บท
ตั้งค่า

14. ตัวร้ายกลับมาแล้ว

หลังจากยืนรอสาวใช้เตรียมน้ำไม่นานนัก มู่ฉินก็เดินเข้าเรือนพักอันโอ่อ่าแห่งนี้ ด้วยท่าทางของคนอยากรู้อยากเห็นตามประสาคนที่มาจากโลกปัจจุบัน ทว่าในสายตาบ่าวไพร่กลับกำลังคิดว่านางก็เหมือนสตรีบ้านนอกที่ไม่เคยเห็นของสวยงาม

ถึงกระนั้นสาวใช้ที่ส่งสายตาหยันอยู่ในทีก็ไม่กล้าเอ่ยอันใด เพราะคำสั่งของคนสนิทท่านอ๋องนั้น นับว่าเป็นคำประกาศิตไม่ต่างจากคำสั่งของผู้เป็นนาย บ่าวเช่นพวกนางไม่อาจไม่เชื่อฟัง

“พวกเจ้าไม่ต้องช่วยข้า ข้าอาบเองได้” มู่ฉินเอ่ยบอกสาวใช้ที่กำลังเดินตามเข้ามา ทั้งสามหยุดชะงักพลางตั้งท่าจะปฏิเสธ “ข้าบอกว่าข้าอาบเองได้ ข้าไม่ใช่เด็กสามขวบนะที่จะได้อาบน้ำเองไม่เป็น พวกเจ้าช่วยข้าแต่งตัวก็พอ” ครานี้เสียงเข้มขึ้น ทั้งสามจึงย่อกายให้แล้วก็พากันออกไปยืนรอที่หน้าประตู

เมื่อไม่มีใครนางก็พ่นลมหายใจแรง “เฮ้อ! อะไรนักหนาก็ไม่รู้ คนจะอาบน้ำยังจะตามเข้ามาดูอีก ใครเขาจะบ้าให้ดู”

ผ่านไปหนึ่งเค่อ หญิงสาวที่เคยมีใบหน้ามอมแมมเปื้อนเปรอะ ก็กลับมางดงามดั่งเทพธิดาที่ได้โอกาสมาเยือนโลกมนุษย์ มีเพียงผมเท่านั้นที่ยังไม่ถูกเกลาขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น เพราะมันยังไม่แห้งพอที่จะรวบเก็บตามธรรมเนียมของสตรี

จากนั้นนางก็ออกมานั่งทานอาหารที่ห้องโถงหน้าเรือน ซึ่งที่หน้าประตูมีหลิงชุนยืนเฝ้าอยู่ เมื่อเห็นหน้าอนุของผู้เป็นนายเขาก็ตะลึงงัน ก่อนจะรีบเบี่ยงใบหน้าไปทางอื่นตามมารยาท

“ใต้เท้า ท่านทานอะไรหรือยัง” มู่ฉินตะโกนถาม

“ขอบคุณนายหญิงสี่ที่ห่วงใย ข้าทานแล้วขอรับ”

“อืม” มู่ฉินพยักหน้ารับแล้วก็หันมาสนใจอาหารที่วางเรียงราย ไม่นานนักจานที่ตั้งอยู่บนโต๊ะก็เหลือเพียงความว่างเปล่า

“ข้าเหนื่อยขอไปนอนก่อนนะ” สิ้นคำร่างอรชรก็ก้าวเดินกลับไปยังห้องนอน ท่ามกลางสายตาของสาวใช้ซึ่งพวกนางต่างก็ไม่มีใครรู้ว่า อนุสี่ของผู้เป็นนายนั้นผ่านอะไรมาบ้าง สำหรับพวกนางฉินอี๋เหนียงก็แค่สตรีเกียจคร้าน ที่กินแล้วนอนก็เท่านั้น

ทว่ามู่ฉินนางไม่แยแสหรอกว่าใครจะคิดอย่างไร ช่วงเวลาหลายวันมานี้นางเหนื่อย อยากขอเวลานอนพักให้เต็มอิ่มมันสักครา เพราะไม่แน่ว่าหลังจากรุ่ยอ๋องกลับมา นางอาจต้องพบกับเรื่องวุ่นวายอีก โดยเฉพาะเรื่องปลดที่อาจจะไม่จบดั่งที่นางหวัง

นับจากวันนั้นนางก็ใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ในจวนรุ่ยอ๋อง รอเวลาให้เขากลับมาพูดคุยเรื่องปลด รวมถึงเรื่องเงินรางวัลที่นางจะร้องขอทันทีที่มีโอกาสได้พูดถึง ซึ่งแน่นอนว่ารุ่ยอ๋องไม่มีทางปฏิเสธคำขอจากผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตตนเอาไว้แน่

ซึ่งการใช้ชีวิตภายในจวนที่เป็นดั่งกรงขังนี้ มู่ฉินไม่เคยปล่อยให้เวลาเสียเปล่าไปเลย วันแรกที่ตื่นมาหลังจากนอนอย่างเต็มอิ่ม นางก็เริ่มขอให้หลิงเจาออกไปหาวัตถุดิบสำหรับการทำสบู่และยาสระผมมาให้ นางลองผิดลองถูกถึงสองวันก็ได้สิ่งที่ต้องการ

จากนั้นก็เริ่มทำอย่างอื่น พร้อมกับทดลองตลาดด้วยการแจกจ่ายให้บ่าวไพร่ภายในจวนไปลองใช้ ต่อมานางก็ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม แม้แต่สององครักษ์ผู้มีความหยาบกร้านในตัว ไม่เคยแยแสกลิ่นหอม ยังเอ่ยชื่นชมนางไม่หยุดปาก

และความวุ่นวายที่มาจากการทำงานอย่างต่อเนื่องนี้ ก็ทำให้มู่ฉินไม่ได้สนใจข่าวคราวภายนอก ในแต่ละวันนางจะขลุกอยู่แต่ในเรือนพัก แม้แต่ออกมาเดินเล่นยังเดินเพียงเดี๋ยวเดียว

จนเวลานั้นผ่านล่วงเลยเข้าสู่วันที่สิบห้า

“นายหญิงเล็กฉิน ท่านอ๋องเสด็จกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”

มู่ฉินที่กำลังเทสบู่ใส่แป้นพิมพ์ชะงักมือในทันที แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น นางก็หันมาสนใจสิ่งที่กำลังทำต่อ

“นายหญิงเล็กฉินจะไม่ไปรับท่านอ๋องหรือเจ้าคะ” อี้จูเอียงหน้ามองผู้เป็นนายที่ยังคงทำงานต่อไม่มีทีท่าจะวางมือเลย

“ท่านอ๋องเพิ่งกลับมาน่าจะเหนื่อย อย่าไปรบกวนเขาเลย เอาเครื่องหอมพวกนี้ไปไว้ที่ห้องสรงน้ำให้พระองค์ก็พอ” มู่ฉินเอ่ยพลางหันมาหยิบสบู่และยาสระผมที่ตนเพิ่งทำเสร็จใส่ถาด

“ได้เจ้าค่ะ บ่าวว่าท่านอ๋องต้องชอบมากแน่” อี้เจินเอ่ยพลางยกเอาถาดเครื่องหอมขึ้นแล้วเดินออกไปจากเรือนนายหญิง

ส่วนมู่ฉินยังคงทำงานของตนต่อ ราวกับว่าการกลับมาของเจ้าของจวนนั้นไม่มีผลอันใดต่อนาง ทว่าความจริงในใจหญิงสาวกลับว้าวุ่นนัก เพราะไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นเช่นไร

แต่การจะให้นางเสนอหน้าไปต้อนรับตามธรรมเนียม นั่นอาจทำให้เขาคิดว่านางอยากอยู่ในฐานะอนุต่อก็ได้ แม้ในยามนี้นางจะสุขสบายดีทุกอย่างก็ตาม ทว่าวันหน้าเมื่อเขารับชายาคนใหม่ หรืออนุที่มีตระกูลสนับสนุนมอบความมั่นคงให้ วันนั้นนางคงหนีไม่พ้นเรื่องหึงหวงที่เป็นบ่อเกิดความวุ่นวายแน่

ณ เรือนพักอีกหลังซึ่งอยู่ห่างออกมาเพียงสองร้อยเก้า

รุ่ยอ๋องประทับอยู่ในบ่อน้ำแร่ขนาดใหญ่อย่างผ่อนคลาย เพราะหลายวันมานี้เขาเหนื่อยกับการตามล่าคนเป็นอย่างมาก

ข้างบ่อนั้นมีหลิงเจายืนรายงานเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของอนุตัวน้อย ที่เขาสั่งกำชับให้ดูแลนางอย่างดี

“เจ้าบอกว่า เครื่องหอมที่ใช้ยามอาบน้ำเหล่านี้ นางเป็นคนทำขึ้นมากระนั้นหรือ” จินเหยียนพลิกก้อนสีขาวนวลตาในมือไปมา ซึ่งก่อนหน้าเขายกมันขึ้นมาสูดดมอยู่บ่อยครั้ง

“พ่ะย่ะค่ะ สบู่นี่นายหญิงเล็กฉินทำเองกับมือ น้ำปรุงสระผมนั้นด้วย นายหญิงเล็กฉินเรียกมันว่ายาสระผมพ่ะย่ะค่ะ”

คิ้วหนาย่นเข้าหากันเล็กน้อย “ข้าไปไม่กี่วัน ทว่านางกลับทำของใช้ที่มีประโยชน์ได้มากเพียงนี้เชียวหรือ”

“นายหญิงเล็กฉินไม่เคยหยุดพักเลยพ่ะย่ะค่ะ นางคิดค้นทำสิ่งนั้นสิ่งนี้อยู่ตลอด กระทั่งเครื่องหอมอบผ้านางก็ยังทำได้พ่ะย่ะค่ะ หากท่านอ๋องได้ลองสวมใส่ชุดที่นายหญิงเล็กฉินอบไว้ให้ พระองค์ต้องทรงพอพระทัยมากเป็นแน่” หลิงเจากล่าวรายงานอย่างมีความสุข จนผู้เป็นนายอดปรายตามองเขาไม่ได้

“ดูเจ้าจะชื่นชมฉินว่านเซียวมากนะ”

“นางน่าชื่นชมจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ ตลอดหลายวันที่เฝ้าดูนายหญิงเล็กฉินตามคำสั่งท่านอ๋อง นางดูไม่เหมือนสตรีโง่เขลาอย่างที่เราเคยได้ยินมาเลย แต่กลับเป็นสตรีที่ฉลาดรอบรู้ มีมานะอดทน ที่สำคัญนางไม่ถือว่าตนคือผู้มีพระคุณของพระองค์ด้วยซ้ำ”

“อย่างไร” จินเหยียนหันมาจ้องคนของตนทันที

“ก็ไม่เคยใช้อำนาจบาตรใหญ่กับผู้ใด ทำผิดนางก็ขอโทษแม้ว่าคนที่ตนเดินชนนั้นจะเป็นเพียงบ่าวที่ทำงานตักมูลพ่ะย่ะค่ะ”

จินเหยียนได้ฟังเรื่องราวแปลกใหม่ก็ถึงกับนิ่งไป เขาหันกลับมาพร้อมกับชูก้อนที่เรียกว่าสบู่ ก่อนจะเอ่ยออกมา

“เจ้าว่า ข้าควรรั้งนางไว้ข้างกายหรือไม่”

“ควรอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ สตรีดีดีอีกทั้งฉลาดเช่นนี้ท่านอ๋องไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไปนะพ่ะย่ะค่ะ” หลิงเจารีบกล่าวยั่วยุ

“แต่เจ้าก็เห็นว่านางไม่ได้อยากอยู่กับข้า อีกทั้ง…” ท่านอ๋องวัยสามสิบสองปีเริ่มนึกถึงคำพูดของอนุตนเกี่ยวกับเรื่องที่นางไม่อยากเป็นอนุผู้ใด ซึ่งแน่นอนว่าเขาเข้าใจเรื่องนี้ดี สตรีทุกนางล้วนแต่อยากให้สามีรักตนเพียงคนเดียว ไม่มีอนุ ไม่มีภรรยาเอก

แต่ครั้นจะให้เขามีแค่นาง ย่อมเป็นไปไม่ได้

แม้ฉินว่านเซียวจะเป็นผู้มีพระคุณที่ควรค่าให้ตอบแทน ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญที่จะทำให้เขาอยากมีนางเพียงคนเดียว

เพราะใจเขาในยามนี้ ขอแต่งสตรีที่ตนมีใจรักอย่างสุดซึ้งดีกว่า เนื่องจากบทเรียนที่ผ่านมามันได้สอนให้เขาเข้าใจโลกอย่างถ่องแท้แล้ว อยู่กับคนที่รักย่อมดีกว่าอยู่กับคนที่คู่ควรเหมาะสม เพราะการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ สุดท้ายมันก็ลงเอยด้วยเลือด

หลิงเจาเห็นผู้เป็นนายยังคงนิ่งจึงได้เอ่ยขึ้นหมายทำลายความเงียบ “ท่านอ๋อง หากพระองค์ได้ยลโฉมนายหญิงเล็กฉินแล้ว กระหม่อมเชื่อว่าพระองค์จะไม่ลังเลเช่นนี้แน่พ่ะย่ะค่ะ”

จินเหยียนหันกลับมามองคนสนิทของตนอีกครั้ง “เจ้าคิดว่าข้าเป็นบุรุษมักมาก ที่เห็นสาวงามเป็นต้องหลงใหลกระนั้นหรือ”

“เปล่านะพ่ะย่ะค่ะ” หลิงเจารีบโบกมือเป็นพัลวัน “กระหม่อมจะไม่รู้ได้เยี่ยงไรว่าพระองค์เป็นคนเช่นไร แม้ภายนอกผู้คนจะมองว่ารุ่ยอ๋องมีภรรยามาก ทว่าอนุเหล่านั้นล้วนแต่ถูกรับเข้ามาเพราะความจำใจทั้งนั้น แม้แต่บุตรสาวของเสนาบดีจ้าว ที่ทรงแต่งเข้ามาเมื่อสองปีก่อน นางก็เป็นเพียงหมากทางการเมืองของพระองค์ ใช่ว่าพระองค์จะหลงมัวเมาอยู่แต่เรื่องของสตรีเสียเมื่อไหร่”

“อย่าได้เอ่ยถึงคนสกุลนี้อีก” สุรเสียงเขาเข้มขึ้นทันที

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel