บทที่ 3 วางแผนชีวิตใหม่
บทที่ 3
วางแผนชีวิตใหม่
โฉวเฉิงเยี่ยและโฉวรั่วเซวียนชะงักงัน ความเย็นชาที่แผ่ออกจากร่างมารดาทำให้พวกเขารู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ท่านแม่...มองหน้าข้าเช่นนี้ มีอะไรหรือเจ้าคะ” โฉวรั่วเซวียนถามอย่างหวั่นเกรง ในใจรู้สึกตื่นตระหนกไม่น้อย
หรือท่านแม่ได้ยินเรื่องที่นางตั้งใจมาขอเงินซื้อเครื่องประดับแล้ว?
“ท่านแม่ ข้าไม่ได้...”
โฉวรั่วเซวียนอ้าปากหมายจะแก้ตัว แต่อวี้อันหนิงกลับตัดบทขึ้นอย่างไม่ใยดี
“ข้าต้องการพักผ่อน แต่พวกเจ้ากลับมายืนส่งเสียงน่ารำคาญอยู่หน้าห้อง...ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าให้หมด!”
คำพูดเฉียบขาดและไร้เยื่อใย ทำเอาสองพี่น้องยืนตะลึงลาน
แม้มารดาจะจู้จี้และเข้มงวด แต่ไม่เคยพูดจาขับไล่หรือมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชาราวกับคนแปลกหน้าเช่นนี้
เกิดอะไรขึ้นกับท่านแม่กันแน่?
โดยไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ตั้งตัว อวี้อันหนิงหมุนกายกลับ เตรียมปิดประตู ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ท่านแม่...ฟื้นแล้วหรือขอรับ!”
อวี้อันหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมามองร่างที่เพิ่งก้าวเข้ามา
โฉวเฉิงจือ บุตรชายคนเล็ก
แม้อายุเพียงสิบห้าปี แต่เพราะถอดแบบโฉวจิ้งเหอมาแทบทุกกระเบียด ร่างกายจึงสูงใหญ่ ทว่าใบหน้าและแววตายังฉายแววไร้เดียงสาตามวัย
ลูกชายคนเล็กมักเป็นแก้วตาดวงใจของทั้งบ้าน อวี้อันหนิงเองก็คิดเช่นนั้นไม่ต่างกัน
นางจึงอบรมและเข้มงวดกับเขามากกว่าคนอื่น หวังให้เติบใหญ่เป็นบุรุษที่สง่างามและมีอนาคตที่ดี
ถึงขั้นจัดการหมั้นหมายเขากับ ‘จ้าวเหม่ย’ คุณหนูตระกูลแม่ทัพผู้เฉลียวฉลาด แต่ใครจะคาดคิดว่าจ้าวเหม่ยกลับปฏิเสธการหมั้นหมายต่อหน้าธารกำนัล ทั้งยังใช้ถ้อยคำถากถางจนโฉวเฉิงจืออับอายไปทั่วเมืองหลวง
นับแต่นั้น เด็กหนุ่มที่เคยสดใสก็เปลี่ยนไป ดื่มสุราและเล่นการพนัน กลายเป็นคนเสเพล ไร้ความทะเยอทะยาน จนสุดท้ายกลายเป็นขยะในจวนโฉว
ชาตินี้...นางจะไม่ยอมให้ความปรารถนาดีอันโง่เง่าของตนเอง ทำลายอนาคตลูกชายคนเล็กจนย่อยยับอีกเป็นอันขาด!
อวี้อันหนิงเพียงพยักหน้ารับอย่างนิ่งสงบ แล้วปิดประตูใส่หน้าลูกๆ ทันที
โฉวเฉิงจือยืนเกาหัวงุนงง “เกิดอะไรขึ้นกับท่านแม่หรือขอรับ?”
โฉวเฉิงเยี่ยและโฉวรั่วเซวียนสบตากัน พลางยักไหล่อย่างหาสาเหตุไม่ได้
…
…
ภายในห้องนอนที่เงียบสงบ อวี้อันหนิงเอนกายลงบนเตียงได้ไม่นาน เสียงเปิดประตูเบาๆ ก็ดังขึ้น
สาวใช้วัยสิบหกสิบเจ็ดปียกถาดยาเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง ทันทีที่เห็นใบหน้านั้น หัวใจของอวี้อันหนิงก็กระตุกวูบ
“อาชิว...”
เด็กสาวคนนี้คือหลานสาวของแม่นมซุน ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อนางมากที่สุด
ทว่าในชาติก่อน อาชิวกลับถูกคนของหลิวซู่หลานล่อลวงให้แต่งงานกับชายชั่วสารเลว ทั้งโดนทำร้าย ถูกสามีไถเงิน และยังต้องมาตายเพราะคลอดลูกยาก
“อาชิว...เป็นเจ้าจริงๆ หรือ?” อวี้อันหนิงถามย้ำด้วยเสียงสั่นเครือ
อาชิวแม้จะแปลกใจกับท่าทีและคำถามของฮูหยินใหญ่ แต่ก็รีบวางถาดยาลงบนโต๊ะ ก่อนเข้ามาประคองอวี้อันหนิง พลางตอบอย่างนอบน้อม
“อาชิวเองเจ้าค่ะ ฮูหยินใหญ่มีสิ่งใดให้อาชิวรับใช้หรือเจ้าคะ?”
อวี้อันหนิงทอดมองเด็กสาวด้วยความเอ็นดูระคนเวทนา ชาตินี้นางจะไม่มีวันปล่อยให้สาวใช้ตัวน้อยแสนดีต้องรับกรรมอันน่าสลดเช่นนั้นอีก!
นางสูดหายใจลึก พลางตบหลังมืออาชิวเบาๆ
“ไม่มีอะไร...ข้าแค่สับสนเพราะอาการป่วย ว่าแต่แม่นมซุนไปไหน เหตุใดข้ายังไม่เห็นนาง”
“แม่นมไปส่งเทียบข่าวที่จวนตระกูลจ้าว ตามคำสั่งของฮูหยินใหญ่เจ้าค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้อวี้อันหนิงร่างแข็งทื่อขึ้นมาทันใด!
ก่อนหน้านี้ นางตั้งใจจะไปเยือนจวนตระกูลจ้าวเพื่อเจรจาเรื่องการหมั้นหมายระหว่างโฉวเฉิงจือกับจ้าวเหม่ย แต่เพราะป่วยกะทันหัน จึงให้แม่นมส่งเทียบไปแจ้งว่าตนไม่สะดวก
นับว่าสวรรค์ยังเมตตา การหมั้นหมายที่ทำลายชีวิตลูกชายคนเล็กของนางยังไม่ทันเกิดขึ้น!
อวี้อันหนิงยกมือกุมขมับ ก่อนเงยหน้ามองเพดานด้วยแววตาอ่อนล้า ทว่าลึกลงไปกลับฉายประกายความแน่วแน่
ชาตินี้...นางจะไม่เคี่ยวเข็ญลูกๆ อีกต่อไป แต่จะปล่อยให้พวกเขาเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตนเอง ส่วนนางจะคอยเฝ้ามองอยู่เบื้องหลังเท่านั้น
