2 จัดการศพ
2
จัดการศพ
จ้าวเจียลี่วางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะแผ่วเบา สายตาเย็นเยียบจ้องมองร่างของจางเว่ยถิงที่ยังคงดิ้นพล่านและตีบทแตกอยู่บนเตียง กิริยาเหล่านั้นดูน่าสมเพชเสียจนเธออยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ชาติก่อนเธอโง่งมจนมองไม่ออกว่าชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีกำลังหลอกลวงครั้งใหญ่ แต่ในชาตินี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ในเมื่อเขาอยากแกล้งตายเพื่อหนีไปหาคนรัก เธอก็จะสงเคราะห์ให้เขาได้ตายไปจากโลกนี้จริงๆ ตามความปรารถนา
เสียงผลักประตูดังพร้อมกับการปรากฏตัวของหลี่กุ้ยเซียนที่รอจังหวะอยู่แล้ว ทันทีที่ผู้เป็นแม่ก้าวพ้นประตู จางเว่ยถิงก็กระตุกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะแน่นิ่งไปราวกับคนสิ้นลมหายใจจริงๆ
“เว่ยถิง! เว่ยถิง! ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ละ”
หลี่กุ้ยเซียนโผเข้าหาเตียง ปากพร่ำเรียกชื่อลูกชายเสียงหลงแล้วหันมาถลึงตาใส่จ้าวเจียลี่ที่นั่งนิ่งอยู่มุมห้อง ยกมือชี้หน้าสะใภ้ที่เพิ่งแต่งงานไม่ทันข้ามคืนด้วยความโกรธแค้น
“เจียลี่! เธอมันตัวซวย! เธอมันผู้หญิงกินผัว! เว่ยถิงของฉันแข็งแรงมาตลอด ทำไมพอแต่งกับเธอเขาถึงได้มาด่วนจากไปแบบนี้ เธอฆ่าลูกชายฉัน!”
จ้าวเจียลี่ไม่โต้ตอบแต่ค่อยๆ บีบน้ำตาแล้วทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเตียง ท่าทางของเธอดูโศกเศร้าจนแยกไม่ออกว่ามันคือการแสดงที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าจางเว่ยถิงเสียอีก
“แม่คะ ฉันเองก็แทบใจจะขาด ไม่คิดเลยว่าเว่ยถิงจะจากไปเร็วขนาดนี้ ในเมื่อฟ้าดินกำหนดมาแบบนี้ ฉันที่เป็นภรรยาก็ต้องยอมรับชะตากรรม”
เจียลี่ยกชายเสื้อขึ้นซับน้ำตาที่หางตาพลางลอบมองร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง จางเว่ยถิงคงกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องในใจที่แผนสำเร็จลุล่วง โดยไม่รู้เลยว่าจ้าวเจียลี่มีแผนการใดรออยู่
“แต่แม่ไม่ต้องกังวลนะคะ ถึงเว่ยถิงจะจากไปแล้วแต่ฉันยังอยู่ที่นี่ ฉันจะจัดพิธีศพให้เขาอย่างสมเกียรติที่สุด จะไม่ให้ใครมาดูถูกตระกูลจางได้ และหลังจากส่งเว่ยถิงขึ้นสวรรค์แล้วฉันจะอยู่ปรนนิบัติแม่แทนเขาเองค่ะ ฉันจะดูแลแม่ให้ดีเหมือนที่เว่ยถิงตั้งใจไว้”
หลี่กุ้ยเซียนชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำว่าดูแลให้ดีและจัดงานศพให้อย่างสมเกียรติ คิดไม่ถึงเลยว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนอย่างง่ายดาย ส่วนจางเว่ยถิงที่แกล้งตายอยู่มุมปากแอบลอบยิ้ม เขาไม่คิดว่าจ้าวเจียลี่จะใจกว้างถึงขั้นยอมรับภาระทุกอย่างคนเดียว
แต่ก็อย่างว่า...ก่อนหน้านั้นจ้าวเจียลี่รักเขามาก เธอย่อมต้องทำเพื่อเขาได้ทุกอย่าง และการตายปลอมๆ นี้ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิดจนต้องแบกรับทุกอย่างไว้เอง เขาเดาไม่ผิดเลยจริงๆ ว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้ พอผู้หญิงมีรักก็มักจะโง่เขลาเสียยิ่งกว่าหมู
“เว่ยถิง...ชาตินี้เราคงไม่มีโอกาสได้ร่วมเรียงเคียงหมอนกันแล้ว ต่อจากนี้ไปฉันจะดูแลทุกอย่างแทนคุณเอง คุณไปอย่างหมดห่วงเถอะนะคะ”
เจียลี่ขยับเข้าไปใกล้เตียง มือเรียวบางลูบไปที่หน้าอกของจางเว่ยถิงอย่างแผ่วเบาแต่เน้นน้ำหนักจนร่างนั้นต้องพยายามกลั้นหายใจสุดชีวิต
“หลับให้สบายนะเว่ยถิง ฉันจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเอง”
หลี่กุ้ยเซียนได้ยินคำรับปากอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าลูกสะใภ้จะรับผิดชอบเลี้ยงดูตนไปชั่วชีวิตหัวใจก็พองโต หญิงแก่ลอบยิ้มกริ่มพลางชำเลืองมองลูกชายที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง แต่แล้วก็ต้องใจหายเมื่อเห็นจางเว่ยถิงกลั้นหายใจจนใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำด้วยความทรมาน หากปล่อยไว้เช่นนี้แผนแกล้งตายอาจกลายเป็นการตายจริง หลี่กุ้ยเซียนจึงรีบเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการแผดเสียงร้องโฮออกมาอีกรอบ ก่อนจะทิ้งตัวลงแกล้งเป็นลมหมดสติไปทันที
จ้าวเจียลี่มองดูการแสดงละครของสองแม่ลูกด้วยสายตาเรียบเฉย เธอจำใจพยุงร่างของหลี่กุ้ยเซียนไปส่งยังห้องนอน พอนอนลงบนเตียงหลี่กุ้ยเซียนก็แสร้งทำเป็นสะลึมสะลือคล้ายคนเพิ่งได้สติ หล่อนคว้ามือเจียลี่ไว้แน่นแล้วสั่งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เจียลี่ ในเมื่อเว่ยถิงเขาไปสบายแล้วเธอก็ต้องเป็นคนจัดการ คนตายแล้วจะปล่อยให้ศพอยู่แบบนั้นนานไม่ได้ต้องรีบบรรจุศพลงโลง เธอไปตามลุงจูคนทำศพที่ท้ายหมู่บ้านมาที ลุงจูแกรู้ดีว่าต้องจัดการศพอย่างไรบ้าง รีบไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”
ที่รีบเร่งเพราะก่อนหน้านี้ได้นัดแนะกับลุงจูไว้ว่าให้ช่วยอำนวยความสะดวกในการนำศพใส่โลง จ้าวเจียลี่พยักหน้ารับคำอย่างว่าง่ายแต่ในใจกลับหัวเราะเยาะ เธอรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมนี้ดี ชาติก่อนลุงจูคือคนสำคัญที่ช่วยให้จางเว่ยถิงออกจากโลงได้อย่างง่ายดาย เป็นเพราะฝาโลงไม่ได้ตอกตะปูนั่งเอง
“ฉันจะไปตามคนทำศพมาเดี๋ยวนี้ค่ะแม่ แม่พักผ่อนก่อนเถอะนะคะ”
จ้าวเจียลี่ได้ไปว่าจ้างคนทำศพจากร้านหัวซอยไม่ได้ไปตามลุงจูตามที่แม่สามีบอก เธอยื่นเงินให้คนทำศพไปจำนวนหนึ่งเพื่อขอให้เขาเจาะรูด้านข้างโลงเป็นรูเล็กๆ เธออ้างว่าโลงศพก็เหมือนบ้านอีกหลังของสามี กลัวว่าสามีจะอึดอัดและอยากให้เขานอนหลับให้สบายไปชั่วนิรันด์ เมื่อคนทำศพนำโลงศพไปที่บ้านเพื่อบรรจุร่างไร้วิญญาณ เขาก็ทำท่าจะจับชีพจรของเว่ยถิงดูเพื่อตรวจสอบ เธอที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบเบี่ยงประเด็นทันที
“เดี๋ยวฉันเอาเขาใส่โลงด้วยตนเองจะดีกว่า ฉันอยากทำเพื่อสามีเป็นครั้งสุดท้าย”
“เอางั้นเหรอ”
“ค่ะ”
เจียลี่ประคองร่างสามีเข้าไปในโลงอย่างยากลำบากแต่เธอก็กัดฟันทำจนสำเร็จ หลังจากบรรจุร่างเว่ยถิงลงโลงแล้วเถ้าแก่ร้านก็ขอตัวกลับไป หลี่กุ้ยเซียนทำทีเดินอ่อนแรงออกมาดู ขณะนั้นที่ด้านนอกแขกเหรื่อทยอยเข้ามาแสดงความเสียใจแล้วหลายคน หลี่กุ้ยเซียนจึงหยุดมองโลงศพของลูกชายแวบเดียวแล้วเดินไปรับแขก หลังจากเสร็จพิธีตามความเชื่อก็เข้าสู่การนำศพไปฝังที่สุสานสาธารณะของหมู่บ้าน
จ้าวเจียลี่มองดูโลงศพของสามีด้วยสายตาว่างเปล่า แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความอาฆาต ชาติก่อนในวันที่ประกอบพิธีฝังศพกำมะลอของจางเว่ยถิง ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม ฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างหนักจนน้ำท่วมขังหน้าดิน ทุ่งนาและสุสานกลายเป็นทะเลโคลน น้ำฝนที่เย็นยะเยือกซึมผ่านหน้าดินลงไปสะสมอยู่รอบโลงศพหลายชั่วโมง น่าเสียดายที่ตอนนั้นเสี่ยวเหมยพาคนไปขุดเขาขึ้นมาจากหลุมได้ทันเวลา จางเว่ยถิงถึงได้มีชีวิตรอดกลับมาฆ่าเจี่ยลี่ในอีกห้าปีต่อมา แต่ชาตินี้นะเหรออย่าฝัน!
เธอจำเรื่องราวนั้นได้ดี ครั้งนี้เธอจึงเลือกเจาะรูเล็กๆ ไว้ที่โลงศพในจุดที่คนไม่สังเกตุ ไม่ใช่เพื่อให้เขามีอากาศหายใจได้สะดวกแต่เพื่อให้น้ำฝนซึมเข้าไปในโลงได้สะดวกขึ้นต่างหาก ถ้าเสี่ยวเหมยช่วยเขาออกมาไม่ทันเวลา จางเว่ยถิงจะต้องนอนแช่อยู่ในน้ำที่ค่อยๆ เพิ่มระดับขึ้นอย่างช้าๆ เขาจะได้ลิ้มรสความทรมานของการขาดอากาศหายใจและตายอย่างทรมานที่สุด
