บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.4

“เจ้ามาทำอะไรแถวนี้เพียงลำพัง”

นางเดินเข้ามารับเสื้อผ้าจากเขาจากนั้นก็ขมวดคิ้ว “ที่บอกให้เปลี่ยนชุด หมายถึงท่านควรจะถอดกางเกงออกมาด้วย” พูดไปนางก็ดูกระดากไม่น้อย “แม้ทำแผลแล้วแต่สวมกางเกงเปียกๆ ...”

เห็นนางพูดไม่ออกเขาเองก็รู้สึกเก้อไปจนกระแอมออกมาเสียงหนึ่ง “ข้า...คิดว่า...”

“ท่านคิดว่ายังไงไม่สำคัญ หากไม่อยากหนาวตาย เป็นไข้ หรือแผลอักเสบ อย่างน้อยๆ ร่างกายควรผ่านคืนนี้ไปแบบแห้งสบาย ข้ายังหวังว่าท่านจะช่วยชี้ทางกลับไปที่เมืองลั่วอี๋”

“เมืองลั่วอี๋?”

“ใช่ ข้าจะกลับไปคิดบัญชีกับคนที่ทำให้ข้าต้องมาติดอยู่ที่นี่” นางกล่าวจากนั้นเดินไปตากเสื้อตัวในของเขา “ดังนั้นหากท่านดีขึ้นแล้ว ดูแลตัวเองได้แล้ว ข้าจะกลับเมืองลั่วอี๋”

เขาได้ยินดังนั้นยิ่งประหลาดใจยิ่งขึ้น สตรีอายุน้อยแต่กลับพูดถึงการเดินทางรอนแรมในป่าเพียงลำพังโดยไม่มีท่าทีลังเล... มองไปรอบๆ ทุกทิศมืดมนไม่รู้เหนือใต้ ชายหนุ่มเองก็ยังไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ใด ไม่รู้ว่าสายน้ำพัดพานางกับเขามาไกลเพียงใด

เห็นอีกฝ่ายเดินกลับมาพร้อมกับยื่นมือออกมารับกางเกงตัวในของเขา ชายหนุ่มทำสีหน้าไม่ถูก แม้ในยามปกติจะมีสาวใช้ทำหน้าที่นี้ แต่สตรีตรงหน้าเป็นคนแปลกหน้า ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ยังเก้อกระดากอยู่ดี

“คิดเสียว่าข้ากำลังดูแลคนเจ็บ ท่านไม่กระอักกระอ่วน ข้าเองก็จะไม่ลำบากใจ ตกลงหรือไม่”

เขาไม่เคยเจอสตรีเช่นนี้มาก่อนจริงๆ ยิ่งเป็นสตรีที่ถูกเลี้ยงดูในห้องหอ เขายิ่งไม่เคยจินตนาการว่าจะมีสตรีเช่นนี้อยู่ คิดๆ แล้วเขาก็ให้สงสัยว่านางเติบโตมาเช่นไรกันแน่

“ตกลงตามนี้” เขาตอบ

“ท่านเรียกข้าว่าเสี่ยวเซวียนก็แล้วกัน”

ฟังดูเป็นนามเรียกขานที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน ชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นกล่าวออกมา “ข้าแซ่...หลิว”

“อ้อ เช่นนั้นข้าเรียกท่านว่าคุณชายหลิว?”

“ได้”

ไม่ถามที่มา ไม่อยากรู้ตัวตน นี่ตรงกับความต้องการของเขาอยู่พอดี เพราะการปรากฏตัวของเขานอกเมืองหลวง อาจทำให้แผนการของคนผู้นั้นถูกเปิดโปง...

รั่วเซวียนมองคนที่หายใจหอบเหงื่อท่วมด้วยความหนักใจ เขาเป็นไข้จริงๆ อย่างไม่ต้องสงสัย บาดแผลขนาดนี้เขากลับรู้สึกตัวนั่นทำให้นางประหลาดใจอยู่มาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่เป็นอะไร

เคลื่อนย้ายเขาไม่ได้ อาหารหรือยาก็ไม่มี ที่นี่คือที่ไหนนางเองก็ยังไม่รู้ หญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยความสิ้นหวัง ที่ทำได้คือเช็ดตัวให้เขาพร้อมกับใช้น้ำลูบริมฝีปากให้เพื่อไม่ให้เขาขาดน้ำ ช่วงที่เขาหมดสตินางเดินไปรอบๆ มองหาอะไรสักอย่างเท่าที่หาได้

โชคดีที่สวรรค์ไม่ใจร้ายจนเกินไป จากจุดที่นางยืนไกลลิบในแม่น้ำ แพของชาวบ้านกำลังไหลมาตามกระแสน้ำ รั่วเซวียนตะโกนสุดเสียงโบกไม้โบกมือขอความช่วยเหลือ พยายามทำทุกทางเพื่อให้แพนั้นมองเห็นนาง

น้ำไหลเชี่ยวหากแพผ่านไปแล้วก็ยากจะวกกลับมา แม้เขามองเห็นนางแต่ก็เลยไปไกล คราแรกหญิงสาวยังนึกว่าหมดหวังแล้ว โชคดีที่ท่านลุงผู้นั้นจอดแพห่างออกไปและเดินวกกลับมาดู

สอบถามแล้วเขาแซ่จาง นามเหิง ท่านลุงจางผู้นี้ท่าทางใจดีมากจนนางรู้สึกถึงโชคดีของตนแล้ว นางขอบคุณเขาด้วยความซาบซึ้ง ช่วยกันกับท่านลุงผู้นั้นแบกร่างคนเจ็บที่ไม่ได้สติไปที่แพ

ท่านลุงจางพาทั้งสองไปยังหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไป แถมยังบอกว่านางโชคดีที่เขาเพิ่งกลับมาจากเมืองหลวง หาไม่ฤดูน้ำหลากเช่นนี้แม่น้ำเหอหนานย่อมไม่มีเรือแล่นผ่าน

หมู่บ้านดังกล่าวอยู่ไกลจากจุดที่หญิงสาวกับชายหนุ่มค้างคืนมาก แม้สายน้ำไหลเชี่ยวยังต้องล่องแพออกมานานเกือบสามชั่วยามกว่าจะถึง ยังดีที่หมู่บ้านมีแม่หมอมากประสบการณ์อยู่ อาการไข้ของชายหนุ่มจึงมีคนช่วยดูแล

“ท่านลุงเจ้าคะจากที่นี่ไปเมืองลั่วอี๋ต้องเดินทางกี่วันเจ้าคะ”

“เมืองลั่วอี๋? เจ้ามาจากเมืองลั่วอี๋หรือ”

“เจ้าค่ะ”

“เดินเท้าสิบสองวันขึ้นไปทางทิศเหนือ”

สิบสองวัน!!! คิดถึงรถไฟฟ้าชะมัด...

“เช่นนั้น...แม่นางเสี่ยวเซวียน หากเจ้ายอมรออีกหน่อย ข้าจะขอร้องท่านลุงให้ช่วยส่งข่าวไปยังสหายของข้า ให้เขาส่งรถม้ามารับ ระหว่างทางข้าจะแวะไปส่งเจ้าที่เมืองลั่วอี๋ ตอบแทนที่เจ้าช่วยชีวิต”

ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็มองเขาด้วยดวงตาสว่างวาบ “เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว!!”

อาหารมื้อแรกหลังจากรอดตายมาได้ รั่วเซวียนกวาดทุกอย่างลงท้องด้วยความหิว ตอนนั้นมองคุณชายหลิวที่ค่อยๆ ละเมียดทีละคำๆ เคี้ยวช้าๆ แม้ในสภาพแบบนี้เขาก็ยังน่ามอง ผิดกับนางที่เป็นสตรีแท้ๆ กลับเคี้ยวเต็มปากเต็มคำ ...เฮ้อ

ตอนนี้ทั้งสองสวมชุดของท่านลุงและท่านป้าที่เอื้อเฟื้อให้ความช่วยเหลือ ทว่ากลิ่นอายบนตัวของชายหนุ่มก็ยังดู...ไม่ธรรมดา

“บาดแผลท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel