ตอนที่ 2 : เหมือนกัน 2/2
ตอนที่
[2]
เหมือนกัน
“ไม่ได้นะ!!”
เสียงแหลมสูงของใครบางคนก็ดังแหวกอากาศแทรกขึ้นมา ตัดบทคำพูดของหลินซวงเยี่ยนไปจนหมดสิ้นเสียก่อน
ทุกคนในห้องโถงต่างสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะหันขวับไปมองที่ประตู ไม่นานก็พบร่างของเด็กสาวในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้างดงามที่ประทินโฉมมาอย่างดีบัดนี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความตื่นตระหนก หน้าอกของนางกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วง
“เย่เออร์เจ้ามาทำอะไรที่นี่ มีเรื่องอันใดให้รีบร้อนกัน” เผิงหว่านรีบลุกขึ้นไปประคองบุตรสาวสุดที่รักด้วยความเป็นห่วง
ทว่าหลินซีเย่กลับสะบัดแขนพ้นจากการเกาะกุมของมารดา นางหันไปชี้หน้าหลินซวงเยี่ยนด้วยดวงตาแดงก่ำ พลางตะโกนเสียงดังกังวาน
“หลินซวงเยี่ยน เจ้าห้ามแต่งงานกับเย่เจิ้งเคอเด็ดขาด!!”
“…..”
สิ้นคำนั้นทั่วทั้งห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบงันทันที หลินจวงสิง เผิงหว่าน และหลินซีหยินต่างเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความงุนงง
แม้แต่หลินซวงเยี่ยนเองก็ยังชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน แผนการที่เตรียมไว้ในหัวสะดุดลงกะทันหัน
“เย่เออร์เจ้าพูดอะไรออกมา!” หลินจวงสิงดึงสติกลับมาได้ก่อน รีบเดินเข้าไปหาบุตรสาว
“เจ้าห้ามพี่สาวเจ้าทำไม นางแต่งกับตระกูลเย่น่ะถูกต้องแล้ว ส่วนเจ้าก็เตรียมตัวรับวาสนาใหญ่แต่งเข้าจวนเติ้งกั๋วกง…”
“ไม่! ข้าไม่แต่งเข้าจวนเติ้งกั๋วกง คนที่จะแต่งกับเย่เจิ้งเคอต้องเป็นข้า! มีแค่ข้าเท่านั้นที่แต่งได้ ส่วนนาง... หลินซวงเยี่ยน ต้องเป็นคนแต่งไปจวนเติ้งกั๋วกงแทนข้า!” หลินซีเย่กระทืบเท้าเร่า ๆ ราวกับเด็กเอาแต่ใจ
“หา!! / อะไรนะ!!” ทั้งบิดามารดาและน้องชายต่างอุทานออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“เย่เออร์ เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!” เผิงหว่านหน้าซีดเผือด เขย่าแขนบุตรสาวแรง ๆ พลางกระซิบ “เจ้าจะไปแต่งกับจวี่เหรินยากจนที่นอนเป็นผักอยู่บนเตียงทำไม จวนกั๋วกงรวยล้นฟ้า มีอำนาจล้นมือ เจ้าอยากเป็นฮูหยินซื่อจื่อมิใช่หรือ!”
“ข้า...” หลินซีเย่กัดริมฝีปากแน่น นางจะบอกได้อย่างไรเล่า ว่าจวนกั๋วกงที่ทุกคนคิดว่าเป็นแดนสวรรค์นั้น แท้จริงแล้วมันคือดงอสรพิษ!
ซื่อจื่อผู้นั้นทั้งโหดเหี้ยมและวิปริต ไหนจะญาติผู้น้องของเขาที่ร้ายกาจยิ่งกว่างูพิษ!
ในชาติก่อนนางแต่งเข้าจวนกั๋วกง ผู้ใดจะรู้ว่าสุดท้ายจะถูกทรมานจนแทบเสียสติ ถูกโยนใบหย่าใส่หน้าและไล่ตะเพิดออกมาอย่างน่าสมเพช เพียงแค่เดือนเดียวที่อยู่ที่นั่น ก็ราวกับนางตายไปแล้วหลายหมื่นหลายพันหน
แม้ออกจากจวนมายังต้องรักษาอาการทั้งภายนอกและภายในอยู่ตั้งหลายเดือน
ในขณะที่หลินซวงเยี่ยนพี่สาวที่นางเกลียดชังนั้น กลับได้เสวยสุขกับเย่เจิ้งเคอที่ฟื้นขึ้นมาสอบได้เป็นจ้วงหยวน ได้รับเกียรติยศในฐานะฮูหยินของจ้วงหยวน มีคนสรรเสริญมากมาย
ทว่าโชคกลับเข้าข้างนางนัก ทำให้นางได้ย้อนกลับแก้ไขมันใหม่อีกครั้ง ทันทีที่รู้สึกตัว นางก็รีบวิ่งมาที่นี่เพื่อหยุดยั้งงานแต่งนี้ทันที!
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านเชื่อข้าเถิด!” หลินซีเย่ตัดสินใจดึงแขนบิดามารดาให้เดินแยกออกไปที่มุมห้อง ทิ้งให้หลินซวงเยี่ยนและหลินซีหยินยืนงงอยู่กลางโถง
หลินซีเย่กระซิบเสียงเครียด “จวนเติ้งกั๋วกงไม่ใช่ที่ที่ดีนะเจ้าคะ ข้าได้ยินข่าวลือมาลับ ๆ ว่ากั๋วกงซื่อจื่อผู้นั้น เอ่อ เขามีรสนิยมวิปริต ชอบทรมานสตรี หากข้าแต่งเข้าไป มีหวังตายทั้งเป็นแน่เจ้าค่ะ ส่วนเย่เจิ้งเคอ... มีนักพรตผู้หนึ่งที่ข้าไปดูดวงมาบอกว่า เขาเป็นคนมีวาสนาใหญ่ในภายภาคหน้า หากข้าแต่งเข้าไปไม่นานเขาก็จะฟื้น และตระกูลหลินของเราจะได้พึ่งพิงบารมีเขาแน่เจ้าค่ะ”
“แต่ว่า...” หลินจวงสิงยังคงลังเล การทิ้งจวนกั๋วกงไปหาจวี่เหรินป่วยหนัก มันดูเป็นการลงทุนที่โง่เขลาสิ้นดี
“ไม่มีแต่เจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านอยากเห็นบุตรสาวสุดที่รักต้องไปตายในจวนกั๋วกงหรือเจ้าคะ” หลินซีเย่บีบน้ำตา ร้องไห้กระซิก ๆ
“ให้หลินซวงเยี่ยนไปตายแทนข้าเถิด นางเป็นแค่ลูกบุญธรรม จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ช่างปะไร แต่ข้าคือสายเลือดของพวกท่านนะเจ้าคะ ฮึก”
คำพูดนั้นจี้จุดในใจเผิงหว่านอย่างจัง มารดาผู้รักลูกดั่งดวงใจรีบเช็ดน้ำตาให้บุตรสาว “ก็ได้ ๆ แม่เชื่อเจ้า ในเมื่อเจ้าว่าจวนเติ้งกั๋วกงอันตราย แม่ก็จะไม่ส่งเจ้าไปเด็ดขาด ให้นังซวงเยี่ยนมันรับเคราะห์แทนก็แล้วกัน”
หลังจากตกลงกันเสร็จสรรพ สามคนพ่อแม่ลูกก็เดินกลับมาที่กลางโถง
เผิงหว่านกระแอมในลำคอ ปรับสีหน้าให้ดูเคร่งขรึมและทรงอำนาจ ก่อนจะหันมามองหลินซวงเยี่ยนที่ยังคงยืนนิ่งเงียบ แววตาของหลินฮูหยินแฝงไปด้วยความสมเพชและดูแคลน
“เยี่ยนเออร์ที่พวกเราพูดคุยกันเมื่อครู่นี้ ถือว่ายกเลิกก็แล้วกัน”
หลินซวงเยี่ยนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำหน้างุนงง “ยกเลิก? หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะท่านแม่”
“ก็หมายความว่า ตระกูลหลินของเรามีเมตตา ไม่อยากให้เจ้าต้องไปตกระกำลำบากดูแลคนป่วย ดังนั้น เจ้าไม่ต้องแต่งเข้าตระกูลเย่แล้ว แต่เจ้าจะต้องแต่งเข้าจวนเติ้งกั๋วกง ในฐานะฮูหยินของกั๋วกงซื่อจื่อแทนเย่เออร์”
“หา!” หลินซวงเยี่ยนแสร้งทำตาโต อ้าปากค้างราวกับตกใจสุดขีด ที่จริงแล้วเรื่องนี้ก็เหนือความคาดหมายของนางไม่น้อย
“ตะ... แต่งเข้าจวนเติ้งกั๋วกงหรือเจ้าคะ แต่ว่าที่นั่น...”
“นี่คือวาสนาสูงสุดในชีวิตของเจ้าแล้ว!” เผิงหว่านตวาดขัดขึ้นมาทันที
“บุตรสาวบุญธรรมต่ำต้อยเช่นเจ้า ได้เป็นถึงฮูหยินซื่อจื่อ นับว่าสวรรค์โปรดปรานเจ้ามากแค่ไหนแล้ว จงรับวาสนานี้ไว้ด้วยความกตัญญูเสีย!”
นางเดินเข้ามาใกล้หลินซวงเยี่ยน หรี่ตามองอย่างดุดันพลางกดเสียงต่ำข่มขู่ “แต่เจ้าจงจำใส่หัวเอาไว้ให้ดี อย่าได้คิดว่าได้แต่งเข้าจวนใหญ่โตแล้ว จะใช้สถานะนี้มากดข่มเย่เออร์ที่เป็นน้องสาวของเจ้า อย่าได้คิดหลงระเริงว่าตนเองกลายเป็นหงส์ขึ้นมาจริง ๆ เล่า เพราะกำพืดเดิมของเจ้า มันก็แค่กาฝากที่ตระกูลหลินเก็บมาเลี้ยง เข้าใจหรือไม่!”
หลินซวงเยี่ยนก้มหน้าลง ซ่อนแววตาวาวโรจน์ที่กำลังพาดผ่านดวงตาคู่งาม ไหล่บอบบางสั่นสะท้านเล็กน้อยคล้ายคนกำลังหวาดกลัว ทว่าแท้จริงแล้วนางกำลังพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านแม่” นางตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและว่าง่าย
“ดีมาก!” เผิงหว่านพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“เช่นนั้นเรื่องก็จบลงตามนี้ พ่อกับแม่จะไปส่งข่าวให้ตระกูลเย่ทราบ ส่วนเจ้าก็กลับไปเตรียมตัวที่เรือนเสีย งานมงคลจะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า...” หลินจวงสิงกล่าวสรุปอีกครั้ง
หลังกล่าวจบ หลินจวงสิง เผิงหว่าน และหลินซีหยินก็พากันเดินออกจากห้องโถงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไปจัดการเรื่องวุ่นวายต่อ ทิ้งให้สองพี่น้องยืนเผชิญหน้ากันอยู่เพียงลำพัง
หลินซีเย่เดินเข้ามายืนตรงหน้าหลินซวงเยี่ยน สายตาของนางกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความอิจฉาริษยาที่พยายามปิดบังเอาไว้ แต่ก็ยังคงความเย่อหยิ่งจองหอง
ก็แค่กาฝาก มีสิทธิ์อันใดมางดงามกว่านาง วาสนาดีกว่านาง หลินซวงเยี่ยนเจ้าจงตายตกไปเสีย เพราะชาตินี้เจ้าไม่ได้แค่ต้องถูกโยนออกจากจวนเช่นข้าอย่างในอดีตอย่างเดียวเป็นแน่
นางเชิดคางขึ้น มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะเอ่ยประโยคทิ้งท้าย
“วาสนาดี ๆ ที่ข้ามอบให้ โปรดรับไว้ให้ดีเถิดพี่ใหญ่ หึ”
สิ้นเสียงแค่นหัวเราะ หลินซีเย่ก็สะบัดแขนเสื้อเดินเชิดหน้าออกจากห้องโถงไปอย่างผู้ชนะ ปล่อยให้หลินซวงเยี่ยนยืนนิ่งอยู่กลางห้อง
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง แผ่นหลังที่เคยค้อมต่ำของหลินซวงเยี่ยนก็ค่อย ๆ ยืดตรงขึ้น ใบหน้าที่เคยแสดงความหวาดกลัวและอ่อนน้อม บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเย่อหยิ่ง
นางคลายนิ้วที่บีบคลึงยาตรึงวิญญาณใต้แขนเสื้อออก ปล่อยให้ยาลูกกลอนเม็ดเล็กนั้นร่วงหล่นลงสู่พื้น ก่อนจะใช้ปลายรองเท้าบดขยี้มันจนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี
‘ดูเหมือนว่า... แผนการเดิมคงต้องยกเลิกเสียแล้ว’
ดวงตาดุจหงส์หรี่ลง ทอประกายลึกล้ำสุดหยั่ง สมองอันชาญฉลาดของนางกำลังประมวลผลเหตุการณ์ประหลาดที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เดิมทีนางคิดจะหลีกหนีการแต่งงาน ทว่าท่าทีของหลินซีเย่เมื่อครู่นี้ มันผิดปกติเกินไป
คนอย่างหลินซีเย่ที่รักความสบายและความใฝ่สูง จะยอมทิ้งจวนกั๋วกงที่สูงศักดิ์ไปแต่งกับบัณฑิตยากจนที่นอนเป็นผักเนี่ยน่ะหรือ ซ้ำยังพูดจาราวกับรู้ล่วงหน้าบางอย่าง
มีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นที่อธิบายเรื่องนี้ได้...
‘หึ ที่แท้น้องสาวที่แสนดีของข้า ก็ได้ย้อนเวลากลับมาเช่นกันสินะ’
หลินซวงเยี่ยนหลุดขำออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะของนางใสกังวานทว่าเย็นเยียบไปถึงกระดูก
หากให้เดาหลินซีเย่ที่เคยแต่งเข้าจวนกั๋วกงไปแล้วในชาติก่อน คงได้พบกับเรื่องที่ทำให้ทนไม่ไหว จึงได้กระเสือกกระสนทิ้งมันไปอย่างง่ายดายในชาตินี้ และคงจะจำได้ว่าเย่เจิ้งเคอฟื้นขึ้นมาเป็นจ้วงหยวน จึงคิดจะพลิกวาสนาไปรับความดีความชอบนั้นแทนนาง
ช่างโง่เขลาเสียจริง
หลินซีเย่คิดหรือว่าเย่เจิ้งเคอฟื้นขึ้นมาได้เองเพราะปาฏิหาริย์?
หากไม่มี ‘วิชาแพทย์’ ของนาง ไม่มีสมุนไพรราคาแพงที่นางใช้เงินมากมายซื้อมาบำรุง เย่เจิ้งเคอก็เป็นได้แค่อาหารหนอนในหลุมศพเท่านั้น!
“แต่งไปจวนเติ้งกั๋วกงเช่นนั้นหรือ...” หลินซวงเยี่ยนพึมพำกับตนเอง รอยยิ้มงดงามและมาดร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ก็ได้ ในเมื่อเจ้ายัดเยียด ‘วาสนา’ นี้มาให้ข้า ข้าก็จะขอรับมันไว้ด้วยความเต็มใจ
ครานี้นางคงต้องวางแผนให้รัดกุมมากกว่าเดิม เพราะจวนเติ้งกั๋วกงคงไม่ใช่สถานที่เรียบง่าย มิเช่นนั้นหลินซีเย่คงไม่พยายามหลีกหนีเช่นนั้น
“ข้าชักจะอดใจรอวันแต่งงานของพวกเราไม่ไหวเสียแล้วสิ”
กล่าวจบหลินซวงเยี่ยนก็หมุนกายเดินออกจากห้องโถง ทิ้งอดีตอันอ่อนแอไว้เบื้องหลัง ก้าวเดินสู่เส้นทางใหม่ที่นางจะเป็นผู้กำหนดหมากทุกตัวบนกระดานด้วยมือของนางเอง!
