกที่อดีตฮูหยินจวนโหวสิ้นใจด้วยซ้ำ เรื่องที่เกิดขึ้นจนทายชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ ข้าน้อยว่าอย่างไรก็น่าสงสัย”
เหออวิ๋นเลิกคิ้ว “อะไรน่าสงสัย”
“ข้าน้อยรู้มาว่าคุณหนูใหญ่หมั้นหมายกับคุณชายจวนกั๋วกง ทั้งสองเคยเป็นสหายที่คบหากันตั้งแต่ยังเยาว์ ระหว่างคุณชายจวนกั๋วกงกับคุณชายจวินที่เป็นเพียงคุณชายจากตระกูลคหบดี ข้าน้อยคิดอย่างไรก็เห็นว่าไม่สมเหตุสมผล คุณหนูใหญ่จะเลือกคุณชายจวินแทนคุณชายจวนกั๋วกงที่รู้จักกันมานานจริงๆ หรือ แถมยังเลือกทำลายชื่อเสียงตัวเองตอนที่บิดาไม่อยู่...”
เหออวิ๋นอ้าปากค้าง “นั่นสิ! เร็วเข้า...ให้คนไปสืบสาวให้ดี จดหมายร้องเรียนของคุณหนูใหญ่จวนโหวเล่า ข้าเก็บเอาไว้ที่ใดนะ ต้องเก็บเอาไว้ให้ดี ทำไม่ดีท่านโหวคงมิใช่มาเล่นงานข้าทีหลัง”