ตอนที่ 2 ว่าที่คู่หมั้น
“คุณหนูฟ่าน นายพลน้อยกลับมาแล้วนะคะ!”
อาซิ่วสาวใช้ประจำคฤหาสน์ตระกูลฮั่วรีบวิ่งมาแจ้งข่าวที่สวนหลังบ้าน
“อ้อ” ในขณะนี้ฟ่านจื่อหลี่กำลังนั่งไกวชิงช้าเล่นอย่างสบายอารมณ์ เมื่อได้ยินว่าฮั่วเป่ยเย่กลับมาแล้ว เธอกลับมีสีหน้าเรียบเฉย
“คุณหนูฟ่าน จะไม่ไปพบท่านนายพลน้อยสักหน่อยเหรอคะ”
อาซิ่วรู้สึกสงสารคุณหนูคนนี้เหลือเกิน
นายพลใหญ่ฟ่านก่อนสิ้นใจก็ได้ส่งตัวเธอมา แต่ระหว่างทางต้องเจอกับพวกโจรปล้นชิงและเกิดการปะทะกัน แม้ทหารคุ้มกันและสาวใช้ที่ติดตามมาจะไม่เสียชีวิตทั้งหมด แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสตอนนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ ส่วนเครื่องทองของมีค่าก็ถูกปล้นไปจนเกลี้ยง
ตอนที่คนของนายพลใหญ่ฮั่วไปถึง คุณหนูฟ่านถูกยิงที่แขนซ้ายไปหนึ่งนัด ต้องมารักษาตัวอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลฮั่วนานครึ่งเดือนกว่าจะหายดี
คุณหนูที่ตกอับต้องมาอาศัยอยู่ใต้ชายคาผู้อื่น ตอนนี้ความหวังเดียวที่จะกอบกู้ชีวิตครึ่งหลังของเธอได้ก็คือการแต่งงานครั้งนี้เท่านั้น
“ไม่ไปหรอก อาซิ่ว…ขอบใจนะที่เป็นห่วงฉัน” ฟ่านจื่อหลี่ยิ้มบางๆ และยังคงไกวชิงช้าเล่นต่อไปอย่างใจเย็น
อาซิ่วเดินจากไปด้วยความเสียดาย พลางคิดในใจว่าคุณหนูฟ่านช่างไม่รู้จักคิดเอาเสียเลย ในยุคที่มีแต่ความวุ่นวายเช่นนี้ หากไม่เกาะตระกูลฮั่วไว้เป็นที่พึ่ง ต่อไปจะใช้ชีวิตอย่างไร เผลอๆ คุณหนูผู้สูงศักดิ์อย่างอีกฝ่ายถึงตอนนั้นอาจจะใช้ชีวิตได้ลำบากยิ่งกว่าสาวใช้อย่างเธอเสียอีก
ฟ่านจื่อหลี่ไม่สนใจท่าทีของอาซิ่ว เธอนั่งแกว่งชิงช้าเล่นอยู่ครู่หนึ่งก็กลับเรือนพักของตัวเอง ซึ่งเป็นบ้านพักที่นายพลใหญ่จัดเตรียมไว้ให้ ตัวบ้านเป็นตึกรูปแบบตะวันตกสองชั้นขนาดเล็ก ตัวตึกซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางร่มเงาไม้เขียวขจีและมวลหมู่บุปผา ถือเป็นสถานที่อันเงียบสงบและเหมาะแก่การพักอาศัยอย่างยิ่ง
แม้นายพลใหญ่จะจัดคนรับใช้ไว้คอยดูแลเธอห้าคน แต่ฟ่านจื่อหลี่รู้ดีว่าตอนนี้สถานะของเธอเป็นเพียงผู้อาศัยที่ต้องพึ่งพิงใบบุญคนอื่นเท่านั้น และนายพลน้อยไม่มีทางแต่งงานกับคุณหนูตกอับอย่างเธอแน่นอน
วันที่ฟ่านจื่อหลี่ได้เทพธิดาประจำตัวส่งข้ามมิติมานั้น เป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อของร่างเดิมส่งคนคุ้มกันให้เดินทางมายังเมืองผิงเฉิง ขณะที่เหลือระยะทางอีกเพียงร้อยกว่ากิโลเมตรจะถึงที่หมาย กลับถูกกลุ่มโจรติดอาวุธดักซุ่มโจมตี
กองกำลังคุ้มกันของเธอมีทหารเพียงยี่สิบนาย แม้จะมีปืนและกระสุนครบมือ แต่ก็ไม่อาจต้านทานกลุ่มโจรที่ติดอาวุธครบมือเช่นกันได้
พวกโจรเหล่านี้ดุดันเหี้ยมเกรียม มีจำนวนนับร้อยคน พวกมันไม่เกรงกลัวทหารของตระกูลฟ่านเลยแม้แต่น้อย เปิดฉากยิงปะทะโดยตรง ไม่เพียงแต่ชิงรถทหารไปสองคันและทองคำอัญมณีกว่าสิบหีบ แต่ยังสังหารหน่วยคุ้มกันจนหมดสิ้น รวมถึงตัวเจ้าของร่างเดิมและสาวใช้อีกสี่คนด้วย
ตอนที่ฟ่านจื่อหลี่ได้สติคืนมา เธอควรจะเสียชีวิตเพราะถูกยิงที่หน้าอก แต่เมื่อลืมตาขึ้น บาดแผลนั้นกลับย้ายมาอยู่ที่แขนซ้ายแทน น่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนของเทพธิดาประจำตัวเพื่อไม่ให้เธอบาดเจ็บมากเกินไป
เหล่าทหารคุ้มกันเกรงว่าคุณหนูของพวกเขาจะถูกพวกโจรย่ำยี ทุกคนจึงเอาตัวเข้ากำบังซ้อนทับร่างของเธอไว้
เมื่อฟ่านจื่อหลี่พลิกตัวลุกขึ้นได้ เธอจึงพยายามใช้น้ำพุวิเศษช่วยเหลือทหารคุ้มกันและสาวใช้ จึงสามารถดึงชีวิตของพวกเขากลับมาจากมือมัจจุราชได้หลายคน แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะฟื้นตัว
โชคดีที่โจรพวกนั้นไม่ได้ย้อนกลับมาหลังจากที่ขโมยเงินทองของมีค่าไปแล้ว และทหารจากตระกูลฮั่วก็เดินทางมาถึงพอดี
ฟ่านจื่อหลี่และพวกทหารคุ้มกันกับสาวใช้ที่ได้รับบาดเจ็บจึงถูกพาตัวมายังจวนนายพลใหญ่
ตอนที่มาถึงนายพลใหญ่ฮั่วบอกว่าจะดูแลเธออย่างดี แต่เรื่องการแต่งงานที่เคยหารือกันไว้กลับบ่ายเบี่ยงไป
ดูท่าแล้วว่าที่คู่หมั้นของร่างเดิมคงไม่เต็มใจแต่งงานด้วย
เมื่อบาดแผลหายดี อีกไม่นานเธอก็คงต้องไปจากที่นี่ หญิงสาวคิดว่าจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ต่างประเทศ
ตอนนี้เธอมีน้ำพุมีเศษและมิติคลังยา ซึ่งยาในมิติส่วนใหญ่ก็เป็นทรัพยากรที่หาได้ยากยิ่งในยุคที่เต็มไปด้วยสงครามแบบนี้
ฟ่านจื่อหลี่จึงคิดที่จะขายพวกมันเพื่อเปลี่ยนเป็นเงิน
เมื่อมีเงินเธอสามารถไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อเลี่ยงภัยสงคราม และรอจนกว่าเวลาจะเหมาะสมค่อยกลับมาตอบแทนแผ่นดินเกิด
เป้าหมายสูงสุดของเธอคือการหาเงินให้ได้มากๆ
เพราะเมื่อมีเงิน ก็จะสามารถทำสิ่งอื่นๆ ได้อีกมากมาย
ในยุคสงคราม สิ่งที่ใช้แทนเงินได้ดีที่สุดคือทองคำ แต่น่าเสียดายที่สินเดิมของเธอถูกโจรปล้นไปหมดแล้ว
ตอนนี้เธอจึงต้องพึ่งพาตนเอง
ฟ่านจื่อหลี่รีบเดินเข้าห้องนอนเพื่อแต่งหน้า
นายพลน้อยกลับมาแล้ว ไม่แน่ว่าคืนนี้นายพลใหญ่อาจจะจัดการให้พวกเขาพบกัน
ตอนนี้เธออายุเพียงสิบแปดปี เครื่องหน้าประณีต ผิวขาวราวกับไขมันวัว เส้นผมสีดำสนิทดุจแพรไหม ยิ่งทำให้ใบหน้าของเธอดูผุดผ่อง ทรวดทรงองค์เอวก็เติบโตเต็มที่ แต่เอวกลับบางกิ่วจนแทบโอบได้ด้วยมือเดียว
รูปร่างที่สมบูรณ์แบบบวกกับใบหน้าที่งดงามถือเป็นความงามที่ล่มเมืองได้
ฟ่านจื่อหลี่รู้ซึ้งดีว่าหญิงสาวที่งดงามในยุคสงครามแบบนี้ หากไม่มีผู้แข็งแกร่งคุ้มครองย่อมตกเป็นเพียงของเล่น
นายพลน้อยคนนั้นไม่ยอมแต่งงานกับเธอ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ล่วงเกินเพราะเห็นแก่ความงาม หรือบางทีอาจจะรับเป็นอนุภรรยา หรือไม่ก็ส่งเธอให้คนอื่นเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
ฟ่านจื่อหลี่ไม่อยากให้ความงามนี้กลายเป็นภัย
ดังนั้นตั้งแต่เธอมาอยู่ที่เรือนพัก หากไม่จำเป็นเธอจะไม่เสนอหน้าไปพบคนตระกูลฮั่วเด็ดขาด
ตอนนี้ฟ่านจื่อหลี่แต่งหน้าไม่ใช่เพื่อให้สวยขึ้น แต่แต่งเพื่อให้ดูธรรมดาและอัปลักษณ์ลง
นายพลน้อยกลับมาแล้ว ในคฤหาสน์มีผู้ชายเพิ่มมาอีกคน เธอต้องระวังตัวไว้บ้าง
ฟ่านจื่อหลี่มองใบหน้าที่สวยงามหยาดเยิ้มในกระจกอีกครั้ง ก่อนจะหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดผมยาวสลวยจนสั้นประบ่า
จากนั้นเธอเปิดตลับแป้งและเริ่มแต่งแต้มใบหน้าเพื่อพรางโฉม