ตอนที่ 3 : แต่งงานวันเดียวกัน 3/1
ตอนที่
[3]
แต่งงานวันเดียวกัน
หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จวนตระกูลหลินในยามนี้ถูกประดับประดาไปด้วยผ้าแพรสีแดงมงคลตั้งแต่หน้าประตูจวนจรดเรือนหลัง โคมไฟสีแดงสว่างไสวถูกแขวนไว้ทุกระเบียงทางเดิน บ่าวรับใช้เดินขวักไขว่ทำงานกันอย่างขันแข็ง
วันนี้คือวันมงคลที่บุตรสาวทั้งสองของจวนเจ้ากรมขุนนางจะออกเรือนไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งการแต่งงานพร้อมกันนี้เป็นความตั้งใจอย่างแรงกล้าของหลินซีเย่
เดิมทีหากเป็นในชาติก่อน การที่นางต้องลดตัวลงไปแต่งงานกับบัณฑิตยากจน ซ้ำยังรู้เต็มอกว่าวันแต่งงานเจ้าบ่าวไม่อาจมารับหน้าจวนได้เพราะไม่ได้สติ งานแต่งนี้สมควรจะต้องถูกจัดขึ้นอย่างเงียบเชียบที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นที่ขบขันของชาวเมือง
ทว่าชาตินี้นางคือผู้ที่ล่วงรู้อนาคต หลินซีเย่จึงจงใจรบเร้าบิดามารดาให้จัดงานแต่งของนางในวันเดียวกับหลินซวงเยี่ยน เพราะนี่คือการประกาศตนอย่างสง่าผ่าเผย
นางต้องการให้ทุกคนในเมืองหลวงเป็นพยานว่านาง หลินซีเย่ ยอมสละความสุขสบายเพื่อไปดูแลสามีที่ล้มป่วยด้วยความรักอันบริสุทธิ์ใจ และเมื่อวันข้างหน้าที่เย่เจิ้งเคอฟื้นขึ้นมาและสอบได้เป็นจ้วงหยวน นางก็จะกลายเป็นฮูหยินจ้วงหยวนที่ทุกคนต้องสรรเสริญเยินยอดังเช่นหลินซวงเยี่ยนในชาติที่แล้ว
ในขณะเดียวกัน นางก็ต้องการเห็นหลินซวงเยี่ยนที่แต่งเข้าจวนเติ้งกั๋วกงอันหรูหรา ต้องพบเจอกับฝันร้ายของการแต่งงานตั้งแต่วันแรกเช่นกัน
“คุณหนูรองเจ้าคะ ขบวนเจ้าสาวของตระกูลเย่มาถึงหน้าจวนแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้คนสนิทของหลินซีเย่นามว่าอีอีเดินเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม
หลินซีเย่ที่สวมชุดมงคลสีแดงปักลายมงคลอย่างประณีต ยังไม่คลุมผ้าคลุมหน้า ขยับรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ “มาแล้วหรือ ขบวนของพวกเขายิ่งใหญ่หรือไม่?”
“เอ่อ คือว่า...” อีอีมีสีหน้าลำบากใจก่อนจะตอบ
“ขบวนของตระกูลเย่มีเพียงเกี้ยวไม้เก่า ๆ หนึ่งหลัง มีชาวบ้าน แล้วก็นักดนตรีเพียงสามสี่คนเท่านั้นเจ้าค่ะ ดู... ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง ซ้ำยังไม่มีแม้แต่เงาของเจ้าบ่าว ชาวบ้านที่มามุงดูต่างพากันซุบซิบนินทาว่าจวนเราตกอับหรืออย่างไร ถึงได้ส่งคุณหนูรองไปลำบากเช่นนี้ ทั้งยังเอาไปเทียบกับจวนเติ้งกั๋วกงเจ้าค่ะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินซีเย่แข็งค้างไปชั่วขณะ มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
‘อดทน นางต้องอดทน’ นางพยายามท่องคำนี้ซ้ำ ๆ ในใจเพื่อสะกดกลั้นความไม่พอใจ
ชาติที่แล้วก็เป็นเช่นนี้ ทว่ามันจะไม่เป็นเช่นนี้ตลอดไป
ความหรูหราของจวนเติ้งกั๋วกงต่างหากที่เป็นของปลอม! หลินซวงเยี่ยนได้เกี้ยวหลังใหญ่แล้วอย่างไร สุดท้ายก็ต้องไปโดนซื่อจื่อบ้าผู้นั้นเล่นงานจนไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่ดี
ส่วนนาง... อีกแค่สามเดือน เย่เจิ้งเคอก็จะตื่นขึ้นมามอบความรุ่งโรจน์ให้ อดทนไว้หลินซีเย่ แค่อดทนไว้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลินซีเย่ก็เชิดหน้าขึ้น “ความรุ่งโรจน์ที่แท้จริงหาได้วัดกันที่ความใหญ่โตของขบวนเกี้ยว ไปเถิด ข้าจะไปที่โถงหน้าเพื่อกราบลาท่านพ่อท่านแม่ และจะไป ‘ส่ง’ พี่ใหญ่ด้วยตนเอง”
โถงหน้าจวนตระกูลหลิน
ลานกว้างหน้าโถงถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งซ้ายคือหีบสินเดิมของหลินซีเย่ที่วางเรียงรายกันนับร้อยหีบ แต่ละหีบล้วนบรรจุไปด้วยผ้าไหมเนื้อดี เครื่องประดับทองคำ ตั๋วเงิน และของมีค่ามากมายที่บิดามารดากว้านซื้อมาให้บุตรสาวสุดที่รัก
ส่วนฝั่งขวานั้น... คือหีบสินเดิมของหลินซวงเยี่ยน ที่มีเพียงไม่กี่หีบ หนำซ้ำบางหีบยังมีรอยถลอกและเบาหวิวราวกับใส่เพียงเศษผ้า
“คุณหนู บ่าวทนดูไม่ได้จริง ๆ เจ้าค่ะ นายท่านกับฮูหยินลำเอียงเกินไปแล้ว คุณหนูรองได้สินเดิมถึงร้อยยี่สิบหีบ แต่คุณหนูของบ่าวกลับมีแค่ไม่กี่หีบ ซ้ำยังเป็นของเก่าเก็บทั้งนั้น หากแต่งเข้าจวนกั๋วกงไปพร้อมสินเดิมแค่นี้ มีหวังโดนบ่าวไพร่ที่นั่นดูถูกตายเลยเจ้าค่ะ” ยวนยวนยืนน้ำตาคลออยู่ข้างกายหลินซวงเยี่ยนที่ถูกคลุมด้วยผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดง
ทว่าหลินซวงเยี่ยนที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเพียงแค่แค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ยวนยวนเอ๋ย เจ้าจะไปสนใจหีบไม้ผุพังพวกนั้นทำไมกัน” น้ำเสียงของนางราบเรียบไร้ซึ่งความทุกข์ร้อนใด ๆ
ร้อยยี่สิบหีบแล้วอย่างไร ต่อให้หลินซีเย่ขนทองคำไปหมดจวน ไปอยู่กับครอบครัวตระกูลเย่ที่จ้องแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อ ไม่เกินสามเดือนของพวกนั้นก็ร่อยหรอหมดอยู่ดี
“ส่วนเรื่องสินเดิมของข้า เดี๋ยวพอขบวนออกจากจวน ค่อยให้คนของเราเอามาเติมระหว่างทางก็ยังไม่สาย”
ตลอดเวลาที่นางแสร้งเก็บตัวเงียบอยู่ในเรือนเพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว นางไม่ได้อยู่เฉย ๆ แต่แอบปรุงยาล้ำค่าหลายขนาน แล้วให้คนของนางนำออกไปประมูลที่หอการค้าชื่อดังในเมืองหลวงดังเช่นที่เคยทำมา อาจกล่าวได้ว่าเงินทองที่นางหามาได้ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน มากกว่าเบี้ยหวัดที่ตระกูลหลินให้มาทั้งชีวิตเสียอีก แล้วจะไปสนทำไมกับสินเดิมที่ไร้ประโยชน์เช่นนั้น
“พี่ใหญ่ ยินดีด้วยนะเจ้าคะ”
ทว่าความคิดก็หยุดลงด้วยเสียงแหลมใสที่ดัดจริตจนเกินพอดีดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของหลินซีเย่ในชุดเจ้าสาวที่หรูหราจนตาพร่า หลินซีเย่เดินนวยนาดเข้ามายืนเทียบเคียงหลินซวงเยี่ยน จงใจให้ผู้คนเห็นความแตกต่างของเนื้อผ้าและรูปแบบชุด
“พี่ใหญ่ช่างมีวาสนายิ่งนัก สินเดิมก็มี... เอ่อ พอประมาณ แถมขบวนของจวนเติ้งกั๋วกงที่มารับหน้าจวนก็ดูยิ่งใหญ่อลังการสมฐานะเสียจริง ๆ สมแล้วที่เป็นถึงว่าที่ฮูหยินซื่อจื่อ” หลินซีเย่แสร้งยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะ ทว่าดวงตากลับทอประกายเย้ยหยัน
หลินซวงเยี่ยนปรายตามองน้องสาวผ่านผ้าคลุมหน้าผืนบาง “น้องรองก็กล่าวเกินไป ขบวนของจวนเติ้งกั๋วกงย่อมต้องสมเกียรติอยู่แล้ว ผิดกับขบวนของน้องรอง ที่ดูจะ ‘สมถะ’ เป็นพิเศษ ข้ากลัวเหลือเกินว่าเกี้ยวไม้เก่า ๆ หลังนั้นอาจจะไม่สามารถรับน้ำหนักของเครื่องประดับบนหัวของเจ้าได้ จนอาจจะหักกลางทางเสียก่อนไปถึงบ้านเจ้าบ่าวก็เป็นได้”
“เจ้า!” หลินซีเย่หน้าตึงขึ้นมาทันทีที่ถูกจี้ใจดำ พลางคิดในใจ วันนี้หลินซวงเยี่ยนเป็นบ้าอะไร จู่ ๆ เกิดกล้าต่อปากต่อคำขึ้นมา
แต่สุดท้ายหลินซีเย่ก็รีบปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้กลับมาเป็นน้องสาวผู้แสนดีด้วยความรวดเร็ว “พี่ใหญ่ช่างไม่รู้อะไรเลย ความรักหาได้ขึ้นอยู่กับวัตถุ ข้าเต็มใจไปร่วมหัวจมท้ายกับพี่เจิ้งเคอ ขอเพียงเขามีข้าอยู่เคียงข้าทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี อ้อ จริงสิ”
ก่อนที่หลินซีเย่ทำท่าราวกับเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ นางแสร้งถอนหายใจยาว “ขบวนของจวนเติ้งกั๋วกงใหญ่โตก็จริงอยู่ ทว่าน่าเสียดายที่กั๋วกงซื่อจื่อไม่ได้มารับพี่ใหญ่ด้วยตนเองนะเจ้าคะ”
หลินซวงเยี่ยนนิ่งงันไปเล็กน้อย สายตามองไปยังขบวนที่อยู่นอกประตู
