บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

บทที่ 2

“หว่านหนิง…แม่ร่างกายไม่แข็งแรงนัก”

เสียงของมารดาในวันนั้นยังคงชัดเจน หญิงวัยกลางคนผู้แต่งกายงดงามเกินฐานะฮูหยินของขุนนางขั้นห้า ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปาก ก่อนจะไอออกมาอย่างรุนแรง

เมื่อผ้าเช็ดหน้าลดลง…สีแดงฉานของเลือดก็ปรากฏ

“เจ้ายังเด็กนัก…แม่อยากให้เจ้าอยู่กับแม่ก่อน”

หว่านหนิงตกใจจนหน้าซีด

“ท่านแม่! ท่านเป็นอะไรหรือเจ้าคะ”

นางก้าวเข้าไปหาอย่างร้อนรน แต่ผู้เป็นแม่เพียงส่ายหน้า ไอแค่ก ๆ ไม่ยอมเอ่ยสิ่งใด

“เจ้าจะถามแม่เจ้าทำไม” เสียงของบิดาดังขึ้น “นางก็ป่วยน่ะสิ ตอนท้องเจ้านางไม่แข็งแรง คลอดเจ้าก็แทบเอาชีวิตไปทิ้ง จะป่วยบ่อยก็ไม่แปลก”

คำพูดนั้น…ทำให้หัวใจของหว่านหนิงสั่นสะเทือนน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

“หากเป็นเช่นนี้…ข้ายังไม่แต่งกับคุณชายโจวก็ได้เจ้าค่ะ” นางเอ่ยเสียงเบา

โดยไม่ทันคิด…

ว่าหากมารดาอ่อนแอถึงเพียงนั้น แล้วน้อง ๆ ที่เกิดตามมาอีกหลายคนเล่า…คือสิ่งใด

แต่ในตอนนั้นนางไม่ได้คิด นางเลือกที่จะเชื่อและเลือกที่จะเสียสละ

หลังจากนั้น…ก็มีคนมาสู่ขออีก

ครั้งนี้เป็นบุตรของท่านเจ้ากรม แม้จะเกิดจากอนุ แต่เขาเป็นบุรุษที่ขยัน ซื่อสัตย์ และมีตำแหน่งขุนนางขั้นเดียวกับบิดาของนาง

นับว่าเป็นคู่ครองที่เหมาะสมยิ่ง

เขายังกล่าวอย่างจริงใจ

“ข้าเห็นแม่นางหลินเป็นคนขยัน หากแต่งกันแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปอยู่เรือนนอก ไม่ให้เจ้าต้องลำบากใจในเรือนใหญ่”

คำพูดนั้น…ทำให้หัวใจของหว่านหนิงสั่นไหวเล็กน้อย

ชีวิตที่เป็นอิสระ…

ชีวิตที่ไม่ต้องแบกรับทุกอย่าง…

มันช่างหอมหวานเหลือเกิน แต่

“ช่วงนี้ที่บ้านเรามีคนป่วย” บิดาของนางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“คงยังไม่เหมาะจะมีงานมงคล หากคุณชายรอได้…เราก็ไม่ขัด” ถ้อยคำดูเหมือนเปิดทาง

แต่แท้จริงแล้ว…คือการปฏิเสธอย่างสุภาพ

เพราะการรอคอยนั้น…ไม่ได้มีแค่ไม่กี่เดือนหากต้องรอจนกว่าคนป่วยจะหาย

หรือ…หากไม่หาย ก็ต้องรอผ่านช่วงไว้ทุกข์

หลายปี…

ใครจะรอได้เล่า

สุดท้าย…ชายผู้นั้นก็จากไป

เหตุการณ์เช่นนี้…เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทุกครั้งที่มีคนมาสู่ขอล้วนมีเหตุผลล้วนมีข้ออ้างล้วนมี “ความจำเป็น” ที่ทำให้นางต้องอยู่ต่อ ปีแล้วปีเล่า จากดอกไม้ที่งดงาม ค่อย ๆ เหี่ยวเฉาจากหญิงสาววัยแรกแย้มกลายเป็นสตรีที่เริ่มถูกมองข้ามกระทั่งอายุยี่สิบเจ็ดปี ช่วงสุดท้ายที่ยังพอมีคนมองเห็นค่า

คหบดีเฒ่าผู้หนึ่งมาสู่ขอ เขาร่ำรวยมหาศาลแต่ชรามากเสียจนแทบจะเป็นปู่ของนางได้

ครอบครัวของนาง…ไม่ตอบตกลง

“หากต้องแต่งไปกับคนเช่นนั้น มิสู้อยู่จวนเราดีกว่า”

บิดากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พ่อยินดีดูแลเจ้าไปจนแก่เฒ่า หนิงเอ๋อ”

ในตอนนั้น…หว่านหนิงรู้สึกอบอุ่น

นางคิดว่า…ครอบครัวรักนาง

รักมากพอ…ที่จะไม่ยอมให้นางไปลำบาก

นางยิ้มทั้งน้ำตาและเลือกที่จะอยู่ต่อ

แต่เมื่อเวลาผ่านไปนางจึงได้รู้ว่า…สิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” นั้นแท้จริงแล้วคืออะไร

น้อง ๆ ของนางแต่งออกไปทีละคนแต่ละคนมีชีวิตของตนเอง มีเรือนของตนเอง มีครอบครัวของตนเอง

แม้แต่น้องชาย…ยังแยกเรือนไป ไม่มีใครกลับมาดูแลจวน ไม่มีใครดูแลบิดามารดา มีเพียงหว่านหนิง ที่ยังคงอยู่ ทำทุกอย่าง เหมือนเดิม

แต่ถึงอย่างนั้น…น้อง ๆ ก็ยังกลับมา ไม่ใช่เพื่อเยี่ยมเยียน ไม่ใช่เพื่อแสดงความกตัญญู

แต่เพื่อ…

“ขอเงิน”

หว่านหนิงในวัยสี่สิบกว่าจึงเริ่มเข้าใจ เริ่มมองเห็นบางสิ่งที่เคยมองไม่เห็น ร่างกายของมารดา…ยังแข็งแรง ผิวพรรณยังดี แววตายังสดใสแม้แต่ท่านย่า…ก็ยังดูมีชีวิตชีวาต่างจากนาง…ที่เหมือนใกล้ดับลงทุกขณะ

ความสงสัยเริ่มก่อตัวแต่ตลอดชีวิตนางถูกสอนให้ “ไม่ตั้งคำถาม”ถูกสอนให้ “ยอมรับ”

ดังนั้น…นางจึงปลอบตนเอง

“ที่ท่านแม่ยังแข็งแรง…ก็เพราะข้าดูแลดี”

“แค่ข้าจัดการจวนได้…ก็พอแล้ว”

นางยิ้มและทำหน้าที่ต่อไปจนกระทั่ง…

วันหนึ่ง เสียงสนทนาบางอย่างดังขึ้น โดยที่นางไม่ได้ตั้งใจจะได้ยิน

“ช่วงนี้เจ้า…ทำตัวดูสบายเกินไปหรือเปล่า” เสียงของบิดาดังขึ้นอย่างไม่พอใจนัก “เดี๋ยวหว่านหนิงก็สงสัยหรอก”

หว่านหนิงที่ยืนอยู่นอกห้องชะงักลมหายใจหยุดลง นางไม่ตั้งใจจะฟัง แต่เท้ากลับก้าวไม่ออก

“จะสงสัยอะไร”เสียงของมารดาตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนางกำลังนั่งปลอกส้มอย่างสบายอารมณ์

“นางเชื่อข้ามาตลอด ไม่เคยตั้งคำถามสักครั้ง” เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น

หัวใจของหว่านหนิง…หล่นวูบลงไปในเหวลึก

“แต่ช่วงนี้นางเริ่มอ่อนแรงแล้วนะ” บิดากล่าวต่อ “หากนางล้มลงจริง ๆ ใครจะดูแลจวน”

“ก็ใช้นางจนถึงที่สุดสิ” คำตอบนั้น…เรียบง่ายและโหดร้าย

“อย่างไรนางก็ไม่มีที่ไปอยู่แล้ว”มารดากล่าวอย่างเฉยเมย “แต่งก็ไม่ได้แต่ง ออกไปไหนก็ไม่มีใครเอา”

“อย่างน้อยก็ยังมีประโยชน์ให้ใช้”

คำพูดแต่ละคำ…

เหมือนค้อนหนัก ๆ ทุบลงบนหัวใจของหว่านหนิง ครั้งแล้วครั้งเล่า

“เรื่องที่ข้าแกล้งป่วยตอนนั้น…นางก็เชื่อสนิท”

มารดาหัวเราะเบา ๆ “เด็กคนนี้โง่จริง ๆ”

ในวินาทีนั้น…โลกทั้งใบของหว่านหนิงพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

ที่แท้…ทุกอย่างเป็นเพียงการแสดง

ไม่มีความเจ็บป่วย ไม่มีความจำเป็น ไม่มีความรัก

มีเพียง…การหลอกลวง

หว่านหนิงถอยหลังไปหนึ่งก้าว เท้าสั่น หัวใจสั่น แต่ไม่มีน้ำตา เพราะน้ำตา…มันแห้งไปนานแล้ว

นางยกมือขึ้นปิดปากไม่ให้เสียงสะอื้นหลุดออกมาก่อนจะหันหลังและเดินจากไป ช้า ๆ

ในใจ…มีเพียงความคิดเดียว

“ที่แท้…ข้าเป็นเพียงเครื่องมือ”

และในค่ำคืนนั้นอาการไอของนางก็หนักขึ้นกว่าเดิม

ราวกับร่างกายรับรู้…ว่าความจริงที่ได้รู้

มันหนักหนาเกินกว่าจะทนไหว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel