บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 9 คงต้องลา

ข้อสันนิษฐานของฮั่วเป่ยเย่นั้นไม่ผิดเพี้ยน ในคืนนั้นเองกองกำลังเก่าของนายพลใหญ่ฟ่านก็ได้เดินทางมาสวามิภักดิ์ จำนวนคนนั้นไม่ใช่น้อยๆ มีมากกว่าหนึ่งพันนาย อีกทั้งยังพกพาอาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงกรังมาเองพร้อมสรรพ มิหนำซ้ำยังนำหีบทองคำติดตัวมาด้วยถึงห้าสิบกว่าหีบ

นี่คือกำลังพลเกือบหนึ่งกรม และดูเป็นทหารฝีมือดีที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม

ดูท่าท่านนายพลใหญ่ฟ่านจะวางแผนไว้อย่างลุ่มลึก เขารู้ตัวดีว่าไม่อาจต้านทานนายพลใหญ่ฉีได้ แต่ก็ไม่ยินยอมที่จะสูญเสียเซียงโจวไปเปล่าๆ จึงจงใจเก็บรักษาขุมกำลังส่วนนี้ไว้เพื่อให้มาพึ่งพิงตระกูลฮั่ว

เขาคงคำนวณไว้แล้วว่า ตระกูลฮั่วนอกจากจะรับดูแลบุตรสาวของเขาแล้ว ย่อมต้องรับเลี้ยงกองกำลังชุดนี้ไว้ด้วย

อย่างไรเสีย ยามที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนนายร้อยเขาก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนายพลใหญ่มาถึงสามปี ย่อมรู้ซึ้งถึงนิสัยใจคอของอีกฝ่ายดีว่า ในบรรดาขุนศึกทั้งหมด มีเพียงตระกูลฮั่วเท่านั้นที่ควรค่าแก่การฝากฝังลูกสาวเอาไว้

เฉินจิ้นผู้บังคับการกรมของกองกำลังนี้ได้แจ้งเจตจำนงต่อฮั่วเป่ยเย่ว่า “นายพลใหญ่ฟ่านสั่งเสียพวกเราให้มาปกป้องคุณหนูฟ่าน หากนายพลน้อยแต่งคุณหนูฟ่านเป็นฮูหยิน พวกเราเหล่าผู้น้อยยินดีจะถวายความจงรักภักดีต่อท่าน และทองคำสิบกว่าหีบนี้คือสินเดิมที่จัดเตรียมไว้ให้คุณหนูฟ่านเป็นการเฉพาะ…แต่หากพวกท่านไม่ประสงค์จะแต่งกับคุณหนูฟ่าน พวกเราก็จะพาคุณหนูออกไปจากผิงเฉิง”

ฮั่วเป่ยเย่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “อีกไม่นานผมจะเข้าพิธีแต่งงานกับคุณหนูฟ่าน พวกคุณวางใจเถิด ตระกูลฮั่วของเราจะไม่มีวันทอดทิ้งหรือทำให้เธอต้องลำบากใจแน่นอน”

ในคืนนั้นเอง ฮั่วเป่ยเย่ก็ได้จัดสรรที่พักเพื่อดูแลกองกำลังชุดนี้ทันที

……

ทางด้านฟ่านจื่อหลี่และฮั่วชิงเหมย ขณะที่นั่งรถยนต์ไปยังห้างสรรพสินค้าต้าซิน ทั้งคู่ต่างก็ได้ยินเสียงตะโกนร้องขายหนังสือพิมพ์ของเด็กน้อยข้างทาง

“หนังสือพิมพ์ครับ! หนังสือพิมพ์! ข่าวล่าสุด ข่าวใหญ่สดๆ ร้อนๆ มาแล้วครับ เชิญมาดูมาอ่านกันได้เลยครับ บุตรสาวตระกูลฟ่านกำลังจะแต่งงานกับนายพลน้อยตระกูลฮั่วของเราแล้วครับ!!...”

เสียงตะโกนนั้นดึงดูดใจผู้คนริมถนนให้กรูเข้าไปหาเด็กน้อยทันที

“เอาให้ฉันฉบับหนึ่ง!”

“ฉันด้วย!”

“นึกไม่ถึงเลยนะว่านายพลน้อยจะแต่งกับลูกสาวนายพลฟ่านจริงๆ”

“ทำไมเงียบเชียบนักล่ะ ไม่เห็นได้ยินข่าวว่าจัดงานแต่งเลย”

“นั่นน่ะสิ หรือว่าจะเป็นข่าวปลอม ระดับนายพลน้อยของเรา จะแต่งงานกับคุณหนูที่ตกอับแบบนี้หรือ”

“ใช่ๆ ตระกูลฟ่านล่มสลายไปแล้ว แต่งกับคุณหนูฟ่านจะมีประโยชน์อะไร”

“ผู้หมวดหลี่ หยุดรถ!” ฮั่วชิงเหมยสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “ลงไปซื้อหนังสือพิมพ์มาฉบับหนึ่ง!”

“ครับ!” หลี่เสี่ยงรีบหักรถเข้าข้างทางและลงไปซื้อหนังสือพิมพ์ทันที

อารมณ์ที่เคยผ่อนคลายของฟ่านจื่อหลี่พลันหม่นหมองลงในชั่วพริบตา

หลี่เสียงคิดในใจว่านายพลใหญ่ฟ่านคนนี้ช่างรักลูกสาวสุดหัวใจจริงๆ ทว่าน่าเสียดายที่คนตระกูลฮั่วไม่ได้เห็นค่าลูกสาวของเขา และไม่มีเจตนาจะแต่งเธอเข้าบ้านเสียแต่แรก มิหนำซ้ำการบีบบังคับให้แต่งงานเช่นนี้เกรงว่าจะสร้างความไม่พอใจให้แก่ตระกูลฮั่วเสียมากกว่า

ต่อให้นายพลน้อยจำใจต้องแต่งกับเธอ เขาก็คงไม่มีวันปฏิบัติต่อเธออย่างดี และอาจจะถึงขั้นรังเกียจคุณหนูตกอับที่ไร้อำนาจวาสนาแต่กลับตะเกียกตะกายขึ้นมาเกาะเกี่ยวกิ่งไม้สูง

หลี่เสี่ยงรีบนำหนังสือพิมพ์กลับมาส่งให้ ฮั่วชิงเหมย “คุณหนูครับ ข่าวในหนังสือพิมพ์นี้อาจจะไม่เป็นความจริงเสมอไปนะครับ”

เขามองมาที่ฟ่านจื่อหลี่ด้วยสายตาที่แสดงความเวทนาออกมา

ฮั่วชิงเหมยหมดอารมณ์ที่จะไปเดินห้างต่อ เธอจ้องมองหนังสือพิมพ์แล้วสั่งการทันที “ผู้หมวดหลี่ กลับจวนนายพลใหญ่!”

“คุณหนูฟ่าน เนื้อความในหนังสือพิมพ์นี้... คุณลองอ่านดูเถอะค่ะ” ฮั่วชิงเหมยส่งหนังสือพิมพ์ให้ฟ่านจื่อหลี่

เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกฟ่านจื่อหลี่ไปโดยไม่รู้ตัว ด้วยความเป็นเด็กสาววัยเพียงสิบหกปี ความรู้สึกชอบหรือชังจึงมักปรากฏชัดบนใบหน้า

ในใจของเธอตอนนี้มีความสงสารฟ่านจื่อหลี่ระคนไปกับความรู้สึกขุ่นเคือง ทั้งสงสารที่คุณหนูฟ่านต้องสูญเสียครอบครัวไป แต่ก็ขุ่นเคืองที่นายพลตระกูลฟ่าน กำลังจะชักศึกเข้าบ้านของเธอ

ฮั่วชิงเหมยรักพ่อและพี่ชายของเธอมาก เธอไม่อยากให้พวกท่านต้องถูกดึงเข้าสู่กองเพลิงแห่งสงครามเพียงเพราะเรื่องของตระกูลฟ่าน

หลังจากฟ่านจื่อหลี่อ่านเนื้อหาในหนังสือพิมพ์จบ เธอก็ถอนใจยาวเหยียด ก่อนจะกล่าวขอโทษฮั่วชิงเหมย อย่างจริงใจ “คุณหนูฮั่ว ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ ที่ทำให้พวกคุณต้องพลอยลำบากไปด้วย”

ฟ่านจื่อหลี่ไม่อยากให้ตระกูลฮั่วต้องเผชิญกับภัยสงคราม เธอจึงตัดสินใจที่จะจากไป

“คุณหนูฮั่ว ฉันอยากจะไปซื้อของสำหรับไหว้บรรพบุรุษสักหน่อย ไม่ทราบว่าจะขอลงตรงนี้ได้ไหมคะ”

“ได้ค่ะ” ฮั่วชิงเหมยในตอนนี้กำลังว้าวุ่นใจ เธอจึงอยากจะปล่อยฟ่านจื่อหลี่ทิ้งไว้ตรงนี้เสียเลย

“ลาก่อนค่ะคุณหนูฮั่ว” ฟ่านจื่อหลี่เปิดประตูรถและก้าวเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว

“ออกรถได้!” ฮั่วชิงเหมยสั่งการทันที

ทว่าเมื่อรถขับมาได้เพียงครึ่งทาง ฮั่วชิงเหมยก็เริ่มนึกเสียใจขึ้นมา

“ผู้หมวดหลี่ วนรถกลับไปหาคุณหนูฟ่านเร็วเข้า!”

ในฐานะที่เป็นสตรีด้วยกัน เมื่อลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา เธอไม่ควรทอดทิ้งคุณหนูฟ่านไว้เช่นนี้ ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไรในกลียุคที่โหดร้าย

ยิ่งไปกว่านั้น...อีกฝ่ายก็ไม่มีใครให้พึ่งพา

ฮั่วชิงเหมยรู้สึกผิดอย่างมหันต์

ทว่าเมื่อผู้หมวดหลี่ขับรถกลับไปหาตามถนนสายเดิมที่ผ่านมา กลับไม่พบแม้แต่เงาของคุณหนูฟ่านเสียแล้ว
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel