1. ข้อผิดพลาด
ท่ามกลางความมืดมิดที่ดูไร้ก้นบึ้ง มู่ฉินแพทย์นิติเวชสาวมือหนึ่งกำลังยืนเท้าสะเอว จ้องมองชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่เรียกตัวเองว่ายมทูตด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ผิดพลาด? คุณใช้คำว่าผิดพลาดกับชีวิตคนวัยยี่สิบแปด ที่กำลังจะมีอนาคตรุ่งโรจน์เนี่ยนะ!” นางตวาดก้องในความเงียบ หลังรับรู้ว่าตนเองนั้นยังไม่ถึงคราวตาย
ทว่าคนตรงหน้ากลับทำให้นางต้องจบชีวิตก่อนเวลาซะงั้น
“ใจเย็นก่อนคุณหมอ... เรื่องนี้มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริง ๆ คุณอย่าเสียงดังนะ เอาแบบนี่แล้วกัน ผมจะไถ่โทษโดยการส่งคุณไปเกิดใหม่ในที่ดีดี มีร่างที่สวย รวย และมีแฟนหล่อแบบที่คุณเคยบ่นว่าอยากได้ไง” ยมทูตปาดเหงื่อพลางร่ายมนตร์วาดนิ้วกลางอากาศ “ไปเถอะ... ผมรับรองว่าสมบูรณ์แบบกว่าที่เคยเป็นแน่”
“เดี๋ยว! อย่าเพิ่งส่งไปแบบ...!” มู่ฉินร้องท้วงเสียงหลง นางกล่าวยังไม่ทันจบ และยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุอะไร ร่างของนางก็ถูกแรงดึงดูดมหาศาลกระชากดิ่งลงสู่ห้วงมิติไปเสียแล้ว
“อึก... แค่ก!”
ดวงตาคู่งามเบิกโพลง ความเจ็บปวดแสบสันแล่นปลาบทั่วลำคอราวกับถูกไฟครอกจนหายใจไม่ออก มัดกล้ามเนื้อที่เคยอ่อนแรงบัดนี้เริ่มตะเกียกตะกายตามสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอด
มือเรียวบางตะปบเข้าที่ปมเชือกหยาบกระด้างที่รัดแน่นจนผิวหนังแทบปริแตก มู่ฉินดิ้นรนสุดชีวิตจนในที่สุดขื่อไม้ที่ผุพังก็ไม่อาจรับน้ำหนักไหว ไม่กี่วินาทีมันก็หักสะบั้นลงส่งร่างนางให้ร่วงหล่นลงสู่พื้นพรมอย่างแรง จนนางต้องนอนตะแคงเพราะจุก
มู่ฉินไอโขลกจนตัวโยน น้ำตาไหลเล็ดอาบแก้มในขณะที่พยายามโกยอากาศเข้าปอดไปด้วย เมื่อสติเริ่มกลับมาเสียงก่นด่าอันแหบพร่าก็แว่วมาเบา ๆ “แค่ก! ฮึ่ก... อะ... ไอ้ยมทูตบ้า”
ก่นด่าแล้วนางก็ค่อย ๆ ขยับกายลุกขึ้นนั่งเพื่อตั้งสติ พร้อมกับปลดเปลื้องพันธนาการที่เกือบเอาชีวิตตนเป็นหนที่สองออก
วินาทีต่อมา นางก็ก้มลงมองเชือกบนมือขาวที่ซีดเซียว ก่อนจะสบถออกมาเสียงแหบแห้ง “ไอ้ยมทูตบ้า นี่เหรอ? สวย รวยสามีหล่อและดูแลดี” นางแค่นเสียงหัวเราะอย่างอยากลำบาก และยังคงก่นด่าต่อ “ลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองแขวนคออยู่เนี่ยะนะ ชีวิตดีสมบูรณ์แบบที่แกว่า ไอ้ยมทูตเฮงซวย ไอ้คนไม่เอาไหน” แม้เสียงจะไม่ค่อยมี ถึงกระนั้นมู่ฉินก็ยังก่นด่าเขาไม่หยุด
ในขณะนั้น ความทรงจำมากมายก็ไหลวนเข้ามาจนมือขาวต้องยกขึ้นกุมขมับ ไม่กี่นาทีต่อมานางก็ปรี้ดแตกอีกหน
“นี่แกให้ฉันมาเกิดใหม่ในร่างอนุที่มีชะตาน่าอนาถเนี่ยนะ แก... แกทำบ้าอะไรของแก ส่งฉันมาอยู่ในร่างฉินอี๋เหนียงแบบนี้หมายความว่ายังไง แค่ก! แค่ก! ไอ้... ไอ้ยมทูตบ้า” ถ้อยคำหยาบคายที่ไม่เคยกล่าวที่ไหนมาก่อน ถูกพ่นออกมาอย่างเดือดดาล
หลังคนเกิดใหม่รับรู้ว่าร่างที่ตนอาศัยอยู่ในยามนี้ คือตัวประกอบไร้ค่า ซ้ำยังเป็นอนุที่ถูกคนในจวนเกลียดชัง
เพราะพื้นฐานสกุลนางนั้นเป็นเพียงบุตรสาวนายทหารธรรมดา หาได้มีชาติตระกูลสูงส่ง เหมือนบรรดาอนุคนอื่น ๆ ไม่
เพราะเหตุนี้เอง ฉินว่านเซียวจึงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ
หากสามีต้องโทษประหารชีวิต ตัวนางก็ต้องถูกเนรเทศไปเป็นนางบำเรอให้ทหารที่ชายแดน ชีวิตอดสูเช่นนั้น ไหนเลยนางจะยอมอยู่รับชะตากรรม สู้ชิงตายไปก่อนเสียยังจะดีกว่า
มู่ฉินนึกอย่างหมดอาลัย ตัวละครที่ตนอาศัยในยามนี้ หาดีอะไรไม่ได้เลย ฉินว่านเซียวนั้นทั้งโง่ ขี้อิจฉา พูดมากและยังชอบตีโพยตีพายไปก่อน เรื่องเล็กก็มักคิดให้มันใหญ่
มิเช่นนั้นนางคงไม่คิดปลิดชีพตนเองเพราะความร้อนรนใจ ทั้งที่ศาลยังไม่ทันได้ตัดสินความผิดของผู้เป็นสามีเลยด้วยซ้ำ
มู่ฉินคิดอย่างหงุดหงิด ตามด้วยเสียงก่นว่าที่ยังคงเป็นประโยคคล้ายกับถ้อยคำเดิม “ไหนบอกจะให้เกิดใหม่เป็นคนรวยไม่ต้องลำบาก สามีรักหลงเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี แบบนี้มันใช่ที่ไหนกัน ไอ้ยมทูตบ้า! กลับมาเปลี่ยนชะตาให้ฉันใหม่เลยนะ ไอ้คนเฮงซวย ไอ้ยมทูตเหลือขอ” เสียงก็แทบจะไม่มี ถึงอย่างนั้นมู่ฉินก็ยังก่นด่าไม่หยุดเมื่อนึกถึงผลงานห่วยแตกของยมทูตมือใหม่ ซึ่งอีกฝ่ายยอมรับเองว่านี่คืองานแรกที่เขาไปรับดวงวิญญาณ
“ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว” ร่างกายโปร่งแสงที่ยืนอยู่ไม่ไกลยกมือไหว้ปรก ๆ พลางกลืนน้ำลายเหนียวลงคอระคนหวาดหวั่น ก่อนจะรีบหายวับไปจากเรือนหลังนี้อย่างรวดเร็ว
“ฮึก! ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ” เสียงคร่ำครวญแว่วขึ้นภายในห้องนอนที่แสนเงียบสงัด แต่เมื่อเห็นว่าตนคงทำอันใดไม่ได้แล้ว นอกจากรับชะตากรรมที่ยมทูตมือใหม่นั้นทำผิดพลาดเอาไว้ มู่ฉินก็เริ่มเบาเสียงก่นด่าลง
นางทอดถอนใจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเริ่มขยับกายลุกขึ้นมาสำรวจภายในห้อง โดยที่มือนั้นก็คอยบีบนวดที่คอของตนไปด้วย กระทั่งสายตากวาดไปเห็นกระจกที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ นางจึงรีบเดินเข้าไปส่องดูว่า ใบหน้าของคนที่ตนเข้ามาอยู่ในยามนี้เป็นเช่นไร จะสวยเหมือนที่ยมทูตนั่นเอ่ยบอกไว้หรือเปล่า
แต่พอนางเดินมาหยุดที่หน้ากระจก หญิงสาวกลับยืนตะลึงงัน พลางยกมือขึ้นลูบใบหน้าตนรวมถึงหน้าอกที่ใหญ่โต
“โอ้แม่เจ้า! นมใหญ่มาก” นางอุทานออกมา ทว่าเสียงก็ยังคงแหบแห้งเช่นเคย ถึงอย่างนั้นก็ยังพร่ำไม่หยุด “ไม่น่าเชื่อ บุตรสาวนายทหารตามชายแดน จะมีหน้าตาและหุ่นที่เพอร์เฟคขนาดนี้ อย่างกับนางแบบในนิตยสารปลุกใจเสือป่าเลยแฮะ”
มู่ฉินยืนชื่นชมรูปร่างและหน้าตาตนเองอยู่พักหนึ่ง กระทั่งเสียงฝีเท้าด้านนอกดังแว่วมาให้ได้ยิน นางจึงรีบหันไปทางประตู
ตึง!
เสียงถีบประตูเรือนดังสนั่นจนมู่ฉินสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะปรากฏร่างของชายฉกรรจ์หลายคนก้าวเข้ามา ท่าทางของคนเหล่านี้ดูคุกคามอย่างเปิดเผย แววตาไร้ซึ่งความเป็นมิตร
“นายหญิงเล็ก ไยท่านต้องทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้ด้วย ข้าน่ะ มีทางออกที่ดีกว่าตายให้ท่านนะ” ชายหน้าตาดีกว่าใคร เอ่ยจบก็แสยะยิ้มน่ารังเกียจส่งมาให้ผู้ที่กำลังยืนงวยงงอยู่กลางห้อง
‘เขาคงไม่ใช่พ่อบ้านกู้ บ่าวชั่วที่หักหลังเจ้านาย จนตัวร้ายอย่างรุ่ยอ๋องต้องไปนอนในคุกรอโทษประหารหรอกนะ แล้วนี่เขามาหาเราทำไมกัน’ นางนึกในใจอย่างหวาดหวั่น
