ตอนที่ 8 คำสั่งเสียของบิดา
เมื่อฮั่วเป่ยเย่มาถึงค่ายทหาร เขาเรียกประชุมนายทหารในบังคับบัญชาเพื่อวางแผนการฝึก และตัดสินใจในประเด็นสำคัญหลังจากฟังรายงานสถานการณ์การศึก
ในช่วงบ่ายท่านนายพลใหญ่ เดินทางมาตรวจตรากิจการทหาร ฮั่วเป่ยเย่จึงติดตามบิดาออกตรวจพล
หลังเสร็จสิ้นภารกิจ สองพ่อลูกร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน ท่านนายพลใหญ่สั่งให้บรรดานายทหารอารักขาและที่ปรึกษาถอยออกไป เพราะเขามีเรื่องส่วนตัวบางอย่างที่ต้องการหารือลับกับบุตรชาย
“เป่ยเย่ แผนการฝึกทหารครั้งนี้ของลูกทำได้ดีมาก แม้ตอนนี้ผิงเฉิงจะยังไม่มีศึกสงคราม แต่เราก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการรบที่อาจเกิดขึ้นได้”
สีหน้าของท่านนายพลใหญ่ดูเคร่งขรึม ราวกับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพายุใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
ผิงเฉิงตั้งอยู่ตรงจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ มีความได้เปรียบทั้งชัยภูมิและทรัพยากรที่มั่งคั่ง ขุนศึกไม่ว่าจะจากฝ่ายเหนือหรือฝ่ายใต้ที่ทำการค้าขายผ่านเส้นทางนี้ ต่างก็ต้องแบ่งผลประโยชน์ให้แก่ตระกูลฮั่ว
ตราบใดที่ฝ่ายเหนือไม่ยกทัพลงมาแย่งชิงพื้นที่ และฝ่ายใต้ไม่มีความทะเยอทะยานที่จะบุกขึ้นเหนือ ตระกูลฮั่วก็จะยังคงอยู่อย่างสงบสุข
ทว่า... ความสงบสุขนี้อาจจะคงอยู่ได้อีกไม่นานนัก
“คุณพ่อครับ ผมเห็นประกาศในหนังสือพิมพ์ของนายพลใหญ่ฟ่านแล้วครับ” ฮั่วเป่ยเย่เป็นฝ่ายเปิดประเด็นก่อน เขารู้ดีว่าบิดาอาจจะลำบากใจที่จะเอ่ยถึง เรื่องนี้เขาจึงเลือกที่จะแสดงท่าทีให้ชัดเจนก่อน
ท่านนายพลใหญ่ใจหายวูบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “เป่ยเย่ พ่อขอโทษลูก เพราะความใจอ่อนชั่ววูบของพ่อแท้ๆ กลับสร้างสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ และยังหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ลูกด้วย”
เรื่องของเรื่องก็คือเมื่อวานนี้ คนของนายพลใหญ่ฟ่านได้ทำตามคำสั่งเสียก่อนตายผู้เป็นนายว่า…หากยังไม่มีการเคลื่อนไหวของตระกูลฮั่วเรื่องการเกี่ยวดองระหว่างสองตระกูล ให้ทำการส่งโทรเลขถึงสำนักพิมพ์ซึ่งมีเนื้อความว่า
[ข้าฟ่านก้วนได้เกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกันกับตระกูลฮั่วแห่งผิงเฉิงแล้ว โดยยกบุตรสาวฟ่านจื่อหลี่ให้หมั้นหมายกับฮั่วเป่ยเย่ ต่อไปภายหน้าหากเหล่าทหารที่ภักดีต่อข้า ไร้ที่พึ่งพิง ขอให้ไปสวามิภักดิ์ต่อฮั่วเป่ยเย่ และหากวันหน้าฮั่วเป่ยเย่สามารถยึดคืนเมืองเซียงโจวได้ ขอให้พ่อแม่พี่น้องชาวเมืองจงยกย่องเขาเป็นนายคนใหม่ของพวกท่าน]
สิ่งที่นายพลใหญ่ฟ่านสั่งเสียให้ทำนั้น คือต้องการบีบให้ตระกูลฮั่วแต่งบุตรสาวของตนเข้าบ้าน เพราะมีเพียงการระบุฐานะให้ชัดเจนเท่านั้น ฟ่านจื่อหลี่ถึงจะได้รับความคุ้มครองจากตระกูลฮั่ว หากเรื่องงานแต่งของลูกสาวไม่เป็นที่แน่นอน เขาก็คงตายตาไม่หลับ
และอีกเรื่องแม้นายพลใหญ่ฟ่านจะพ่ายแพ้แต่ก็ยังมีความทระนง ต่อให้ตายก็ต้องเหลือศักดิ์ศรีเอาไว้บ้าง ศักดิ์ศรีที่ว่าคือการประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่า... ลูกเขยของเขาจะมาแก้แค้นให้เขาในภายหลัง
โทรเลขฉบับนี้ถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ เพียงวันเดียวข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วแผ่นดิน
เมื่อนายพลใหญ่เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ เขาโกรธจัดจนแทบจะสิ้นลมหายใจ
ฟ่านก้วนคนนี้ขุดหลุมดักเขาเสียจนมุมจริงๆ!
ข่าวนี้เป็นการประกาศให้ขุนศึกกลุ่มอื่นรู้โดยทั่วกันว่า ฮั่วเป่ยเย่ไม่เพียงแค่แต่งงานกับคุณหนูฟ่านเท่านั้น แต่ในอนาคตเขายังจะล้างแค้นให้พ่อตาอีกด้วย
ตระกูลฮั่วและตระกูลฉีที่แต่เดิมไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน กลับถูกบีบให้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
ท่านนายพลใหญ่กังวลว่าบุตรชายจะมาคิดบัญชีกับตน เพราะตอนที่ฮั่วเป่ยเย่กลับมาจากไห่เฉิงแล้วทราบเรื่องการหมั้นหมายนี้ เขาก็เคยอาละวาดโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงมาแล้ว
ดังนั้นเมื่อวานนี้ท่านนายพลใหญ่จึงสั่งให้ลูกน้องยึดหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ไว้ก่อน แต่ก็นึกไม่ถึงว่าบุตรชายจะได้เห็นมันจนได้
ทว่าฮั่วเป่ยเย่กลับไม่ได้ตำหนิบิดา เขากลับพูดจาปลอบโยนว่า “คุณพ่อครับ อย่าได้รู้สึกผิดไปเลย ผมยินดีที่จะแต่งงานกับคุณหนูฟ่านครับ ผมชอบเธอ”
ท่านนายพลใหญ่ตกตะลึง “ลูกชอบเธองั้นหรือ”
เขาไม่รู้เลยว่าบุตรชายไปมีใจให้คุณหนูฟ่านตั้งแต่เมื่อไหร่
ในเมื่อเพิ่งจะเคยพบกันอย่างเป็นทางการเพียงแค่ครั้งเดียวไม่ใช่หรือ
ฮั่วเป่ยเย่พยักหน้ายืนยัน “ครับคุณพ่อ เธอเป็นสตรีที่ยอดเยี่ยม ผมรู้สึกว่าเธอดีมาก ผมชอบเธอด้วยใจจริง และอยากแต่งงานกับเธอเป็นภรรยาเอกครับ”
แววตาของเขาดูแน่วแน่ มั่นคง และยังแฝงไปด้วยความคาดหวัง
ชายหนุ่มคาดหวังถึงชีวิตคู่ที่ครองรักเคียงคู่กันไปจนแก่เฒ่ากับคุณหนูฟ่าน
ท่านนายพลใหญ่รู้สึกเบาใจขึ้นบ้าง แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ลึกๆ “แต่ว่า... ทางตระกูลฉีหลังจากนี้...”
ฮั่วเป่ยเย่เพียงยิ้มจางๆ ก่อนจะกล่าวอย่างเยือกเย็น “คุณพ่อครับ บางทีนี่อาจไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป”
“ลูกมีความเห็นอย่างไร” ใจที่เคยพะวักพะวนของท่านนายพลใหญ่เริ่มสงบลง ดูท่าบุตรชายจะไตร่ตรองเรื่องนี้มาอย่างรอบคอบแล้ว
“คุณพ่อครับ ยามนี้เหล่าขุนศึกต่างแย่งชิงอาณาเขตกันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความทะเยอทะยานของพวกเขานั้นยากจะหยุดยั้งได้ การที่เราคิดจะอยู่อย่างสงบเพียงลำพังในมุมหนึ่งนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป สิ่งที่เราทำได้มีเพียงการเตรียมพร้อมเข้าสู่สงครามอย่างกระตือรือร้นเท่านั้น
สิ่งแรกที่เราต้องทำตอนนี้คือการสะสมกำลังทหารและม้าศึก เตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา
หากทหารในสังกัดของนายพลใหญ่ฟ่านจะมาสวามิภักดิ์จริง เราก็ควรรับพวกเขาไว้ภายใต้การปกครองของเรา อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการสู้รบกับตระกูลฉีมาแล้ว
ส่วนเรื่องของคุณหนูฟ่าน ในเมื่อนายพลใหญ่ฟ่านประกาศให้คนทั้งแผ่นดินรับรู้แล้วว่าผมจะแต่งงานกับเธอ ในนามแล้วเธอก็ถือว่าเป็นฮูหยินของผม และผมไม่สามารถทอดทิ้งเธอเพียงเพราะว่าตระกูลฉีอาจจะกลายมาเป็นศัตรูกับเราได้ การกระทำที่ไร้คุณธรรมและไร้น้ำใจเช่นนั้น... ผมทำไม่ได้ครับ”
“ตกลง เช่นนั้นเจ้าก็ไปตกลงเรื่องกำหนดวันแต่งงานกับคุณหนูฟ่านเถิด” สีหน้าของนายพลใหญ่ดูเด็ดเดี่ยวขึ้น “หลังจากนี้พวกเราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการทำศึกให้เร็วที่สุด”
“ครับ!” ฮั่วเป่ยเย่ขานรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง
นายพลใหญ่ยิ้มออกมาด้วยความปลาบปลื้มใจ เขารู้สึกว่าบุตรชายเริ่มมีความรับผิดชอบสมกับเป็นผู้นำมากขึ้นเรื่อยๆ
“คุณพ่อครับ ในเมื่อต่อไปคุณหนูฟ่านจะเป็นฮูหยินของผม เรื่องการจัดหานายทหารอารักขาประจำตัวเธอ ให้ผมเป็นคนจัดการเองนะครับ” ฮั่วเป่ยเย่เอ่ยความต้องการอย่างจริงจัง เขาเข้าใจเจตนาของบิดาที่ส่งฉีฟานไปเป็นนายทหารอารักขาให้ฟ่านจื่อหลี่
นายพลใหญ่อยากจะให้ฟ่านจื่อหลี่แต่งงานกับฉีฟานเพื่อแก้ปัญหา
หากพูดถึงภูมิลำเนาเดิม ฉีฟานและตระกูลฉีนั้นสืบเชื้อสายมาจากตระกูลเดียวกัน เพียงแต่แม่ของเขาถูกสามีทอดทิ้งเมื่อหลายปีก่อน จึงต้องกลับมาพึ่งพาครอบครัวเดิมที่ผิงเฉิง
ฉีฟานเติบโตมาที่นี่และเข้าร่วมกองทัพจนกลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายพลใหญ่
นายพลใหญ่นึกเอาเองว่าการให้ฟ่านจื่อหลี่แต่งกับฉีฟานจะช่วยให้เรื่องราวสงบและปลอดภัยได้ ช่างเป็นการมองโลกที่ง่ายดายจนเกินไปนัก
ในเมื่อนายพลใหญ่ฉียึดครองเมืองเซียงโจวได้แล้ว ความกระหายที่จะกลืนกินพื้นที่ขุนศึกคนอื่นๆ ย่อมมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งฉีฟานก็เป็นเพียงหลานห่างๆ คนหนึ่ง มีหรือที่ตระกูลฉีจะเห็นแก่หน้าตระกูลฮั่วเพราะเหตุนี้
ท่านนายพลใหญ่ยิ้มแล้วพยักหน้า “ตกลง เรื่องนี้ลูกจัดการเองได้เลย”
หากนายพลใหญ่ฟ่านรับรู้ได้ว่าฮั่วเป่ยเย่มีใจรักใคร่ลูกสาวของเขาอย่างแท้จริง ก็คงจะนอนตายตาหลับอยู่ในปรโลกได้เสียที