บทที่ 1.2
บิดาของนาง...ย้ายเข้าเมืองหลวงต้าฉี เดิมทีนางควรย้ายตามไปเมื่อครึ่งเดือนที่แล้วทว่าเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน และเรื่องนี้ก็ทำให้นางถึงขั้นตัดสินใจพาดผ้าขาวยาวสามฉื่อขึ้นไปบนคาน...
มองออกไปข้างนอกบ่าวไพร่ในเรือนเดินสวนกันไปมา หากไม่สังเกตจะไม่รู้เลยว่ามีคนคุ้มกันเรือนนี้แน่นหนาเพียงใด คนนอกอาจเข้าใจว่าคนคุ้มกันเรือนนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของหญิงสาว เยียนหมิงรุ่ยเคยโง่งมและคิดเช่นนั้น กระทั่งตอนนี้จึงเข้าใจว่าตัวนางเองถูกกักบริเวณ!!!
“เจ้าทำเหมือนทุกวัน บอกพวกเขาว่าจะออกไปซื้อของกินให้ข้า บอกว่าข้าเบื่ออาหารไม่ยอมกินอะไร จากนั้นลอบส่งจดหมายสองฉบับนี้ออกไป ฉบับแรกส่งไปที่แดนเหนือให้ท่านปู่ ฉบับนี้ส่งไปที่...จวนว่าการ”
“จวนว่าการหรือเจ้าคะ?” เสี่ยวเหมยเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
เยียนหมิงรุ่ยยิ้มมองออกไปนอกหน้าต่าง “ระวังด้วยเล่าอย่าให้ผู้ใดสังเกตเห็น หากมีคนสะกดรอยก็รีบสลัดให้หลุด ระวังตัวด้วย”
“จะ...เจ้าค่ะ”
นางจิบชาจากนั้นลูบลงไปบนลำคอ เยียนหมิงรุ่ยคนก่อนอาจหัวอ่อนว่าง่ายและไม่สู้คน ทว่าหลังผ่านสมรภูมิจากยุคปัจจุบันมาแล้ว เยียนหมิงรุ่ยคนนี้กลับไม่มีอะไรให้ต้องกลัว!!
“เมืองหลวง? จะน่ากลัวแค่ไหนกัน”
ในเรือน...เย็นเยียบทั้งที่อากาศหนาวเหน็บ ไม่มีถ่านไฟให้ความอบอุ่น ชาที่มีก็เป็นชาชั้นเลวกลิ่นอับแถมรสชาติขมฝาด เสื้อผ้าของนางถูกสับเปลี่ยน เครื่องประดับเหลือไม่กี่ชิ้น อาหารได้กินเพียงสองมื้อทั้งยังเป็นของเหลือที่เย็นชืด
หลังเสี่ยวเหมยกลับมาก็ถูกพ่อบ้านเรียกไปลงโทษโดยไม่ทราบสาเหตุ หญิงสาวเดินออกไปจากตรงไปยังกลางลาน มองเสี่ยวเหมยที่ถูกโบยไปแล้วสามไม้ นางตวัดมือตบหน้าพ่อบ้าน “ข้ายังไม่ตายเจ้าที่เป็นพ่อบ้านกลับกล้าลงโทษคนของข้า?!”
พ่อบ้านโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ เขาตวัดมือตบนางอย่างแรงจนนางเซล้มไปด้านข้าง และ...ละครฉากนั้นเองที่มือปราบของจวนว่าการเดินเข้ามาเห็น!!!
“มือปราบเฉียนท่านมาได้อย่างไรขอรับ!” พ่อบ้านปราดเข้าไปประคองสองมือคำนับอีกฝ่าย
“ข้าได้รับจดหมายร้องเรียนจากคุณหนูจวนหยวนซื่อโหว นางกล่าวว่าบ่าวของจวนกักขังนางเอาไว้ในจวน ทรมานนางกับสาวใช้สารพัด บ่าวชั้นเลวเช่นนี้ข้าเองก็อยากรู้ว่ามีอยู่จริงหรือ ที่แท้...” เขาเดินเข้าไปประคองหญิงสาวที่ใบหน้าซีดขาว เสื้อผ้าของนางเก่ามากมีรอยปะชุน แถมเนื้อผ้ายังบางเบาไม่อาจป้องกันความหนาวเย็น “ข้าก็ได้เห็นกับตาแล้วว่ามีจริงๆ”
หญิงสาวไอถี่ๆ “มือปราบเฉียน” นางน้ำตาคลอ “หลังจากท่านพ่อย้ายไปเมืองหลวง เดิมทีข้าล้มป่วยจึงไม่อาจเดินทางไปด้วย ท่านพอให้ข้าอยู่รักษาตัวที่นี่หายดีแล้วจึงติดตามไป ทว่าข้านึกไม่ถึงเลยว่าบ่าวไพร่ที่จวนจะจงใจละเลยข้า ไม่ให้ข้าวกินยังไม่พอพวกเขายังขโมยของของข้า ไม่ปรนนิบัติดูแล แถมยังขังข้าเอาไว้ไม่ให้ออกไปข้างนอกเพื่อขอความช่วยเหลือ ข้าล้มป่วยยังไม่ยอมตามหมอแถมไม่ให้ยากิน ข้า...ข้าจนปัญญาจึงได้แต่รบกวนท่าน ขอให้ท่านเห็นแก่ท่านพ่อที่เคยช่วยเหลือท่านมาก่อนในอดีต ท่านช่วยให้ความเป็นธรรมข้าด้วย”
เป็นถึงคุณหนูจวนโหวทว่ากลับถูกบ่าวไพร่รังแกทั้งที่อยู่ในจวน เห็นสภาพของนางเฉียนหยางถึงขึ้นพูดไม่ออก เขากวาดสายตาไปรอบๆ เห็นท่าทางลนลานของบ่าวไพร่ เห็นพ่อบ้านที่กำลังส่งสัญญาณให้คนคุ้มกันลอบออกไป “จับเขาเอาไว้!”
“ทะ...ท่านคิดจะทำอะไร ที่นี่คือจวนของท่านโหวนะขอรับ! ก่อนไปนายท่านกำชับเอาไว้ให้ข้าดูแลที่นี่ ข้า...”
“ดูแล? เช่นนั้นมาดูกันว่าหากข้าส่งข่าวไปถามท่านโหว แล้วเขารู้ว่าเจ้าดูแลคุณหนูจวนโหวอย่างไร เจ้าว่าเขาจะทำอย่างไรกับเจ้า”
“คะ...คือ” พ่อบ้านหน้าขาวซีด “ข้าน้อย...ข้าน้อยเพียงทำตามคำสั่ง”