บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 เจอหน้า

ก่อนมื้อค่ำนายพลใหญ่กลับจากค่ายทหารและสั่งให้ฮั่วชิงเหมยไปเชิญฟ่านจื่อหลี่มากินมื้อค่ำด้วยกันที่เรือนหน้า

นายพลใหญ่คิดว่า ในเมื่อลูกชายของเขากลับมาแล้ว ก็ควรให้ทั้งคู่ได้พบหน้ากันเสียหน่อย หากไม่ชอบพอกันจริงๆ วันหน้าเขาจะได้จัดหาที่ทางอันเหมาะสมให้คุณหนูฟ่านได้ง่ายขึ้น

“พี่จื่อหลี่…. ทำไมพี่ถึง... ดูซูบเซียวลงขนาดนี้ล่ะคะ!” เมื่อฮั่วชิงเหมยเห็นฟ่านจื่อหลี่อีกครั้ง เธอทั้งตกใจและรู้สึกเห็นใจขึ้นมาทันที

ตอนที่เธอพบฟ่านจื่อหลี่ครั้งแรก เธอยังรู้สึกอิจฉาอยู่บ้าง เพราะอีกฝ่ายงดงามเหลือเกิน งดงามยิ่งกว่าเธอเสียอีก

ไม่นึกเลยว่าเพียงครึ่งเดือนที่ไม่ได้เจอกัน เธอจะเปลี่ยนไปราวกับดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาลงขนาดนี้

ฟ่านจื่อหลี่ในตอนนี้ดูอิดโรย ใบหน้าหมองคล้ำเหลืองซีด แม้จะสวมกี่เพ้าสีดอกไห่ถัง ก็ไม่อาจขับเน้นความสดใสขึ้นมาได้ ดูแก่ลงไปถึงห้าหกปีเลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น เส้นผมที่เคยยาวสลวยก็หายไปแล้ว เสน่ห์เย้ายวนใจในคราแรกอันตรธานไปจนสิ้น

หลงเหลือเพียงรูปร่างที่ดีเท่านั้น แต่เมื่อขาดใบหน้าที่งดงามล่มเมืองไปแล้ว รัศมีก็หม่นหมองลงไปมาก

‘พี่ใหญ่ต้องไม่ถูกใจเธอแน่ๆ’ ฮั่วชิงเหมยรู้สึกยกภูเขาออกจากอก

เธอไม่อยากให้พี่ชายต้องกลายเป็นลูกเขยตระกูลฟ่าน ในฐานะคุณหนูแห่งจวนนายพลใหญ่ เธอพอจะรู้เรื่องราวการศึกแนวหน้าอยู่บ้าง เขตอิทธิพลของตระกูล ฟ่านถูกตระกูลฉีครอบงำไปแล้ว

และในหมู่ขุนศึกทั้งหลาย หลังจากนี้คงไม่มีชื่อของตระกูลฟ่านหลงเหลืออยู่อีก

หากพี่ชายแต่งงานกับอีกฝ่าย ย่อมต้องแบกรับภาระในการล้างแค้นให้กับตระกูลฟ่าน

ในขณะที่ตระกูลฉีเองก็มีความแข็งแกร่งไม่น้อย และปัจจุบันก็ยังไม่มีความขัดแย้งใดๆ กับตระกูลฮั่ว

ก่อนหน้านี้ฮั่วชิงเหมยกังวลว่าคุณหนูฟ่านจะเป็น ‘หญิงงามล่มเมือง’ ที่นำหายนะมาสู่ตระกูลฮั่ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่มีต้นทุนพอที่จะทำเช่นนั้นได้แล้ว เรื่องนี้ถือว่าช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากไปได้มาก

“ช่วงนี้ร่างกายฉันไม่ค่อยดีค่ะ น่าจะเป็นผลข้างเคียงจากแผลถูกยิง” ฟ่านจื่อหลี่อธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“อ้อ...” ฮั่วชิงเหมยพยักหน้า พลางปลอบใจตามมารยาท “วันหลังพี่ก็พักผ่อนรักษาตัวให้ดีนะคะ ไม่แน่อาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ได้”

ฟ่านจื่อหลี่ยิ้มตอบเธอเล็กน้อย “ไม่สวยเหมือนเดิมก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ในยุคสงครามแบบนี้ แค่เอาชีวิตรอดมาได้ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ต้องขอบคุณตระกูลของเธอจริงๆ ที่รับฉันไว้ ไม่อย่างนั้นตอนนี้ฉันคงเร่ร่อนอยู่ข้างถนนไปแล้ว”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณพ่อบอกว่าเมื่อก่อนท่านกับนายพลใหญ่ฟ่านเคยเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกัน” หลังจากนั้น ฮั่วชิงเหมยก็เอ่ยชวนอย่างกระตือรือร้น “วันนี้พี่ใหญ่กลับมาแล้ว คุณพ่อเลยให้หนูมาเชิญพี่ไปร่วมโต๊ะอาหารที่เรือนหน้า เราไปกันเถอะค่ะ”

“ค่ะ รอสักครู่นะคะ” ฟ่านจื่อหลี่หยิบเสื้อกั๊กแขนกุดสีเงินจากตู้เสื้อผ้ามาคลุมทับแล้วผูกไว้อย่างแน่นหนา ไม่เพียงแต่ปิดบังหน้าอก แต่ยังปกปิดช่วงแขนไปได้เกือบหมด

ฮั่วชิงเหมยคิดเพียงว่าเธอร่างกายอ่อนแอหลังจากบาดเจ็บ จึงไม่ได้เอะใจอะไรและเดินควงแขนเธอไปยังเรือนหน้าอย่างอารมณ์ดี

ภายในห้องอาหารของจวนเวลานี้ นายพลใหญ่และบุตรชายกำลังสนทนากันสั้นๆ อยู่บนโซฟา

“แขกมาเยือนก็ต้องต้อนรับ อีกอย่างเด็กคนนี้ก็น่าสงสาร ถ้าลูกไม่ชอบ พ่อก็จะไม่บังคับให้ลูกแต่งกับเธอ” นายพลใหญ่สูบซิการ์พลางเอ่ยอย่างเชื่องช้า

ฮั่วเป่ยเย่พยักหน้า “ครับคุณพ่อ วางใจเถอะ ผมจะไม่ทำให้เธอลำบากใจครับ”

เมื่อตอนเที่ยง เขาเห็นคุณหนูฟ่านผ่านทางหน้าต่าง

เธอนั่งอยู่บนชิงช้า ไกวตัวไปมาเบาๆ เส้นผมสีหมึกปลิวไสวตามลม

แม้จะเป็นการมองจากที่ไกลๆ แต่ก็ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวเล็กน้อย

หญิงสาวคนนั้นมีกลิ่นอายที่สงบนิ่งและเยือกเย็นอย่างประหลาด

ขณะที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ ฮั่วชิงเหมยก็เดินควงแขนหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามา

“คุณพ่อ พี่จื่อหลี่มาแล้วค่ะ!” ฮั่วชิงเหมยรายงานด้วยน้ำเสียงใสๆ พร้อมกับแนะนำฮั่วเป่ยเย่ให้ฟ่านจื่อหลี่รู้จัก “พี่จื่อหลี่ นี่คือพี่ใหญ่ของหนูค่ะ”

“สวัสดีค่ะท่านนายพลใหญ่ สวัสดีค่ะนายพลน้อย!” ฟ่านจื่อหลี่ทักทายพวกเขาอย่างสง่าผ่าเผย

ผมม้าที่หนาเตอะปิดบังหน้าผากที่สวยงามของเธอไว้ แม้แต่ดวงตาก็ยังดูหม่นหมองไร้ประกาย

ทั้งนายพลใหญ่และฮั่วเป่ยเย่ต่างก็มีอาการชะงักงันไปพร้อมๆ กัน
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel