บทย่อ
นางยังไม่ถึงคราวตาย ทว่ายมทูตมือใหม่กลับพรากช่วงเวลาที่แสนสุขของนางไป เขาบอกจะทดแทนให้ แต่เหตุไฉนชีวิตใหม่ที่ว่า มันถึงได้ตรงกันข้ามกับคำกล่าวของยมทูตมือใหม่นัก "เกิดใหม่ครานี้ ข้าขอเป็นตัวประกอบสุดฮอต" เรื่องย่อ.... “นายหญิงเล็กฉิน ท่านอ๋องเสด็จกลับมาแล้วเจ้าค่ะ” มู่ฉินที่กำลังเทสบู่ใส่แป้นพิมพ์ชะงักมือในทันที แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น นางก็หันมาสนใจสิ่งที่กำลังทำต่อ “นายหญิงเล็กฉินจะไม่ไปรับท่านอ๋องหรือเจ้าคะ” อี้จูเอียงหน้ามองผู้เป็นนายที่ยังคงทำงานต่อไม่มีทีท่าจะวางมือเลย “ท่านอ๋องเพิ่งกลับมาน่าจะเหนื่อย อย่าไปรบกวนเขาเลย เอาเครื่องหอมพวกนี้ไปไว้ที่ห้องสรงน้ำให้พระองค์ก็พอ” มู่ฉินเอ่ยพลางหันมาหยิบสบู่และยาสระผมที่ตนเพิ่งทำเสร็จใส่ถาด “ได้เจ้าค่ะ บ่าวว่าท่านอ๋องต้องชอบมากแน่” อี้เจินเอ่ยพลางยกเอาถาดเครื่องหอมขึ้นแล้วเดินออกไปจากเรือนนายหญิง ส่วนมู่ฉินยังคงทำงานของตนต่อ ราวกับว่าการกลับมาของเจ้าของจวนนั้นไม่มีผลอันใดต่อนาง ทว่าความจริงในใจหญิงสาวกลับว้าวุ่นนัก เพราะไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นเช่นไร แต่การจะให้นางเสนอหน้าไปต้อนรับตามธรรมเนียม นั่นอาจทำให้เขาคิดว่านางอยากอยู่ในฐานะอนุต่อก็ได้ แม้ในยามนี้นางจะสุขสบายดีทุกอย่างก็ตาม ทว่าวันหน้าเมื่อเขารับชายาคนใหม่ หรืออนุที่มีตระกูลสนับสนุนมอบความมั่นคงให้ วันนั้นนางคงหนีไม่พ้นเรื่องหึงหวงที่เป็นบ่อเกิดความวุ่นวายแน่ ณ เรือนพักอีกหลังซึ่งอยู่ห่างออกมาเพียงสองร้อยเก้า รุ่ยอ๋องประทับอยู่ในบ่อน้ำแร่ขนาดใหญ่อย่างผ่อนคลาย เพราะหลายวันมานี้เขาเหนื่อยกับการตามล่าคนเป็นอย่างมาก ข้างบ่อนั้นมีหลิงเจายืนรายงานเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของอนุตัวน้อย ที่เขาสั่งกำชับให้ดูแลนางอย่างดี “เจ้าบอกว่า เครื่องหอมที่ใช้ยามอาบน้ำเหล่านี้ นางเป็นคนทำขึ้นมากระนั้นหรือ” จินเหยียนพลิกก้อนสีขาวนวลตาในมือไปมา ซึ่งก่อนหน้าเขายกมันขึ้นมาสูดดมอยู่บ่อยครั้ง “พ่ะย่ะค่ะ สบู่นี่นายหญิงเล็กฉินทำเองกับมือ น้ำปรุงสระผมนั้นด้วย นายหญิงเล็กฉินเรียกมันว่ายาสระผมพ่ะย่ะค่ะ” คิ้วหนาย่นเข้าหากันเล็กน้อย “ข้าไปไม่กี่วัน ทว่านางกลับทำของใช้ที่มีประโยชน์ได้มากเพียงนี้เชียวหรือ” “นายหญิงเล็กฉินไม่เคยหยุดพักเลยพ่ะย่ะค่ะ นางคิดค้นทำสิ่งนั้นสิ่งนี้อยู่ตลอด กระทั่งเครื่องหอมอบผ้านางก็ยังทำได้พ่ะย่ะค่ะ หากท่านอ๋องได้ลองสวมใส่ชุดที่นายหญิงเล็กฉินอบไว้ให้ พระองค์ต้องทรงพอพระทัยมากเป็นแน่” หลิงเจากล่าวรายงานอย่างมีความสุข จนผู้เป็นนายอดปรายตามองเขาไม่ได้ “ดูเจ้าจะชื่นชมฉินว่านเซียวมากนะ” “นางน่าชื่นชมจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ ตลอดหลายวันที่เฝ้าดูนายหญิงเล็กฉินตามคำสั่งท่านอ๋อง นางดูไม่เหมือนสตรีโง่เขลาอย่างที่เราเคยได้ยินมาเลย แต่กลับเป็นสตรีที่ฉลาดรอบรู้ มีมานะอดทน ที่สำคัญนางไม่ถือว่าตนคือผู้มีพระคุณของพระองค์ด้วยซ้ำ” “อย่างไร” จินเหยียนหันมาจ้องคนของตนทันที “ก็ไม่เคยใช้อำนาจบาตรใหญ่กับผู้ใด ทำผิดนางก็ขอโทษแม้ว่าคนที่ตนเดินชนนั้นจะเป็นเพียงบ่าวที่ทำงานตักมูลพ่ะย่ะค่ะ” จินเหยียนได้ฟังเรื่องราวแปลกใหม่ก็ถึงกับนิ่งไป เขาหันกลับมาพร้อมกับชูก้อนที่เรียกว่าสบู่ ก่อนจะเอ่ยออกมา “เจ้าว่า ข้าควรรั้งนางไว้ข้างกายหรือไม่” “ควรอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ สตรีดีดีอีกทั้งฉลาดเช่นนี้ท่านอ๋องไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไปนะพ่ะย่ะค่ะ” หลิงเจารีบกล่าวยั่วยุ “แต่เจ้าก็เห็นว่านางไม่ได้อยากอยู่กับข้า อีกทั้ง…” ท่านอ๋องวัยสามสิบสองปีเริ่มนึกถึงคำพูดของอนุตนเกี่ยวกับเรื่องที่นางไม่อยากเป็นอนุผู้ใด ซึ่งแน่นอนว่าเขาเข้าใจเรื่องนี้ดี สตรีทุกนางล้วนแต่อยากให้สามีรักตนเพียงคนเดียว ไม่มีอนุ ไม่มีภรรยาเอก แต่ครั้นจะให้เขามีแค่นาง ย่อมเป็นไปไม่ได้ แม้ฉินว่านเซียวจะเป็นผู้มีพระคุณที่ควรค่าให้ตอบแทน ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญที่จะทำให้เขาอยากมีนางเพียงคนเดียว เพราะใจเขาในยามนี้ ขอแต่งสตรีที่ตนมีใจรักอย่างสุดซึ้งดีกว่า เนื่องจากบทเรียนที่ผ่านมามันได้สอนให้เขาเข้าใจโลกอย่างถ่องแท้แล้ว อยู่กับคนที่รักย่อมดีกว่าอยู่กับคนที่คู่ควรเหมาะสม เพราะการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ สุดท้ายมันก็ลงเอยด้วยเลือด หลิงเจาเห็นผู้เป็นนายยังคงนิ่งจึงได้เอ่ยขึ้นหมายทำลายความเงียบ “ท่านอ๋อง หากพระองค์ได้ยลโฉมนายหญิงเล็กฉินแล้ว กระหม่อมเชื่อว่าพระองค์จะไม่ลังเลเช่นนี้แน่พ่ะย่ะค่ะ” จินเหยียนหันกลับมามองคนสนิทของตนอีกครั้ง “เจ้าคิดว่าข้าเป็นบุรุษมักมาก ที่เห็นสาวงามเป็นต้องหลงใหลกระนั้นหรือ” “เปล่านะพ่ะย่ะค่ะ” หลิงเจารีบโบกมือเป็นพัลวัน “กระหม่อมจะไม่รู้ได้เยี่ยงไรว่าพระองค์เป็นคนเช่นไร แม้ภายนอกผู้คนจะมองว่ารุ่ยอ๋องมีภรรยามาก ทว่าอนุเหล่านั้นล้วนแต่ถูกรับเข้ามาเพราะความจำใจทั้งนั้น แม้แต่บุตรสาวของเสนาบดีจ้าว ที่ทรงแต่งเข้ามาเมื่อสองปีก่อน นางก็เป็นเพียงหมากทางการเมืองของพระองค์ ใช่ว่าพระองค์จะหลงมัวเมาอยู่แต่เรื่องของสตรีเสียเมื่อไหร่” “อย่าได้เอ่ยถึงคนสกุลนี้อีก” สุรเสียงเขาเข้มขึ้นทันที
1. ข้อผิดพลาด
ท่ามกลางความมืดมิดที่ดูไร้ก้นบึ้ง มู่ฉินแพทย์นิติเวชสาวมือหนึ่งกำลังยืนเท้าสะเอว จ้องมองชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่เรียกตัวเองว่ายมทูตด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ผิดพลาด? คุณใช้คำว่าผิดพลาดกับชีวิตคนวัยยี่สิบแปด ที่กำลังจะมีอนาคตรุ่งโรจน์เนี่ยนะ!” นางตวาดก้องในความเงียบ หลังรับรู้ว่าตนเองนั้นยังไม่ถึงคราวตาย
ทว่าคนตรงหน้ากลับทำให้นางต้องจบชีวิตก่อนเวลาซะงั้น
“ใจเย็นก่อนคุณหมอ... เรื่องนี้มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริง ๆ คุณอย่าเสียงดังนะ เอาแบบนี่แล้วกัน ผมจะไถ่โทษโดยการส่งคุณไปเกิดใหม่ในที่ดีดี มีร่างที่สวย รวย และมีแฟนหล่อแบบที่คุณเคยบ่นว่าอยากได้ไง” ยมทูตปาดเหงื่อพลางร่ายมนตร์วาดนิ้วกลางอากาศ “ไปเถอะ... ผมรับรองว่าสมบูรณ์แบบกว่าที่เคยเป็นแน่”
“เดี๋ยว! อย่าเพิ่งส่งไปแบบ...!” มู่ฉินร้องท้วงเสียงหลง นางกล่าวยังไม่ทันจบ และยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุอะไร ร่างของนางก็ถูกแรงดึงดูดมหาศาลกระชากดิ่งลงสู่ห้วงมิติไปเสียแล้ว
“อึก... แค่ก!”
ดวงตาคู่งามเบิกโพลง ความเจ็บปวดแสบสันแล่นปลาบทั่วลำคอราวกับถูกไฟครอกจนหายใจไม่ออก มัดกล้ามเนื้อที่เคยอ่อนแรงบัดนี้เริ่มตะเกียกตะกายตามสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอด
มือเรียวบางตะปบเข้าที่ปมเชือกหยาบกระด้างที่รัดแน่นจนผิวหนังแทบปริแตก มู่ฉินดิ้นรนสุดชีวิตจนในที่สุดขื่อไม้ที่ผุพังก็ไม่อาจรับน้ำหนักไหว ไม่กี่วินาทีมันก็หักสะบั้นลงส่งร่างนางให้ร่วงหล่นลงสู่พื้นพรมอย่างแรง จนนางต้องนอนตะแคงเพราะจุก
มู่ฉินไอโขลกจนตัวโยน น้ำตาไหลเล็ดอาบแก้มในขณะที่พยายามโกยอากาศเข้าปอดไปด้วย เมื่อสติเริ่มกลับมาเสียงก่นด่าอันแหบพร่าก็แว่วมาเบา ๆ “แค่ก! ฮึ่ก... อะ... ไอ้ยมทูตบ้า”
ก่นด่าแล้วนางก็ค่อย ๆ ขยับกายลุกขึ้นนั่งเพื่อตั้งสติ พร้อมกับปลดเปลื้องพันธนาการที่เกือบเอาชีวิตตนเป็นหนที่สองออก
วินาทีต่อมา นางก็ก้มลงมองเชือกบนมือขาวที่ซีดเซียว ก่อนจะสบถออกมาเสียงแหบแห้ง “ไอ้ยมทูตบ้า นี่เหรอ? สวย รวยสามีหล่อและดูแลดี” นางแค่นเสียงหัวเราะอย่างอยากลำบาก และยังคงก่นด่าต่อ “ลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองแขวนคออยู่เนี่ยะนะ ชีวิตดีสมบูรณ์แบบที่แกว่า ไอ้ยมทูตเฮงซวย ไอ้คนไม่เอาไหน” แม้เสียงจะไม่ค่อยมี ถึงกระนั้นมู่ฉินก็ยังก่นด่าเขาไม่หยุด
ในขณะนั้น ความทรงจำมากมายก็ไหลวนเข้ามาจนมือขาวต้องยกขึ้นกุมขมับ ไม่กี่นาทีต่อมานางก็ปรี้ดแตกอีกหน
“นี่แกให้ฉันมาเกิดใหม่ในร่างอนุที่มีชะตาน่าอนาถเนี่ยนะ แก... แกทำบ้าอะไรของแก ส่งฉันมาอยู่ในร่างฉินอี๋เหนียงแบบนี้หมายความว่ายังไง แค่ก! แค่ก! ไอ้... ไอ้ยมทูตบ้า” ถ้อยคำหยาบคายที่ไม่เคยกล่าวที่ไหนมาก่อน ถูกพ่นออกมาอย่างเดือดดาล
หลังคนเกิดใหม่รับรู้ว่าร่างที่ตนอาศัยอยู่ในยามนี้ คือตัวประกอบไร้ค่า ซ้ำยังเป็นอนุที่ถูกคนในจวนเกลียดชัง
เพราะพื้นฐานสกุลนางนั้นเป็นเพียงบุตรสาวนายทหารธรรมดา หาได้มีชาติตระกูลสูงส่ง เหมือนบรรดาอนุคนอื่น ๆ ไม่
เพราะเหตุนี้เอง ฉินว่านเซียวจึงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ
หากสามีต้องโทษประหารชีวิต ตัวนางก็ต้องถูกเนรเทศไปเป็นนางบำเรอให้ทหารที่ชายแดน ชีวิตอดสูเช่นนั้น ไหนเลยนางจะยอมอยู่รับชะตากรรม สู้ชิงตายไปก่อนเสียยังจะดีกว่า
มู่ฉินนึกอย่างหมดอาลัย ตัวละครที่ตนอาศัยในยามนี้ หาดีอะไรไม่ได้เลย ฉินว่านเซียวนั้นทั้งโง่ ขี้อิจฉา พูดมากและยังชอบตีโพยตีพายไปก่อน เรื่องเล็กก็มักคิดให้มันใหญ่
มิเช่นนั้นนางคงไม่คิดปลิดชีพตนเองเพราะความร้อนรนใจ ทั้งที่ศาลยังไม่ทันได้ตัดสินความผิดของผู้เป็นสามีเลยด้วยซ้ำ
มู่ฉินคิดอย่างหงุดหงิด ตามด้วยเสียงก่นว่าที่ยังคงเป็นประโยคคล้ายกับถ้อยคำเดิม “ไหนบอกจะให้เกิดใหม่เป็นคนรวยไม่ต้องลำบาก สามีรักหลงเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี แบบนี้มันใช่ที่ไหนกัน ไอ้ยมทูตบ้า! กลับมาเปลี่ยนชะตาให้ฉันใหม่เลยนะ ไอ้คนเฮงซวย ไอ้ยมทูตเหลือขอ” เสียงก็แทบจะไม่มี ถึงอย่างนั้นมู่ฉินก็ยังก่นด่าไม่หยุดเมื่อนึกถึงผลงานห่วยแตกของยมทูตมือใหม่ ซึ่งอีกฝ่ายยอมรับเองว่านี่คืองานแรกที่เขาไปรับดวงวิญญาณ
“ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว” ร่างกายโปร่งแสงที่ยืนอยู่ไม่ไกลยกมือไหว้ปรก ๆ พลางกลืนน้ำลายเหนียวลงคอระคนหวาดหวั่น ก่อนจะรีบหายวับไปจากเรือนหลังนี้อย่างรวดเร็ว
“ฮึก! ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ” เสียงคร่ำครวญแว่วขึ้นภายในห้องนอนที่แสนเงียบสงัด แต่เมื่อเห็นว่าตนคงทำอันใดไม่ได้แล้ว นอกจากรับชะตากรรมที่ยมทูตมือใหม่นั้นทำผิดพลาดเอาไว้ มู่ฉินก็เริ่มเบาเสียงก่นด่าลง
นางทอดถอนใจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเริ่มขยับกายลุกขึ้นมาสำรวจภายในห้อง โดยที่มือนั้นก็คอยบีบนวดที่คอของตนไปด้วย กระทั่งสายตากวาดไปเห็นกระจกที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ นางจึงรีบเดินเข้าไปส่องดูว่า ใบหน้าของคนที่ตนเข้ามาอยู่ในยามนี้เป็นเช่นไร จะสวยเหมือนที่ยมทูตนั่นเอ่ยบอกไว้หรือเปล่า
แต่พอนางเดินมาหยุดที่หน้ากระจก หญิงสาวกลับยืนตะลึงงัน พลางยกมือขึ้นลูบใบหน้าตนรวมถึงหน้าอกที่ใหญ่โต
“โอ้แม่เจ้า! นมใหญ่มาก” นางอุทานออกมา ทว่าเสียงก็ยังคงแหบแห้งเช่นเคย ถึงอย่างนั้นก็ยังพร่ำไม่หยุด “ไม่น่าเชื่อ บุตรสาวนายทหารตามชายแดน จะมีหน้าตาและหุ่นที่เพอร์เฟคขนาดนี้ อย่างกับนางแบบในนิตยสารปลุกใจเสือป่าเลยแฮะ”
มู่ฉินยืนชื่นชมรูปร่างและหน้าตาตนเองอยู่พักหนึ่ง กระทั่งเสียงฝีเท้าด้านนอกดังแว่วมาให้ได้ยิน นางจึงรีบหันไปทางประตู
ตึง!
เสียงถีบประตูเรือนดังสนั่นจนมู่ฉินสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะปรากฏร่างของชายฉกรรจ์หลายคนก้าวเข้ามา ท่าทางของคนเหล่านี้ดูคุกคามอย่างเปิดเผย แววตาไร้ซึ่งความเป็นมิตร
“นายหญิงเล็ก ไยท่านต้องทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้ด้วย ข้าน่ะ มีทางออกที่ดีกว่าตายให้ท่านนะ” ชายหน้าตาดีกว่าใคร เอ่ยจบก็แสยะยิ้มน่ารังเกียจส่งมาให้ผู้ที่กำลังยืนงวยงงอยู่กลางห้อง
‘เขาคงไม่ใช่พ่อบ้านกู้ บ่าวชั่วที่หักหลังเจ้านาย จนตัวร้ายอย่างรุ่ยอ๋องต้องไปนอนในคุกรอโทษประหารหรอกนะ แล้วนี่เขามาหาเราทำไมกัน’ นางนึกในใจอย่างหวาดหวั่น

